กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) สำรวจภาคการก่อสร้างของเม็กซิโก พบขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังมีการเพิ่มการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมทำความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้องขยายตัวตามไปด้วย ชี้เป็นโอกาสไทย ขายวัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์สุขภัณฑ์ เครื่องจักรก่อสร้าง และเข้าไปให้บริการตกแต่งอาคาร ระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ
น.ส.สุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก เร่งขยายตลาดสินค้าไทยและบริการไทย ตามนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ล่าสุดได้รับรายงานจากนางสาวกรรณิกา กะการดี ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเม็กซิโก ถึงการสำรวจภาคการก่อสร้างของเม็กซิโก ที่มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และโอกาสในการส่งออกสินค้าวัสดุก่อสร้างไทยเข้าไปจำหน่าย
โดยทูตพาณิชย์ได้รายงานข้อมูลว่า ภาคก่อสร้างของเม็กซิโกกำลังฟื้นตัว หลังการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรม และการขยายตัวของภาคโลจิสติกส์เริ่มกลับมามีบทบาทมากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง เครื่องจักร และอุตสาหกรรมสนับสนุนโตตามไปด้วย โดยข้อมูลจากสถาบันสถิติแห่งชาติเม็กซิโก (INEGI) ระบุว่า ในเดือนเมษายน 2569 กิจกรรมภาคอุตสาหกรรมของเม็กซิโกขยายตัว 1.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 2.1% จากเดือนก่อนหน้า โดยแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตครั้งนี้มาจากภาคก่อสร้าง ซึ่งขยายตัวสูงถึง 10.2% เมื่อเทียบรายปี และ 7.6% เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าภาคการผลิตที่ขยายตัว 1.2% ขณะที่ภาคเหมืองแร่และสาธารณูปโภคยังอยู่ในทิศทางชะลอตัว
ขณะเดียวกัน ยังมีปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันภาคก่อสร้างของเม็กซิโก คือ การปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานและการลงทุนเพื่อกระจายฐานโรงงานเข้ามาในภูมิภาคอเมริกาเหนือ ส่งผลให้ความต้องการพื้นที่อุตสาหกรรมและระบบสนับสนุนการผลิตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยสมาคมนิคมอุตสาหกรรมเอกชนของเม็กซิโก (AMPIP) มีแผนพัฒนานิคมอุตสาหกรรมใหม่จำนวน 128 โครงการ ระหว่างปี 2567–2573 คิดเป็นมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 6.2–8.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อรองรับการขยายตัวของภาคการผลิตและการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ โดยแบ่งเป็นการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม โรงงาน คลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า อาคารพาณิชย์ ศูนย์ข้อมูล (Data Center) ระบบคมนาคม รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและสาธารณูปโภค ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญต่อการรองรับการลงทุนและการขยายฐานการผลิตของประเทศ
นอกจากนี้ ภาครัฐยังมีส่วนสนับสนุนผ่านโครงการคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานหลายพื้นที่ รวมถึงการพัฒนาเส้นทางเชื่อมต่อ ระบบราง ท่าเรือ และพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ ซึ่งช่วยกระตุ้นความต้องการสินค้าและบริการในอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง เช่น เหล็ก ผลิตภัณฑ์โลหะ วัสดุก่อสร้าง ระบบไฟฟ้า สุขภัณฑ์ อุปกรณ์ก่อสร้าง เครื่องจักร ระบบปรับอากาศ ระบบอัตโนมัติ และงานตกแต่งภายใน ขณะเดียวกัน ภาคเอกชน เริ่มให้ความสำคัญกับการก่อสร้างที่คำนึงถึงประสิทธิภาพพลังงาน การลดต้นทุนการดำเนินงาน และการบริหารอาคารในระยะยาวมากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการวัสดุและเทคโนโลยีที่มีมูลค่าเพิ่มเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
“การขยายตัวของภาคก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐานในเม็กซิโก นับเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม ไม่เฉพาะผู้ผลิตวัสดุก่อสร้าง แต่รวมถึงผู้ผลิตสินค้าตกแต่งอาคาร ระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ อุปกรณ์สุขภัณฑ์ เครื่องจักรก่อสร้าง และผู้ผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรม เนื่องจากความต้องการในตลาดไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการก่อสร้างโครงการใหม่ แต่ยังครอบคลุมการติดตั้งระบบ การปรับปรุงประสิทธิภาพอาคาร และการยกระดับพื้นที่อุตสาหกรรมให้รองรับการใช้งานในระยะยาวมากขึ้น นอกจากนี้ ผู้ประกอบการไทยอาจพิจารณาใช้โอกาสดังกล่าวในการเข้าสู่ตลาดผ่านกลุ่มสินค้าพรีเมียมและสินค้าที่ตอบโจทย์กับเทรนด์การพัฒนาอุตสาหกรรมยุคใหม่ เช่น วัสดุก่อสร้างที่ช่วยประหยัดพลังงาน ระบบอาคารอัจฉริยะ ผลิตภัณฑ์ตกแต่งภายในระดับพรีเมียม ระบบจัดการพลังงาน หรือสินค้าอุตสาหกรรมที่ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน ซึ่งอาจช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดเม็กซิโกในระยะต่อไป” น.ส.สุนันทากล่าว