xs
xsm
sm
md
lg

Krungthai GLOBAL MARKETเผยเงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 33.59-ติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง-การประชุม FED

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 33.20-34.00 บาท/ดอลลาร์ และกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.50-33.70 บาท/ดอลลาร์ จากระดับเปิดเช้านี้ ที่(27ก.ค.69)ที่ 33.59 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย”จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ณ ระดับ 33.69 บาทต่อดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) พลิกกลับมาทยอยแข็งค่าขึ้น เข้าใกล้โซนแนวรับ 33.50 บาทต่อดอลลาร์ อีกครั้ง (แกว่งตัวในกรอบ 33.57-33.73 บาทต่อดอลลาร์) ท่ามกลางกระแสข่าวสหรัฐฯ กับอิหร่าน เตรียมกลับมาเจรจาหยุดยิงอีกครั้ง ส่งผลให้ ราคาพลังงานปรับตัวลงแรง พร้อมหนุนให้ ราคาทองคำ (XAUUSD) พลิกกลับมาปรับตัวสูงขึ้น เหนือโซน 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้อีกครั้ง ส่วนเงินดอลลาร์ได้ทยอยอ่อนค่าลง สอดคล้องกับการปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED ลงบ้าง

สำหรับ แนวโน้มเงินบาท เรามองว่า การอ่อนค่าของเงินบาท (USDTHB) อาจชะลอลงบ้าง ในระยะสั้น สอดคล้องกับโมเมนตัมการอ่อนค่าของที่อ่อนกำลังลงล่าสุด หลังเริ่มมีกระแสข่าวสหรัฐฯ กับอิหร่าน พร้อมกลับมาเจรจาหยุดยิง ส่งผลให้ ราคาพลังงานปรับตัวลงแรงในช่วงเช้า วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม ของตลาดการเงินฝั่งเอเชีย อย่างไรก็ดี ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงมีอยู่ ทำให้ เราขอย้ำมุมมองเดิมว่า เงินบาทยังคงเสี่ยงเผชิญ Two-Way Risk พร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของบรรดาธนาคารกลางหลัก โดยเฉพาะ FED โดยในกรณีที่ผู้เล่นในตลาดทยอยปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED เรามองว่า เงินบาทมีโอกาสพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นได้ไม่ยาก ในทางตรงกันข้ามนั้น เงินบาทจะเสี่ยงอ่อนค่าลงต่อได้เช่นกัน (ประเมินได้ในเบื้องต้น การปรับเพิ่ม/ลดโอกาส FED ขึ้นดอกเบี้ยราว 50% อาจกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลง/แข็งค่าขึ้นได้ราว 25 สตางค์ เป็นอย่างน้อย) ซึ่งจากภาพความผันผวนของเงินบาทที่สูงอยู่นั้น ทำให้เราย้ำคำแนะนำเดิมว่า ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย เช่น การใช้กลยุทธ์ Options เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ภายใต้ความผันผวนสูงของตลาดการเงิน

นอกจากนี้ ในช่วงสัปดาห์นี้ ต้องระวังความผันผวนในช่วงตลาดทยอยรับรู้ ผลการประชุมบรรดาธนาคารกลางหลัก ทั้ง FED, BOE และ BOJ ที่อาจส่งผลกระทบต่อตลาดค่าเงิน รวมถึงราคาทองคำได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยในเบื้องต้น หากผลการประชุมของบรรดาธนาคารกลางเป็นไปตามที่เราประเมินไว้ และสถานการณ์ในตะวันออกกลางไม่ได้ทวีความรุนแรงขึ้น เงินบาทมีโอกาสทยอยแข็งค่าขึ้นบ้างในลักษณะ Sideways Down โดยอาจมีโซนแนวต้านแถว 33.85-34.00 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่โซนแนวรับแรกจะอยู่ในช่วง 33.50 บาทต่อดอลลาร์ และมีโซนแนวรับถัดไป 33.20-33.30 บาทต่อดอลลาร์ ทั้งนี้ ควรติดตามรายงานผลประกอบการของบรรดาหุ้นเทคฯ และหุ้นธีม AI/Semiconductor อย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจสร้างความผันผวนให้กับตลาดการเงินและส่งผลกระทบต่อเงินบาทได้เช่นกัน