xs
xsm
sm
md
lg

สถาบันวิจัยจี้เกาหลีใต้ เร่งคลอดเกณฑ์สเตเบิลคอยน์นำร่องกฎหมายคริปโต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



รายงานเชิงนโยบายล่าสุดจากสถาบันวิจัยอิสระเรียกร้องให้รัฐบาลเกาหลีใต้เร่งประกาศใช้เกณฑ์ควบคุมสเตเบิลคอยน์เป็นการชั่วคราวก่อนที่ร่างกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลฉบับสมบูรณ์จะบังคับใช้ ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนถึงอุปสรรคสำคัญในการผลักดันกฎหมายแม่ที่กำลังเผชิญความขัดแย้งเรื่องอำนาจการออกเหรียญ พร้อมแนะให้เดินตามรอยสหภาพยุโรปเพื่อลดความคลุมเครือและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจดิจิทัล

รายงานนโยบายที่เผยแพร่เมื่อปลายเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2569 โดย Hashed Open Research ร่วมกับ Solana Policy Institute เสนอแนะให้หน่วยงานกำกับดูแลของเกาหลีใต้เพิ่มความยืดหยุ่นแก่ผู้ออกสเตเบิลคอยน์ ข้อเสนอนี้ครอบคลุมถึงการออกใบอนุญาตชั่วคราวและการทยอยบังคับใช้กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ก่อนที่ร่างกฎหมายว่าด้วยสินทรัพย์ดิจิทัลขั้นพื้นฐานจะเสร็จสมบูรณ์ เนื้อหาเหล่านี้นำมาจากเวทีเสวนาที่รวบรวมมุมมองของนักการเมือง ผู้เชี่ยวชาญกฎหมาย และตัวแทนอุตสาหกรรมคริปโต

ร่างกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลฉบับหลักตั้งเป้าเป็นกรอบการทำงานแรกของประเทศที่ครอบคลุมตั้งแต่สเตเบิลคอยน์ การเปิดเผยข้อมูล ไปจนถึงกฎเกณฑ์ตลาด ทว่าฝ่ายนิติบัญญัติยังไม่สามารถตกลงกันได้ในหลายประเด็น ข้อพิพาทเรื่องสิทธิ์ในการออกสเตเบิลคอยน์กลายเป็นอุปสรรคที่ทำให้กระบวนการพิจารณาทางกฎหมายทั้งหมดล่าช้า

ล่าสุดอัน โดกอล (Ahn Dogeol) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปไตยเปิดเผยว่า ผู้กำหนดนโยบายกำลังพิจารณาทางออกอย่างผ่อนปรน อาจใช้วิธีให้ธนาคารพาณิชย์ถือหุ้นใหญ่ ขณะที่กลุ่มฟินเทคและบริษัทที่ไม่ใช่สถาบันการเงินเป็นผู้บริหารจัดการระบบปฏิบัติการ

ด้าน คิม ฮโยบง (Kim Hyobong) หุ้นส่วนจากสำนักงานกฎหมาย Bae, Kim & Lee มองว่าทางการเกาหลีใต้ควรสร้างความชัดเจนว่าสถาบันการเงินสามารถดำเนินธุรกิจคริปโตประเภทใดได้บ้าง พร้อมแนะให้เร่งแก้ปัญหาความคลุมเครือของการใช้สเตเบิลคอยน์เพื่อการชำระเงิน ตลอดจนกำหนดเกณฑ์รองรับเหรียญที่ออกโดยหน่วยงานต่างชาติ เขายังกระตุ้นให้รัฐบาลพิจารณาโมเดลของสหภาพยุโรปที่ทยอยบังคับใช้กฎระเบียบเพื่อควบคุมสเตเบิลคอยน์นำร่องไปก่อน

ขณะที่แนวทางที่เปลี่ยนไปของเกาหลีใต้ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่นักลงทุนและผู้ประกอบการในภูมิภาคเอเชียต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การเร่งจัดระเบียบสเตเบิลคอยน์แยกออกมาสะท้อนให้เห็นว่าสินทรัพย์ประเภทนี้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่มีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจจริงมากกว่าคริปโทเคอร์เรนซีทั่วไป หากกรุงโซลสามารถหาจุดสมดุลระหว่างนวัตกรรมฟินเทคและความมั่นคงของธนาคารพาณิชย์ได้สำเร็จ อาจกลายเป็นแม่แบบให้หน่วยงานกำกับดูแลในภูมิภาคนำไปปรับใช้เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ในตลาดทุนดิจิทัลระยะยาว