คุณเกศกมล จันทรโภคาไพบูลย์ หรือ “คุณไมล์” เจ้าของกิจการ บวรเวชสมุนไพร จังหวัดพัทลุง ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย ภายใต้แบรนด์ บวรเวชสมุนไพร และผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสำหรับผู้สูงอายุแบรนด์ Agong Ama (อากง อาม่า) เล่าว่า จุดเริ่มต้นของธุรกิจไม่ได้เกิดจากการมองเห็นโอกาสทางการตลาด แต่เกิดจากความต้องการดูแลคนในครอบครัว
“คุณย่าหรืออาม่า ของเราเป็นโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ต้องรับประทานยาแผนปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง แต่ท่านสนใจการดูแลสุขภาพด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย ในขณะนั้นคนในครอบครัวยังไม่มีความรู้ด้านนี้ คุณพ่อจึงตัดสินใจไปศึกษาวิชาแพทย์แผนไทย เพื่อนำความรู้กลับมาดูแลคุณย่า”
หลังจากสำเร็จการศึกษา คุณพ่อได้เริ่มปรุงยาสมุนไพรตามตำรับแพทย์แผนไทยเพื่อให้คุณย่าใช้ ผลลัพธ์ที่ดีทำให้มีผู้สนใจและบอกต่อ จึงเป็นจุดกำเนิดของ บวรเวชสมุนไพร ซึ่งก่อตั้งอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2552
ผลิตภัณฑ์เด่นสร้างชื่อบวรสมุนไพร
ปัจจุบัน บวรเวชสมุนไพร พัฒนาผลิตภัณฑ์ทั้งกลุ่มยาสมุนไพร อาหารเสริม และผลิตภัณฑ์ดูแลผิว โดยมีสินค้าที่ได้รับความนิยม เช่น ยาหอมบวรเวช 102, ยาแคปซูล 201, ยาห้าราก 103, น้ำมันว่าน 801 และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่พัฒนาตามองค์ความรู้ของแพทย์แผนไทย และเป็นโรงงานที่ได้รับมาตรฐาน PICs GMP
คุณไมล์อธิบายว่า จุดเด่นของผลิตภัณฑ์คือการยึดหลัก ตำรับยาแพทย์แผนไทยดั้งเดิม ซึ่งใช้สมุนไพรหลายชนิดประกอบกันในหนึ่งตำรับ ไม่เน้นการใช้สมุนไพรเดี่ยว เพราะศาสตร์แพทย์แผนไทยเชื่อว่าการจัดตำรับยาจะช่วยส่งเสริมฤทธิ์ซึ่งกันและกัน พร้อมช่วยปรับสมดุลและลดข้อจำกัดของสมุนไพรแต่ละชนิด จึงเป็นแนวคิดที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน
เปิดตัวแบรนด์อากง อาม่า ดูแลผิวผู้สูงอายุ
นอกจากผลิตภัณฑ์สมุนไพรแล้ว บริษัทยังพัฒนาแบรนด์ Agong Ama (อากง อาม่า) ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ
“แรงบันดาลใจเกิดจากอากงที่มีปัญหาผิวแห้ง คัน และนอนหลับไม่สบาย เราจึงเริ่มศึกษาว่าผิวของผู้สูงอายุมีความแตกต่างจากวัยอื่นอย่างไร และพบว่าปัญหาหลักคือการสูญเสียความชุ่มชื้นของผิว”
จากแนวคิดดังกล่าว จึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เน้นการฟื้นบำรุงผิวสำหรับผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเป็นครีมอาบน้ำ ครีมบำรุงผิว สบู่ และครีมกันแดด โดยเลือกใช้สารสกัดและน้ำมันธรรมชาติคุณภาพสูงกว่า 15 ชนิด เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันเมล็ดองุ่น เซราไมด์ และสารสกัดจากพืชหลายชนิด พร้อมผ่านการทดสอบด้านความปลอดภัยตามมาตรฐานเครื่องสำอาง เพื่อให้เหมาะกับผิวบอบบางและผิวแพ้ง่าย
ด้านการตลาด ปัจจุบันยอดขายของบริษัทประมาณ 80% มาจากช่องทางออนไลน์ และอีก 20% มาจากร้านขายยาและตัวแทนจำหน่าย โดยกลุ่มลูกค้าหลักคือผู้มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป ผู้สูงอายุ รวมถึงลูกหลานที่เลือกซื้อผลิตภัณฑ์เพื่อดูแลพ่อแม่และคนในครอบครัว
อานิสงส์ โควิด คนรุ่นใหม่เปิดใจรับตำรับแพทย์แผนไทยมากขึ้น
คุณไมล์มองว่า พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนหลังสถานการณ์โควิด-19 คนรุ่นใหม่เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน และเปิดรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยมากขึ้น ส่งผลให้ฐานลูกค้าของบริษัทขยายกว้างกว่ากลุ่มผู้สูงอายุเพียงอย่างเดียว
อีกหนึ่งจุดแข็งของบวรเวชสมุนไพร คือการเติบโตจาก “ความเชื่อมั่นของลูกค้า” ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นลูกค้าประจำที่กลับมาซื้อซ้ำ และแนะนำต่อแบบปากต่อปาก ซึ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บริษัทได้มีโอกาสนำผลิตภัณฑ์ไปร่วมแสดงในงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ ทั้งในประเทศจีน ไต้หวัน มาเลเซีย อินโดเดีย และอีกหลายประเทศ โดยเฉพาะ น้ำมันว่าน 801 ที่ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคต่างชาติเป็นอย่างมาก
คุณไมล์กล่าวทิ้งท้ายว่า“เราเชื่อว่าสมุนไพรไทยมีคุณค่าและมีภูมิปัญญาที่สั่งสมมาหลายร้อยปี สิ่งที่เราทำคือการนำองค์ความรู้ดั้งเดิมมาพัฒนาภายใต้มาตรฐานการผลิตที่ทันสมัย เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงสมุนไพรไทยได้อย่างมั่นใจ และส่งต่อคุณค่าของภูมิปัญญาไทยให้เติบโตไปสู่ตลาดโลกอย่างยั่งยืน”
ติดต่อ Facebook : บวรสมุนไพร
คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด