xs
xsm
sm
md
lg

นักลงทุน 5 ล้านคน ผวาถูก “แฮ็ก“ หุ้น / สุนันท์ ศรีจันทรา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



การเจาะแพลตฟอร์มออนไลน์ข้อมูลผู้ถือหลักทรัพย์ของบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ TSD จนเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ สร้างความกังวลให้นักลงทุนในวงกว้าง แม้ว่าแฮ็กเกอร์จะเข้าถึงข้อมูลเพียงเบื้องต้นก็ตาม

นักลงทุนที่ใช้บริการกับ TSD มีจำนวนประมาณ 5 ล้านราย แต่ข้อมูลส่วนบุคคลบางส่วนถูกเจาะเข้าถึงแล้วประมาณ 2 ราย ทำให้ผู้ฝากหลักทรัพย์กับ TSD ทั้งหมดไม่มั่นใจว่าตลาดหลักทรัพย์ฯ จะสามารถสร้างระบบป้องกันการโจรกรรมข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่

และหลักทรัพย์ที่ฝากไว้กับ TSD ไม่ว่าจะเป็นหุ้นสามัญ หุ้นกู้ พันธบัตรรัฐบาล หรือกองทุนลดหย่อนภาษีต่าง ๆ จะถูกโจรกรรมออกไปจากพอร์ตหรือไม่ เพราะเมื่อสามารถเจาะเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลได้ ก้าวต่อไปอาจเจาะเข้าถึงข้อมูลพอร์ตลงทุนของลูกค้าและขโมยหลักทรัพย์ออกไป

เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเพิ่งเปิดตัวแพลตฟอร์มออนไลน์ใหม่ชื่อ  WISET App  ซึ่งพัฒนาต่อยอดจากบริการ TSD e-Service โดยยืนยันว่าข้อมูลหลักทรัพย์และข้อมูลผู้ถือหลักทรัพย์จะถูกเก็บรักษาให้ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ ผู้ถือหลักทรัพย์สามารถเข้าใช้งานได้ตลอด 24 ชั่วโมง

แต่เพียงเวลา 1 เดือนเศษ แพลตฟอร์มออนไลน์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ กลับถูกเจาะจนรั่ว และตรวจพบรอยรั่วเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 โดยแฮ็กเกอร์สามารถเข้าถึงข้อมูลชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด เลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล ชื่อบริษัทหลักทรัพย์ เลขบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ ชื่อธนาคาร และเลขที่บัญชีธนาคาร

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่แฮ็กเกอร์ยังเจาะไม่เข้าคือ ข้อมูลการถือครองหลักทรัพย์ และข้อมูลธุรกรรมการซื้อขายหลักทรัพย์

ตลาดหลักทรัพย์ได้ออกประกาศเตือนนักลงทุนที่ใช้บริการ TSD ให้ระมัดระวังอีเมล ข้อความ SMS หรือการติดต่อทางโทรศัพท์ที่แอบอ้างเป็นหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อหลอกขอข้อมูลส่วนบุคคล รหัสผ่าน หรือรหัส OTP โดยไม่เปิดเผยข้อมูลเหล่านี้แก่บุคคลที่ไม่สามารถยืนยันตัวตนได้

ข้อมูลส่วนบุคคลของนักลงทุนที่ใช้บริการฝากหุ้นหรือหลักทรัพย์อื่นไว้กับ TSD ซึ่งถูกเจาะจนเข้าถึงได้ ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อระบบการจัดเก็บข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ เพราะทุกคนกังวลว่าหลักทรัพย์ที่ถือครองไว้ มูลค่าหลักแสนบาท หลักล้านบาท หรือหลักหลายร้อยล้านบาท อาจหายวับไปในชั่วข้ามคืน

การพัฒนาระบบเทคโนโลยีในบางแง่มุมมีความน่ากลัว เช่น การขัดข้องทางเทคนิค หรือการโจรกรรมข้อมูล ทำให้คนจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะคนรุ่นเก่าปฏิเสธการใช้เครื่องมือเทคโนโลยีสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า หรือโทรศัพท์มือถือ

“สวัสดิ์ หอรุ่งเรือง” อดีตเจ้าของบริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน จำกัด (มหาชน) หรือ HEMRAJ ลูกหนี้รายใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ มูลหนี้กว่า 2 แสนล้านบาท หลังวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 เจ้าของวลี “ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย” เป็นหนึ่งในคนยุคเก่าที่ปฏิเสธการเข้าถึงอุปกรณ์เทคโนโลยีทั้งหลาย

โทรศัพท์ที่ใช้งานเป็นเครื่องรุ่นโบราณ ใช้เพียงรับสาย โทรเข้าและโทรออก ไม่ยอมเปลี่ยนมาใช้สมาร์ตโฟนที่เชื่อมสู่โลกออนไลน์หรือระบบการเงิน เพราะกลัวการถูกโจรกรรมจนเงินเกลี้ยงบัญชี

รถยนต์ที่ใช้เป็นรถโบราณนับร้อยคัน ไม่ใช่เพียงรสนิยมส่วนตัว แต่เพราะกังวลต่อระบบเทคโนโลยีล้ำสมัยของรถรุ่นใหม่ ๆ ซึ่งหากเกิดปัญหาขัดข้องทางเทคนิค อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้

แม้แต่ภาพยนตร์ก็ยังดูแต่หนังเก่า ๆ โดยมีคลัง VCD หนังยุค 50–60 นับร้อยเรื่อง

คุณสวัสดิ์กลัวการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีใหม่ ๆ มานาน และไม่พยายามเรียนรู้ที่จะเข้าถึง โดยเฉพาะการนำเงินเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ แต่จะพกเงินสดเป็นฟ่อน ๆ ไว้จับจ่ายและแจกคนจน เพราะกลัวโจรคอมพิวเตอร์ฉกเงินหมดบัญชี

และสิ่งที่คุณสวัสดิ์กลัวก็เกิดขึ้นจริง เมื่อระบบข้อมูลของศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ถูกแฮ็กเกอร์เจาะจนแทบกระจุย

แม้ความเสียหายในเชิงรูปธรรมยังไม่เกิดขึ้นกับนักลงทุนที่ใช้บริการ TSD จำนวนประมาณ 5 ล้านราย แต่รูรั่วของระบบ TSD กำลังบั่นทอนความเชื่อมั่นในศูนย์เก็บข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ฯ

นักลงทุนกำลังตื่นกลัว เพราะวันดีคืนดี หุ้นในพอร์ตอาจถูก “แฮ็ก” จนไม่เหลือแม้แต่หุ้นเดียว และไม่มีใครห้ามความกลัวเช่นนี้ได้

เพียงแต่ภาวนาขอให้การโจรกรรมข้อมูลไม่เกิดขึ้นซ้ำรอยกับนักลงทุนในตลาดหุ้นอีกเท่านั้น