SET ปิดที่ 1,623.64 จุด เพิ่มขึ้น 25.53 จุด (+1.60%) มูลค่าซื้อขาย 89,032.00 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯ เผยตลาดหุ้นไทยวันนี้รีบาวด์กลับตัวขึ้นมา ตามทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยมีแรงหนุนจากแรงซื้อกลับหุ้นขนาดใหญ่ โดยเฉพาะ DELTA ที่หนุนดัชนีวันนี้ ประกอบกับรายงาน Core PCE ของสหรัฐออกมาต่ำกว่าตลาดคาด ทำให้ผ่อนคลายกังวลการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดลงไป และ Bond Yield มีการย่อตัวลง หนุนต่อตลาดหุ้น แนวโน้มสัปดาห์หน้าคาดยังผันผวน พร้อมให้แนวต้าน 1,650 จุด แนวรับ 1,610 จุด
การซื้อขายวันนี้ ปรับตัวขึ้นเคลื่อนไหวแดนบวกตลอดทั้งวัน โดยทำจุดสูงสุดที่ 1,628.96 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ 1,610.59 จุด
ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 339 หลักทรัพย์ ลดลง 109 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 208 หลักทรัพย์
โดยมูลค่าการซื้อขายสิ้นวันตามประเภทนักลงทุนคือ
สถาบัน ขายสุทธิ 1,191.43 ล้านบาท
บัญชี บล. ขายสุทธิ 3,424.73 ล้านบาท
ต่างประเทศ ขายสุทธิ 1,739.41 ล้านบาท
ในประเทศ ซื้อสุทธิ 6,355.57 ล้านบาท
หุ้นที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรกคือ
DELTA ปิดที่ 278.00 บาท เพิ่มขึ้น 14.00 บาท หรือ 5.30% มูลค่าซื้อขาย 6,295.69 ล้านบาท
KTB ปิดที่ 44.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท หรือ 3.51% มูลค่าซื้อขาย 5,934.89 ล้านบาท
GULF ปิดที่ 66.75 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 1.52% มูลค่าซื้อขาย 4,246.76 ล้านบาท
ADVANC ปิดที่ 380.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท หรือ 0.53% มูลค่าซื้อขาย 3,221.10 ล้านบาท
TRUE ปิดที่ 14.40 บาท ลดลง 0.20 บาท หรือ 1.37% มูลค่าซื้อขาย 2,992.98 ล้านบาท
นายสรพล วีระเมธีกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าทีมกลยุทธ์การลงทุน บล.กสิกรไทย กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้รีบาวด์กลับขึ้นมา ตามทิศทางเดียวกันตลาดหุ้นต่างประเทศที่รีบาวด์กลับขึ้นมาตามกัน โดยมีปัจจัยหนุนตลาดหุ้นในวันนี้จากหุ้น DELTA และหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็คทรอนอกส์อื่นๆที่แรงซื้อกลับมาหนุนดัชนี รวมทั้งแรงซื้อกลับหุ้นใหญ่ ทั้งกลุ่มแบงก์ โรงไฟฟ้า และค้าปลีก เป็นต้น ทำให้ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวขึ้น และกลับมายืนเหนือ 1,600 จุดได้
ขณะที่เมื่อคืนนี้สหรัฐมีการรายงานตัวเลขดัชนี Core PCE ออกมาต่ำกว่าตลาดคาด ทำให้เป็นปัจจัยบวกต่อต่อแนวโน้มเงินเฟ้อสหรัฐที่ยังไม่ส่งสัญญาณการเร่งตัวเร็ว และช่วยลดความกังวลต่อการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดของธนาคารกลางหสรัฐ (เฟด) และทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ (Bond Yield) มีการย่อตัวลงมา หนุนต่อตลาดหุ้น
แนวโน้มในสัปดาห์หน้าคาดว่ายังมีความผันผวน โดยที่ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกลางต่อเนื่อง ประกอบกับการรายงานผลการดำเนินงานของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสหรัฐที่ทยอยออกมา รวมทั้งการรายงานผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในประเทศด้วยเช่นกัน โดยให้แนวต้าน 1,650 จุด แนวรับ 1,610 จุด