กรมพัฒนาธุรกิจการค้าผนึกกำลังกรมที่ดิน จัดการต่างชาติถือครองที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ หลังพบใช้ช่องว่าง ตั้งบริษัทนอมินี แล้วใช้ช่องว่างเลี่ยงกฎหมายไปจดทะเบียนกับกรมที่ดิน ก่อนมาเปลี่ยนผู้ถือหุ้น เปลี่ยนกรรมการ เพื่อให้มีอำนาจบริหารจัดการ เผยจะทำการเชื่อมโยงข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพื่อให้รู้ความเคลื่อนไหว และเพิ่มคำเตือน 1 ส.ค.69 สำเนาบัญชีผู้ถือหุ้น ไม่ใช่การรับรองผู้ถือหุ้นปัจจุบัน ต้องดูสมุดทะเบียนที่บริษัทครอบครอง ป้องกันนำเอกสารไปใช้ไม่ถูกต้อง
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมและกรมที่ดินได้พบปัญหาสำคัญ คือ การถือครองอสังหาริมทรัพย์และที่ดินของชาวต่างชาติ ซึ่งโดยหลักการทั่วไปตามประมวลกฎหมายที่ดิน ชาวต่างชาติไม่สามารถดำเนินการได้ แต่ชาวต่างชาติเลือกใช้นิติบุคคลบังหน้าในการถือครอง โดยตั้งบริษัทที่มีคนต่างด้าวถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 49 ซึ่งถือว่ามีสถานะเป็นบริษัทไทย แล้วใช้บริษัทไปซื้อขายอสังหาริมทรัพย์และที่ดิน เพื่อนำมาถือครอง จากนั้นได้ใช้วิธีการเปลี่ยนกรรมการและผู้ถือหุ้นกันเป็นทอด ๆ เพื่อให้มีอำนาจในการบริหารจัดการบริษัท และใช้ช่องว่างหลีกเลี่ยงกฎหมาย ซื้อขายอสังหาริมทรัพย์และที่ดินกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
“การถือครองอสังหาริมทรัพย์และที่ดิน หากเป็นบริษัทไทย ก็สามารถซื้อขายและถือครองได้ แต่ที่ผ่านมา มีคนต่างชาติใช้คนไทยเป็นนอมินีตั้งบริษัทขึ้นมา แล้วเอาบริษัทไปซื้อขายอสังหาริมทรัพย์และที่ดินและถือครอง ซึ่งกรมที่ดินจะดูว่าเมื่อเป็นบริษัทไทย ก็ให้ซื้อขายและถือครองได้ แต่สิ่งที่ชาวต่างชาติทำ คือ เมื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์หรือที่ดินมาได้แล้ว ก็ทำการเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้นหรือกรรมการในภายหลัง เพื่อให้ตัวเองมีอำนาจในการบริหารจัดการ แล้วตัดคนไทยที่เคยเป็นนอมินีออกไป เพื่อมาเป็นเจ้าของเอง ซึ่งกรมไม่นิ่งนอนใจต่อปัญหาการนำโครงสร้างนิติบุคคลไปใช้หลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนกฎหมาย โดยเฉพาะกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นภายหลังการจัดตั้งบริษัท เพราะอาจส่งผลต่อการกำกับดูแลตามกฎหมายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง”
ทั้งนี้ กรมได้ให้ความสำคัญกับการแจ้งข้อมูลผู้ถือหุ้นของบริษัทให้มีความถูกต้องมากที่สุด โดยจะตรวจสอบข้อมูลบุคคลจากการเชื่อมโยงข้อมูลจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เพื่อป้องกันผู้ถือหุ้นทิพย์ (ไม่มีตัวตนจริง) และจะเฝ้าระวังและสนับสนุนข้อมูล เพื่อให้หน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายสามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการตรวจสอบและดำเนินการได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะการเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมที่ดินแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ตรวจสอบได้อย่างรวดเร็ว และป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้น
ขณะเดียวกัน ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.2569 เป็นต้นไป กรมจะระบุข้อควรทราบไว้ในสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีการคัดถ่ายจากกรมทุกฉบับว่า “บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับนี้ นายทะเบียนรับไว้ตามที่กรรมการบริษัทจัดส่ง การที่นายทะเบียนให้คัดสำเนาเอกสารมิใช่เป็นการรับรองถึงความถูกต้องแท้จริงของสถานะผู้ถือหุ้นตามที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้ การพิจารณาว่าบุคคลใดเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท ต้องพิจารณาจากสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นที่อยู่ในความครอบครองของบริษัท ซึ่งได้รับการสันนิษฐานจากกฎหมายว่าเป็นพยานหลักฐานอันถูกต้อง มิใช่สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นที่นายทะเบียนจัดเก็บไว้” เพื่อให้ทุกหน่วยงานและประชาชนทั่วไปได้ทราบข้อกฎหมายและนำไปกำหนดแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้องได้อย่างถูกต้องเป็นไปตามกฎหมาย
สำหรับแนวทางการดำเนินงานของกรมในเรื่องการรับสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นดังกล่าว เป็นไปตามแนวคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ซึ่งวินิจฉัยว่า นายทะเบียนมีหน้าที่เพียงรับและจัดเก็บเอกสารตามที่กฎหมายกำหนด มิใช่ผู้รับรองสถานะหรือสิทธิ์ความเป็นผู้ถือหุ้นของบุคคล โดยการพิจารณาว่าบุคคลใดเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท ต้องตรวจสอบจากสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นซึ่งบริษัทเป็นผู้จัดทำและเก็บรักษาไว้ เพราะตามบทบาทและอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย กรมมีหน้าที่รับสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นที่กรรมการบริษัทนำส่ง เพื่อจัดเก็บและเปิดเผยให้ประชาชนสามารถตรวจสอบและคัดสำเนาได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1020 โดยเอกสารดังกล่าวเป็นข้อมูลที่บริษัทมีหน้าที่นำส่งเพื่อเปิดเผยต่อสาธารณะ มิใช่เป็นการรับรองสถานะหรือสิทธิ์ความเป็นผู้ถือหุ้นของบุคคลแต่อย่างใด