xs
xsm
sm
md
lg

อมตะซิตี้ ลาว ปักหมุด“นาหม้อ” สู่ศูนย์กลางอุตฯสีเขียวแห่งลุ่มน้ำโขง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



‘อมตะซิตี้ ลาว’ เดินหน้าเร่งพัฒนาโครงการ อมตะ สมาร์ท แอนด์ อีโค ซิตี้ นาหม้อ ผลักดันสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมสีเขียวและโลจิสติกส์แห่งใหม่ของภูมิภาค บนทำเลยุทธศาสตร์เชื่อมเส้นทางรถไฟลาว-จีน รองรับการลงทุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

นายสะเหลิมไซ กมมะสิด รองนายกรัฐมนตรี ผู้แทนถาวร และประธานคณะกรรมการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนส่วนกลาง สปป.ลาว เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนโครงการลงทุนที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน มีการจ้างงาน และการยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจของประเทศ โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งผลักดันโครงการ อมตะ สมาร์ท แอนด์ อีโค ซิตี้ นาหม้อ ให้ดำเนินงานตามกรอบกฎหมายและแผนพัฒนาที่กำหนด พร้อมเร่งแก้ไขอุปสรรคและติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด เพื่อให้โครงการเดินหน้าได้อย่างเป็นรูปธรรม และเป็นกลไกสำคัญในการดึงดูดการลงทุนตามยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจของ สปป.ลาว


นายวรงค์ ตังประพฤทธิ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อมตะซิตี้ ลาว จำกัด กล่าวว่า โครงการ อมตะ สมาร์ท แอนด์ อีโค ซิตี้ นาหม้อ ถือเป็นยุทธศาสตร์การลงทุนสำคัญของอมตะใน สปป.ลาว โดยต่อยอดจากประสบการณ์การพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมในประเทศไทยและเวียดนาม สู่การพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมอัจฉริยะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม บนทำเลศักยภาพในแขวงอุดมไซ ครอบคลุมพื้นที่โครงการ 3,150 เฮกตาร์ เชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคมหลัก โดยเฉพาะเส้นทางรถไฟลาว-จีน ซึ่งช่วยเพิ่มศักยภาพด้านโลจิสติกส์และการขนส่ง พร้อมยกระดับบทบาทของลาว จากประเทศที่ไม่มีทางออกทะเล สู่การเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงการค้าและการลงทุน (Land Link) ของภูมิภาค ทั้งนี้ โครงการได้เริ่มก่อสร้างเฟสแรกบนพื้นที่ 900 เฮกตาร์ และพร้อมเปิดรับนักลงทุนภายในปลายปี 2569

“อมตะ สมาร์ท แอนด์ อีโค ซิตี้ นาหม้อ ตั้งเป้าพัฒนาให้เป็นเมืองอุตสาหกรรมอัจฉริยะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้รับการออกแบบให้รองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งอุตสาหกรรมไฮเทค โลจิสติกส์ อุตสาหกรรมแปรรูป รวมถึงการพัฒนาเชิงพาณิชย์และพื้นที่ใช้ประโยชน์แบบผสมผสาน เพื่อเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานและการลงทุนระหว่างจีน ไทย เวียดนาม และประเทศสมาชิกอาเซียน ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม" นายวรงค์กล่าว


ความคืบหน้าของโครงการ ทางอมตะได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อร่วมศึกษาความเป็นไปได้และพัฒนาโครงการในด้านต่าง ๆ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการลงทุนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมร่วมกันศึกษาการพัฒนาพื้นที่จอดรถบรรทุกไฟฟ้า (EV Truck Park) เพื่อรองรับระบบโลจิสติกส์สีเขียวและการขนส่งข้ามพรมแดน สอดรับนโยบายของรัฐบาล สปป.ลาว ที่ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเป็น 30% ภายในปี 2573

นอกจากนี้ อมตะยังอยู่ระหว่างศึกษาการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบไฟฟ้าและแนวทางการจัดหาพลังงานที่มีความมั่นคง มีเสถียรภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง