xs
xsm
sm
md
lg

SNNP ลดเสี่ยงไทย-โฟกัสเวียดนาม เบนโตะดึง “สไปเดอร์แมน” รุกนิวเจน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ผู้จัดการรายวัน 360 – ศรีนานาพร (SNNP) ปรับเกมรุก แบรนด์ เบนโตะ ลดเสี่ยงตลาดในไทย มุ่งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้ต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 30%-40% ในปี 2573 โฟกัสเวียดนามตลาดพระเอกหลัก เหตุราคาดี มาร์จิ้นสูง ต้นทุนต่ำ


นายวิโรจน์ วชิรเดชกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานธุรกิจในประเทศ บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SNNP กล่าวว่า ตราดรวมขนมขบเคี้ยวหรือสแน็ก (SNACK ) ในไทยมีมูลค่ารวมกว่า 50,000 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 3-5% ต่อปี ซึ่งตลาดใหญ่ๆก็เช่น มันฝรั่ง ถั่ว เป็นต้น ส่วนเซกเมนต์ตลาดขนมปลาหมึกแผ่นมีมูลค่าประมาณ 1,500 ล้านบาท โดยมีแบรนด์ เบนโตะ (Bento) ของบริษัท เป็นผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่งมากกว่า 75%

อย่างไรก็ตามด้วยความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน รวมทั้งผลกระทบอื่นๆที่มีต่อเนื่อง ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคได้รับผลกระทบด้วย ระมัดระวังในการใช้จ่ายในช่วงที่เศรษฐกิจแย่หนักๆ จึงอาจจะเป็นการเสี่ยงเกินไปที่จะพึ่งพาเฉพาะตลาดหลักในประเทศไทยเท่านั้น

ยอดขายของบริษัทในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมานี้ ตกลงไปประมาณ 12% และกำไรลดลงเหลือกว่า 60 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าถึง 100 ล้านบาทเนื่องมาจากปัญหาเศรษฐกิจ ภาพรวมกำลังซื้อของผู้บริโภคยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ แม้ว่าทางภาครัฐจะออกมาตรการมากระตุ้นแต่ก็ช่วยได้บางส่วน


นอกจากนั้นต้นทุนการดำเนินการก็สูงขึ้นจากผลกระทบของ สงครามในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ต้นทุนผลิตสูงขึ้น จากหลายปัจจัย เช่น ราคาวัตถุดิบ ราคาน้ำมัน ค่าขนส่ง ส่งผลให้ต้องมีการปรับแผนเป็นระยะ รวมถึงการเลื่อนการเปิดตัวแคมเปญการตลาดบางแคมเปญเดิมในไตรมาส 2 มาเป็นไตรมาส 3คาดว่าเป้าหมายการเติบโตจากเดิมที่ตั้งไว้โต 5% อาจจะต้องปรับไปเป็นเพียงการประคองยอดขายทั้งปีให้ติดลบไม่เกิน 2%

อย่างไรก็ตาม การปรับราคาสินค้าก็ไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้องเสมอไป เพราะบางครั้งอาจจะทำให้สูญเสียฐานลูกค้ากลุ่มนั้นไปก็ได้ โดยเฉพาะ เบนโตะ ขนาด 5 บาท บริษัทยังคงขายในราคาเดิม แต่ลดปริมาณลง 1 กรัม เพราะว่าราคาขนาด 5 บาทนี้ ต้องยอมรับว่าเป็นราคาเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญญมากสำหรับกลุ่มเป้าหมายที่อยู่ในต่างจังหวัด โดยเฉพาะเด็กนักเรียนที่ไม่ได้มีกำลังซื้อสูงมากนัก และยังสอดคล้องกับพฤติกรรมการซื้อของลูกค้าอีกด้วยที่สามารถหยิบเหรียญ 5 บาทจ่ายได้สะดวก นอกนั้นก็ใช้วิธีการปรับลดปริมาณสินค้า เช่น ขนาดราคา 20 บาท ปรับลดปริมาณจาก 22 กรัม เหลือ 18 กรัม

“ในแง่การผลิตการตลาดก็เดินหน้าควบคู่ไปกับการออกรสชาติใหม่ๆ เพื่อสร้างความเคลื่อนไหวและการซื้อ ส่วนรสชาติใดที่ขายไม่ดีก็ทยอยถอดออกจากตลาด และการปรับวัตถุดิบ แต่ยังมุ่งเน้นเรื่องของคุณภาพเป็นหลัก ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยให้บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย โดยสัดส่วนยอดขายมาจากช่องทางจัดจำหน่ายร้านค้าปลีกสมัยใหม่หรือโมเดิร์นเทรด เช่น เซเว่นอีเลฟเว่น ประมาณ70% – 75% และร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมหรือเทรดดิชั่นแนลเทรด ประมาณ 25% – 30% ” นายวิโรจน์ กล่าว


ทั้งนี้ บริษัทฯวางเป้าหมายรายได้ภายใน 5 ปีจากนี้ภายในปี 2573 จะมีสัดส่วนรายได้ในประเทศ 60%-70% จากขณะนี้มีสัดส่วนรายได้หลักที่ 75% และสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเพิ่มเป็น 30% -40% ด้วยการขยายตลาดต่างประเทศต่อเนื่องทั้งตลาดเดิมแต่ขยายพื้นที่และตลาดประเทศใหม่

ปัจจุบันที่มีการวางจำหน่ายสินค้าเบนโตะและทำตลาดอยู่ในประมาณ 40 กว่าประเทศทั่วโลก แต่ตลาดหลักคือ เวียดนาม จีน ฟิลิปปินส์ และเกาหลี ซึ่งในกลุ่มนี้ กล่าวได้ว่า เวียดนาม เป็นตลาดหลักที่สร้างยอดขายสูงที่สุดให้กับบริษัทมาตลอด ซึ่งแผนงานจากนี้บริษัทอยู่ระหว่างการปรับปรุงระบบการกระจายสินค้าและการจัดจำหน่ายใหม่ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งมากขึ้น รองรับการเติบโตในระยะยาวต่อไป

นอกจากสร้างยอดขายหลักแล้วเป็นเพราะว่า บริษัทมีการลงทุนสร้างโรงงานผลิตตั้งอยู่ที่เวียดนาม ส่งผลดีต่อต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่าผลิตและส่งออกจากไทย สามารถช่วยลดต้นทุนการขนส่งจากไทย ซึ้งเดิมก็เคยมีการนำเข้าวัตถุดิบปลาจากเวียดนามอยู่บ้างแล้ว

ประกอบกับราคาจำหน่าผลิตภัณฑฺ์ที่เวียดนามนั้น มีราคาที่สูงกว่าขายในไทย ทำให้ได้อัตรากำไรที่สูงกว่า บวกกับพฤติกรรมผู้บริโภคชาวเวียดนามในปัจจุบันที่มีความคล้ายคลึงกับตลาดประเทศไทย ก็ทำให้การทำตลาดเข้าถึงผู้บริโภคไม่ยากเกินไป ส่วนนักท่องเที่ยวเวียดนามที่มาเที่่ยวเมืองไทยก็นิยมซื้อเบนโตะกลับไปเป็นสินค้าของฝากจำนวนมาก

สำหรับการรุดกตลาดในไทยล่าสุด นายวิโรจน์ กล่าวว่า ได้ใช้กลยุทธ์ การทำ Collaboration Marketing ร่วมกับ ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ฟอร์มยักษ์ SPI DER-MAN: BRAND NEW DAY ในการทำกิจกรรมส่งเสริมการขายระยะสั้น และเป็นการยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้มีความทันสมัยและเข้าถึงไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่อยู่เสมอ โดยเราเลือกพันธมิตรที่มีภาพลักษณ์แข็งแกร่ง เข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง และมีความสอดคล้องกับตัวตนของแบรนด์เบนโตะ

SPIDER-MAN ถือเป็น Global Icon ที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายของเบนโตะและ SPIDER-MAN ที่ มีความสอดคล้องกันอย่างมากภายใต้แนวคิด “โตมาด้วยกัน” ตั้งแต่วัยเด็ก วัยรุ่น ไปจนถึงวัยทำงาน จึงมั่นใจว่า กลยุทธ์ Collaboration Marketing นี้ จะช่วยขยายฐานลูกค้า ดึงดูดกลุ่มผู้บริโภคใหม่ ๆ ให้เปิดใจลอง และกระตุ้น การบริโภค เพิ่มโอกาสในการขาย ทั้งนี้เบนโตะเป็นแบรนด์ที่อยู่ในตลาดมานานกว่า 30 ปีแล้ว จึงจำเป็นต้องปรับภาพลักษณ์แบรนด์ให้ทันสมัย เพื่อเจาะเข้าหาคนรุ่นใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะ Gen Z
โดยบริษัท ฯ คาดหวังว่าแคมเปญนี้จะช่วยผลักดันยอดขายในช่วงแคมเปญให้เติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 20% แคมเปญสไปเดอร์แมน ใช้งบการตลาดไม่เกิน 3% ของยอดขาย เน้นไปที่สื่อออนไลน์นอกจากนี้ยังช่วยสร้าง Brand Awareness และ Consumer Engagement ร่วมกับผู้บริโภคได้ดี พร้อมทั้งสร้างภาพลักษณ์แบรนด์เบนโตะให้ทันสมัยอยู่เสมอ


นายศิรวิศร์ วินธนาพิศุทธ์ ผู้จัดการทั่วไป ประจำประเทศไทย บริษัท ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล พิคเจอร์ส (ฟาร์อีสต์) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายภาพยนตร์ของโซนี่ พิคเจอร์ส ในประเทศไทย กล่าวถึงความร่วมมือในฐานะพันธมิตรความบันเทิงระดับโลกว่า “ภาพยนตร์ SPIDER-MAN: BRAND NEW DAY คือภาพยนตร์เรือธงแห่ง ปี 2026 จาก โซนี่ พิคเจอร์ส ที่มีแฟนๆ ทั่วโลกรอคอยเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังมีฐานแฟนคลับที่กว้างและทรงพลังใน ทุกช่วงอายุ การที่ได้ร่วมมือกับเบนโตะซึ่งเป็นแบรนด์ผู้นำตลาดขนมขบเคี้ยวประเภทปลาหมึกอบที่มีเครือข่ายช่องทางจำหน่ายครอบคลุมผู้บริโภคทั่วประเทศภายใต้แคมเปญ “Bento x SPIDER-MAN: BRAND NEW DAY" จะช่วยสร้างมิติใหม่ในการรับรู้ถึงการกลับมาของภาพยนตร์ SPIDER-MAN: BRAND NEW ได้มากขึ้น ผ่านกิจกรรมการตลาดที่เข้าถึงคนไทยในวงกว้าง เราหวังว่าความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยสร้างกระแสความตื่นเต้นและ ส่งมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับแฟนภาพยนตร์ชาวไทยทุกคนก่อนที่ภาพยนตร์จะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ 30 กรกฎาคม นี้”

ไฮไลต์คือบรรจุภัณฑ์รุ่นลิมิเต็ดเอดิชัน ดีไซน์พิเศษรวม 13 SKUs ทั้งในกลุ่มเบนโตะหมึกอบ เบนโตะหมึกบด และเบนโตะ แม็กซ์ หมึกอบกรอบ ที่ ดึงเอาคาแรกเตอร์ซูเปอร์ฮีโร่ขวัญใจคนทั่วโลกอย่าง SPIDER-MAN มาอยู่บนซองขนม เพื่อสร้าง Visual Impact ที่โดดเด่นสะดุดตาบนชั้นวางสินค้า และกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกร่วมของผู้บริโภค (Emotional Engagement) ควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรมสื่อสารการตลาดแบบครบวงจร 360 องศา ทั้งช่องทางออฟไลน์ หน้าจุดขาย และออนไลน์ผ่านกลุ่ม KOLs, Influencers และคอมมูนิตี้แฟนคลับภาพยนตร์

"Bento x SPIDER-MAN: BRAND NEW DAY" Lucky Draw Promotion เปิดให้ร่วมสนุกตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม - 20 สิงหาคม 2569 เพียงซื้อผลิตภัณฑ์เบนโตะครบทุก 100 บาท รับสิทธิ์ลุ้นโชค 1 สิทธิ์ เพียงอัปโหลดภาพใบเสร็จผ่านช่องทางที่กำหนด โดยไม่จำกัดจำนวนสิทธิ์ในการร่วมรายการ ลุ้นรับ PlayStation®5 รุ่น Ultra HD Blu-ray พร้อมเกม MARVEL'S SPIDER-MAN 2 จำนวน 20 รางวัล รวมถึงของพรีเมียมลิขสิทธิ์แท้ Bento x SPIDER-MAN กว่า 4,000 รางวัล มูลค่ารวมกว่า 2.3 ล้านบาท พร้อมประกาศรายชื่อผู้โชคดีทุกสัปดาห์ ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมและเงื่อนไขการร่วมรายการได้ทาง Facebook: BentoSquid