ผู้จัดการรายวัน 360 – ตลาดรวมแว่นตามูลค่ากว่า 17,000 ล้านบาท โตอืด แม้มีหลายปัจจัยที่เอื้อแต่ก็ไม่โตมาก ทั้ง คนสูงวัยมากขึ้น เด็กเริ่มมีปัญหาสายตาเร็วขึ้น เคทีออพติค เดินหน้าปรับโฉมสาขาใหม่ นำร่องแฟชั่นไอส์แลนด์ จากร้านแว่นตา สู่ ‘Vision & Eyewear Destination’ พร้อมชูโรง เครื่องAirdoc AI
นายชัชวาลย์ วณิชไพสิฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท KT OPTIC จำกัด (เคที ออพติค) ผู้ประกอบการร้านจำหน่ายแว่นตาชั้นนำแถวหน้าของเมืองไทย กล่าวว่า ตลาดรวมแว่นตาในประเทศไทยมีมูลค่ามากกว่า 15,000 ล้านบาท – 17,000 ล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มสายตาทั้งสั้น ยาว อื่นๆ 70% กับกลุ่มแว่นตาแฟชั่นกันแดด ประมาณ 30% ซึ่งปัจจุบันมีเชนร้านแว่นตาจากต่างประเทศหลายรายที่เข้ามารุกตลาดเมืองไทย ทำให้การแข่งขันค่อนข้างรุนแรงตามไปด้วย โดยตลาดรวมระดับกลางลงล่างส่วนใหญ่แข่งขันกันที่เรื่องของราคา แคมเปญโปรโมชั่น ส่วนระดับบนจะแข่งขันเรื่องคุณภาพ การบริการ และตัวสินค้าเป็นหลัก
การแข่งขันในตลาด ปัจจุบันแข่งกันที่ “การบริการ” มากกว่า “ราคา” ขณะที่อดีตแข่งขันกันที่รายการโปรโมชั่น ซึ่งเป็นผลจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยไม่ได้เลือกจากราคาที่ถูกที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่เลือกจากดีไซน์ ความน่าเชื่อถือ ความเชี่ยวชาญ การรับประกัน เป็นต้น
แต่อย่างไรก็ตามหากวิเคราะห์ในเชิงกลยุทธ์ธุรกิจร้านแว่นตากำลังเปลี่ยนจากธุรกิจค้าปลีก ไปสู่ธุรกิจสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และแฟชั่น ผู้ที่ประสบความสำเร็จในระยะยาวจะไม่ใช่ร้านที่ขายแว่นตาได้ในราคาถูกที่สุด แต่เป็นร้านที่สร้างความเชื่อมั่นเรื่องการดูแลสายตา ควบคู่กับการมอบประสบการณ์การเลือกแว่นตา ที่ตอบโจทย์บุคลิกและไลฟ์สไตล์ของลูกค้ามากกว่า
โดยที่ตลาดรวมเติบโตไม่มากนักเฉลี่ยต่อปีประมาณ 3-5% ต่อเนื่อง ทั้งๆที่ ตลาดในไทย เข้าสู่สังคมผู้สูงวัยมากขึ้นควรจะทำให้ความต้องการแว่นสายตาโดยเฉพาะโปรเกรสซีฟเพิ่มขึ้น อีกทั้งเด็กไทยเริ่มมีปัญหาทางสายตามากขึ้นกว่าในอดีต ขณะที่คนไทยเปลี่ยนแว่นตาใหม่เฉลี่ย 2-3 ปีต่อครั้ง แต่ตลาดรวมกลับเติบโตไม่มากเท่าใดนัก เพราะคนไทยจำนวนมากยังตระหนักเรื่องปัญหาทางสายตาน้อยอยู่ และส่วนใหญ่จะเน้นการรักษาช่วงหลัง ไม่ได้เน้นเชิงป้องกันตั้งแต่แรก
จากตัวเลขของกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ปัจจุบัน คนไทยมีปัญหาทางสายตาประมาณ 15% ของจำนวนประชากรทั้งหมด แต่ว่ามีการเข้าใช้บริการเกี่ยวกับการรักษา สายตา หรือใช้แว่นตา 2-4 ล้านคน เท่านั้น ขณะเดียวกันจำนวนของนักทัศนมาตรหรือผู้ให้บริการทางด้านสายตาแว่นตามีน้อยเพียงแค่ ประมาณ 1,400 คนเท่านั้น เท่ากับว่าเฉลี่ยแล้ว นักทัศนมาตรของไทย 1 คน ต้องดูแลคนไทยจำนวน 60,000 คน ซึ่งถือว่ามีน้อยมาก
อย่างไรก็ตาม เป็นที่่น่าสังเกตว่า ตั้งแต่ช่วงหลังเกิดสถานการณ์โควิด-19เป็นต้นมา พบว่า เด็กไทยเริ่มมีปัญหาทางสายตามากขึ้น อันเป็นผลพวงมาจากในช่วงที่เกิดโควิด จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำการเรียนการสอนผ่านทางออนไลน์ ทำให้เด็กต้องใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ในการเรียนมากกว่าเดิม ทำให้สายตาต้องสัมผัสกับแสงหน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา นอกจากนั้นยังเป็นผลมาจากการที่ต้องคลุกคลีอยู่กับหลายหน้าจอ เช่น ติดจอมือถือ ติดจอมอนิเตอร์เกม ติดจอโทรทัศน์ เป็นต้น ทำให้สายตาได้รับผลกระทบที่มากขึ้นและเร็วขึ้นกว่าเดิม
“ช่วงนี้ตลาดแว่นสายตาของเด็ก เริ่มมีการเคลื่อนไหวเติบโตอย่างมีนัย เห็นได้ชัด เช่น ในส่วนของเคที เอง สัดส่วนแว่นสายตาเด็กเพิ่มขึ้นเป็น 5% แล้วจากในอดีตมีเพียงแค่ 2% เท่านั้นเอง”
เขากล่าวให้ความเห็นด้วยว่า ในประเทศจีน มีกฎหมายที่เกี่ยวกับว่าห้ามเด็กจีนสายตาสั้นเพิ่มมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันเด็กจีนประมาณ 70%-80% ใส่แว่นสายตากันแล้ว
ล่าสุด บริษัทปรับโฉมใหม่ศูนย์จำหน่ายแว่นตา KT OPTIC (เคที ออพติค) สาขา Fashion Island (แฟชั่นไอส์แลนด์) ซึ่งเป็นสาขาแรกที่ ปรับรูปแบบจากร้านแว่นตา สู่ ‘Vision & Eyewear Destination’ ที่สมบูรณ์แบบที่สุด ให้เป็นจุดหมายปลายทางใหม่ของการดูแลสายตาและแฟชั่นแว่นตา รวบรวมเทคโนโลยี ความแม่นยำ แบรนด์ชั้นนำ และดีลพิเศษไว้ในที่เดียว เพื่อรองรับลูกค้าฝั่งกรุงเทพฯ ตะวันออก หลังพบโอกาสในการทำตลาด เนื่องจากในย่านดังกล่าวมีจำนวนประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ประกอบกับเป็นประตูสู่จังหวัดภาคตะวันออกของประเทศด้วย
ทั้งนี้ สาขาดังกล่าวเป็นการปรับปรุง(Renovate) ยกเครื่องโฉมใหม่ให้มีความทันสมัย และขนาดพื้นที่ใหญ่ขึ้น เป็นกว่า 180 ตารางเมตร ตั้งอยู่บนชั้น 2 ในศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ รองรับประสบการณ์แบบ Vision & Style Lab ที่มีเครื่องมือวัดสายตาระดับสากลครบชุดจาก ZEISS และตรวจสุขภาพสายตาด้วย Airdoc AI นอกจากนี้ยังมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษากับลูกค้า และเป็น Professional Lab ที่รวมนวัตกรรม เทคโนโลยี และแฟชั่นแว่นตาไว้ในที่เดียว คาดว่าสาขานี้จะเป็นสาขาที่ทำรายได้เดือนละไม่ต่ำกว่า 2-3 ล้านบาท และเป็นสาขาที่ทำรายได้หลักติด 1 ใน 5 ของจำนวนสาขาที่มีอยู่กว่า 140 สาขาทั่วประเทศ
นายชัชวาลย์ กล่าวว่า การพลิกโฉมสาขาแฟชั่นไอส์แลนด์ สู่ "Vision & Eyewear Destination" ระดับโลกครั้งนี้ เพราะ KT OPTIC ต้องการมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การเลือกแว่นตาที่ตอบโจทย์ สุขภาพสายตาและไลฟ์สไตล์ ให้กับลูกค้าเฉพาะบุคคลมากขึ้นและตอกย้ำผู้นำด้านการดูแลสายตาชั้นนำของเมืองไทย เพื่อผลักดันยอดรายได้รวมของ KT OPTIC สิ้นปี 2569 แตะ 850 ล้านบาท เติบโตกว่า 5 % เมื่อเทียบกับปี 2568 ที่ทำได้ 800 ล้านบาท และคาดว่าปีนี้จะมีกำไรประมาณ 30 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีที่แล้ว ซึ่งการทำธุรกิจแฟชั่น แม้จะอยู่ในกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย แต่ธุรกิจร้านแว่นตาในปัจจุบันถือว่าเป็นธุรกิจที่ยังมีศักยภาพเติบโต และการแข่งขันเปลี่ยนจากการ “ขายแว่น” ไปสู่การ “ขายประสบการณ์และบริการด้านสายตา” มากขึ้น
สำหรับโปรโมชันร่วมเฉลิมฉลองโฉมใหม่ของสาขาแฟชั่นไอส์แลนด์ KT OPTIC มอบของขวัญพิเศษให้แก่ลูกค้าดังนี้ คือฟรี บริการตรวจสุขภาพตาด้วยระบบ AI และวัดสายตาแบบครบวงจร (มูลค่า 2,500 บาท) จนถึง 31 สิงหาคม 2569, โปรโมชันลดสูงสุด 60% สำหรับสินค้าแบรนด์ชั้นนำที่ร่วมรายการ, แคมเปญพิเศษ นำแว่นตาเก่ามาแลกรับส่วนลดแว่นตาใหม่ฟรี (จำกัดวันละ 30 อัน รวมทั้งสิ้น 500 อัน หรือจนกว่าของจะหมด) และรับของสมนาคุณสุดพิเศษภายในร้าน