“แม่ลาปลาเผา (สิงห์บุรี)” ต้นตำรับร้านดังริมถนนสายเอเชียที่ใครเดินทางเส้นนี้บ่อยก็จะเห็นร้านอาหารที่มีประติมากรรมขวดเบียร์ที่ถูกนำมาวางเรียงกันจนกลายเป็นขวดยักษ์ แสดงว่าถึงจังหวัดสิงห์บุรี เพราะนี้ คือ ร้านดัง จังหวัดสิงห์บุรี “แม่ลาปลาเผา” สาขาเดียวไม่มีที่อื่นๆ ส่วนชื่อที่ซ้ำๆ กัน มาฟังจาก “เจ้าของร้าน แม่ลาปลาเผา สิงห์บุรี รายนี้ ว่า ทำไม ถึงมีชื่อ “แม่ลา ปลาเผา” อยู่เยอะมาก
คุณสุภนิช พริ้งพร้อม เจ้าของแม่ลาปลาเผา ต้นตำรับสิงห์บุรี เล่าว่า แม่ลาปลาเผา (สิงห์บุรี) เปิดมากว่า 46 ปี โดยไม่มีสาขาที่ไหน มีร้านเดียว ริมถนนสายเอเชีย ส่วนแม่ลาปลาเผาที่พบเห็นทั่วๆไป ไม่ใช่สาขาของเรา หลายคนก็คงจะสงสัยว่า ทำไม ถึงใช้ชื่อเดียวกัน หรือคล้ายๆ กัน ที่เป็นเช่นนี้ เพราะว่า ชื่อ “แม่ลา” เป็นชื่อลำน้ำสาธารณะ และปลาเผาก็เป็นเมนูอาหารทั่วไป ไม่สามารถนำมาจดเป็นชื่อ หรือ เป็นลิขสิทธิ์ ของทางร้านได้
อย่างไรก็ดี ด้วยความที่แม่ลาปลาเผา (สิงห์บุรี) ของเราเปิดมานาน และเป็นร้านแรกในย่านสิงห์บุรี ที่อยู่ริมถนนสายเอเชีย ทำให้ลูกค้าที่เคยมากินที่ร้านของเรา พอไปกินร้านอื่นๆ และรสชาติไม่เหมือนกับที่เค้ามากินที่ร้านของเรา ก็เคยเกิดคำถามมากมาย กลับมาหาเราว่า ทำไมไปกินที่อื่นๆ ไม่เหมือนกัน ในช่วงแรกพยายามที่จะแก้ปัญหา แต่ด้วยความที่ชื่อเป็นสถานะ เราไม่สามารถจดเป็นชื่อของเราได้ ก็เลยปล่อยเลยตามเลย มาถึงทุกวันนี้
ส่วนหนึ่งที่เราไม่ได้พยายามจะหาทางออกตรงนี้ เพราะมองว่า สุดท้ายคนที่ชื่นชอบในรสชาติร้านเรา ก็ต้องกลับมากินที่ร้านของเรา ทำให้ที่ผ่านมาเราเองก็ไม่ได้รู้สึกว่า การที่มีคนตั้งชื่อ แม่ลา ปลาเผาเหมือนกับเรา จะกระทบกับการเปิดร้านแม่ลาปลาเผา สิงห์บุรี ของเราแต่อย่างใด และครอบครัวมองว่า ทำมาหากินเหมือนกัน ก็แบ่งปันกันไป ส่วนใครจะชอบร้านไหน ก็ต้องเป็นความชอบส่วนตัวของคนๆ นั้น ใครชอบร้านเรา ก็ต้องกลับมากินที่ร้านของเรา เป็นเหตุผลที่เราไม่คิดว่าจะเปิดขยายสาขาที่ 2 ที่ 3 เราก็ยังคงยืนหยัดสาขาเดียว จะได้บอกกับใครๆ ว่า “แม่ลา ปลาเผา (สิงห์บุรี)” ของเรามีเพียงสาขาเดียว
ประวัติความเป็นมาของ แม่ลา ปลาเผา (สิงห์บุรี) “คุณสุภนิช” เล่าว่า ก่อนจะมาเป็นแม่ลา ปลาเผา เดิมคุณแม่คนภูเก็ต และแม่เป็นคนทำร้านอาหารมาตั้งแต่รุ่น ก๋ง ในสมัยก่อนจะใช้ปลากะพง เผา ใช้น้ำจิ้มมะขามเปียก เปิดขายที่กรุงเทพมานาน พอคุณพ่อซึ่งเป็นคนสิงห์บุรี พ่ออยากย้ายกลับมาทำร้านอาหาร ที่บ้านเกิดของคุณพ่อ ก็ต้องมาดูว่า ที่สิงห์บุรี มีความโดดเด่นเรื่องอะไร เป็นที่ทราบกันว่า ที่สิงห์บุรีขึ้นชื่อ เรื่องรสชาติความอร่อยของปลาช่อน เราก็เลยเอาของเด่นของสิงห์บุรี อย่างปลาช่อน และนำประสบการณ์การทำร้านอาหาร ก็เลยได้มาเป็น “แม่ลา ปลาเผา (สิงห์บุรี)” มาจนถึงทุกวันนี้
ทุกคนจะจดจำ ร้านของเราจาก ปลาช่อนสิงห์บุรีเผาที่ทานคู่กับน้ำจิ้มมะขามเปี๊ยก และทานเคียงกับผักสะเดาลวก ผักพื้นบ้านที่มีความคงลงตัวเมื่อนำมาทานคู่กับปลาเผาและน้ำจิ้มสูตรเด็ดของทางร้าน
โดยกระบวนการทำปลาช่อนเผาของเรา เริ่มมาจาก ด้วยคุณสมบัติของปลาช่อน คือ มีความคาว เพราะเป็นปลาน้ำจืด ต่างจากปลากะพงที่เราเคยทำ ก็เลยต้องหาวิธีว่าจะทำอย่างไรให้ปลาช่อนของเราไม่คาว ก็เลยใช้วิธีลมควัน โดยให้ควันกาบมะพร้าวเผาแทรกในเนื้อปลาเนื้อจะมีความชุ่มฉ่ำ ดับความคาว เพิ่มความหอม และคนภาคกลางชอบทานสะเดากับน้ำปลาหวาน กินกับปลาดุกย่าง และกุ้งเผา พอปลาเผารมควันมาเจอกับสะเดาลวกก็เป็นความลงตัวอีกแบบหนึ่ง เป็นจุดขายที่ทำให้ แม่ลา ปลาเผา โด่งดัง
สำหรับ แม่ลา เป็นชื่อลำน้ำ มารวมตัวกันของแม่น้ำ ทำให้มีแร่ธาตุต่างไหลมารวมกันตรงจุดนั้นกลายเป็นแหล่งอาหารที่สมบูรณ์ ที่ปลาชื่นชอบ ส่งผลให้ปลาต่างๆ ก็มักจะมารวมกันตรงจุดนี้ เพื่อกินแร่ธาตุต่างๆ ที่สะสมอยู่บริเวณนี้ และปลาที่กินแร่ธาตุต่างๆ ที่อยู่ในลำน้ำนี้ จึงมีเนื้อหวานอร่อยเป็นพิเศษ ทำให้ปลาช่อนแม่ลา มาจาก ลำน้ำแม่ลาโด่งดัง เป็นที่รู้จัก ทั้งปลาช่อนแดดเดียว หรือ ปลาช่อนเผา และอีกหลายเมนูฯลฯ
ในส่วนของ ร้านแม่ลา ปลาเผา ถ้าเป็นช่วงวันนักขัตฤกษ์ หรือ วันหยุดพิเศษที่คนเดินทางกัน ร้านของเรา ต้องใช้ปลา 200-300 กิโลกรัม ต่อ 2 วัน ส่วนเมนูที่ขายดี ตอนนี้ ก็ยังคงเป็นปลาเผา และ ปูหล่น เมนูปลาอื่นๆ เช่น ปลาเนื้ออ่อน เป็นต้น
โทร. 092-936-9654
คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด