xs
xsm
sm
md
lg

ทีม ”วิศวกร อัพเวล“ เสนอแก้ข้อบังคับสภาวิศวกร สร้างความปลอดภัยสาธารณะ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:

ทีมวิศวกร อัพเวล ผู้สมัครหมายเลข 34 ถึง 42 นำทีมโดย นายไพบูลย์ ต้นศิริอนุสรณ์ วิศวกรโยธา และ ดร.สมบัติ วนิชประภา วิศวกรไฟฟ้า เปิดตัว 25 นโยบาย ที่ใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งกรรมการสภาวิศวกรสมัยที่ 9 ตามแคมเปญ “องค์กรหลักด้านวิศวกรรม สร้างวิศวกรแห่งอนาคต” เมื่อเร็วๆ นี้ ที่สวนเบญจกิตติ โดยมีพันธกิจ 5 ด้านได้แก่ ด้านวิชาชีพ ด้านการศึกษา ด้านกฎหมาย ด้านต่างประเทศ และ ด้านความปลอดภัยสาธารณะ ที่เป็นวาระแห่งชาติ

ดร.สมบัติ กล่าวว่า “สภาวิศวกรมีสมาชิก มากกว่า 2แสนคน เกือบ 90%เป็นภาคีวิศวกร บางคนอายุ 60 ทำงานมาเกือบ 40 ปี ยังถือใบอนุญาต (ใบกว.) ระดับภาคีวิศวกร อยู่เลย (ซึ่งต่างกับในต่างประเทศ ที่สนับสนุนให้มีสัดส่วน Charter Engineer มากกว่า Associate Engineer) วิศวกรไทยบางคนใบอนุญาตก็ไม่ได้ต่ออายุมา 30 ปีแล้ว วิศวกรระดับสามัญ และระดับวุฒิ ในประเทศมีไม่พอกับการเซ็น รับรองงานทั้งประเทศ บางคนเซ็นควบคุมงานกว่า 50 โครงการ ในปีเดียว บางคนเซ็นยินยอม ให้ใช้ชื่อประมูลงาน ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเซ็นงานไหนไปบ้าง ทำให้หลายโครงการ ไม่ได้มีการควบคุมงานจริง ตามที่ได้ใช้ชื่อไป จนเกิดความละเลยอันเป็นสาเหตุหลัก ของปัญหางานก่อสร้าง"

"กลุ่มวิศวกรอัพเวล ทั้ง 9 คน ขออาสาเข้ามาแก้ไขปัญหาดังกล่าว ด้วยการนำนโยบายที่ปฏิบัติ และวัดผลได้จริงในการนำวิศวกรตัวจริง เข้าสู่ระบบการทำงานตามกฎหมายที่ถูกต้อง โดยให้มีการทบทวนกระบวนการการสอบเลื่อนระดับตั้งแต่ขั้นตอนยื่นเอกสาร การพิจารณาผลงาน กฏเกณฑ์ต่างๆ จะต้องไม่ยุ่งยาก ไม่แทงเอกสารกลับไปกลับมา ผู้ชำนาญการสอบสัมภาษณ์เลื่อนระดับ(exam panel) จะต้องใช้ ระบบโค้ช(coaching – ถามให้ตอบได้) แทนระบบตัดสิน (judgement-ถามให้สอบตก)”

สภาวิศวกรสมัยหน้า ควรจะปรับปรุงอะไรเพื่อช่วยในเรื่องความปลอดภัยสาธารณะได้บ้าง?

ดร.สมบัติ กล่าวว่า ”หลักสูตร วิศวกรรม ในไทย มีมากกว่า 100 ปีแล้ว ซึ่งเกือบทุกมหาวิทยาลัย ก็ได้รับการรับรองโดยสภาวิศวกร ซึ่งในอนาคตจะต้องมีการเพิ่มเติมวิชาที่เกี่ยวข้องกับการรับมือภัยพิบัติ และการใช้เทคโนโลยีวิศวกรรมปลอดภัยให้เป็นวิชาบังคับ เพื่อให้วิศวกรที่จบออกมามีความตระหนักในเรื่อง ความปลอดภัยเป็นสำคัญ นอกจากนี้ วิศวกรจะต้อง ช่วยเหลือประชาชน และให้คำปรึกษาภาครัฐ ซึ่งสภาวิศวกร จะต้องพร้อมเป็นหน่วยประสานงานกลางร่วมกับ วสท โดยจัดให้มีสายด่วนรับแจ้งเหตุ รวมไปถึงมีระบบ ร้องเรียนจรรยาบรรณที่รวดเร็วและเป็นธรรม การชี้แจงปัญหาภัยพิบัติต่างๆ จากสภาวิศวกร ไม่ว่าจะเป็น เครนถล่ม ถนนทรุด ตึกถล่ม ไฟไหม้รถยนต์ EV ไฟไหม้โซลาร์ แบตเตอรี่ ไฟไหม้สถานบันเทิง นั้นจะต้อง มีข้อสรุปทางวิศวกรรมที่รวดเร็ว ชัดเจน ตรงไปตรงมา จะไปอ้างเหตุสุดวิสัยไม่ได้"
 

"ในประเด็นสุดท้ายคือประเทศไทยจะต้องเร่งระดมวิศวกรที่จะช่วยในการตรวจสอบอาคาร ทั้งระบบไฟฟ้า และระบบโครงสร้างโดยจัดตั้งศูนย์อบรมฟรีของสภาวิศวกรและให้ขึ้นทะเบียนกับกรมโยธาธิการอย่างถูกต้อง ควรจัดให้มีการจัดอบรมทฤษฎีแบบออนไลน์ฟรี และให้เสียเพียงค่าสอบภาคปฏิบัติเพื่อได้ใบรับรองเป็นผู้ตรวจอาคารในราคาไม่เกิน 1,000 บาท เพราะปัจจุบันการอบรม ผู้ตรวจอาคารมีค่าใช้จ่าย ถึง 20,000 บาท และ อบรมได้ไม่ทั่วถึง หากมีการลดค่าอบรมดังกล่าวเป็นแบบออนไลน์ฟรีได้ใบรับรองฯ นอกจากจะทำให้ วิศวกรอาสาผู้ตรวจอาคารมีจำนวนมากขึ้นแล้ว ยังให้ประชาชนผู้สนใจที่ไม่ใช่วิศวกรได้มีความรู้เบื้องต้น จากการ ศึกษาภาคทฤษฎีได้อย่างแพร่หลายอีกด้วย”


นายไพบูลย์ กล่าวเสริมว่า “สภาวิศวกรไม่ใช่สถาบันการศึกษา ทุกวันนี้การสอบเลื่อนระดับ ทำเหมือน สอบวิทยานิพนธ์ มีทั้งการให้เข้าเรียน(เก็บ CPD) ทำเล่มรายงาน(portfolio)เพื่อยื่นและสอบจบ ซึ่งไม่ใช่ วิธีการวัดผล การทำงาน ของวิศวกรที่ถูกต้อง การบังคับให้มีการ เก็บคะแนน CPD ให้ครบ 150 หน่วย (คิดเป็นค่าอบรมหลักแสน ทั้งที่พรบ วิศวกร หรือ กฎกระทรวงไม่ได้บังคับ ระบุไว้) ทำให้สมาชิกต้องสิ้นเปลือง เงินทองและเวลาเดินทาง ไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันจนวิศวกรฝีมือดีเบื่อหน่าย กับระบบ เอกสารเหล่านี้ และ เลิกสนใจ การมีใบ กว. เอาไปประกอบอาชีพ"

ทางทีมจึงมีนโยบาย ให้ “ยกเลิก” การบังคับใช้ CPD เพื่อขอสอบเลื่อนระดับ เปลี่ยนเป็น CPD ภาคสมัครใจแทน และใช้ระบบการอบรมฟรีออนไลน์ COE MOOC (Massive Open Online Courses) ให้สมาชิกและบุคคลทั่วไปสามารถเข้าดูได้ทุกวัย ทุกอาชีพ ทุกที่ ทุกเวลา (เหมือนของ Chula MOOC) โดยในแต่ละวิชา ก็จะมีระบบ pre test post test พร้อมเฉลย มีระบบ ให้ใบรับรองการเรียน online print เองได้เลย ซึ่งด้วยวิธีนี้นอกจากจะเป็นการลดภาระของสมาชิกในการได้ CPD ภาคสมัครใจ เพราะไม่มีค่าใข้จ่าย แล้วยังเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปก็จะได้เข้ามาศึกษาหาความรู้ด้านวิศวกรรมได้เองด้วย

ด้วยหลักการนี้ทางทีมวิศวกรอัพเวล ต้องการที่จะสื่อไปถึงสถาบันอบรม สมาคมต่างๆ นั้นจะต้อง แข่งขันกันที่คุณภาพ เพื่อให้ได้ผู้ที่อยากอบรมในเรื่องต่างๆ จริงๆ ไม่ใช่มุ่งขายคอร์สอบรม โดยเอาเงื่อนไข CPD หรือ การบังคับขึ้นทะเบียนต่างๆ มาบังหน้า เพราะตัวผู้เรียนก็จะไม่ได้อะไรขึ้นมา เข้าทำนอง “จ่ายครบจบแน่” และอาจลุกลามไปถึงการได้วิศวกรที่เลื่อนระดับขึ้นมาจากการมุ่งจ่ายเงินอบรมอย่างเดียวแทนที่จะได้ฝึกฝนจากการทำงานจริง

สุดท้ายนี้ ขอให้วิศวกรออกมาเลือกตั้ง แบบ E-voting ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 13 สค – 18 กย นี้ โดยตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิ์ได้ทาง Web site ของสภาวิศวกร www.coe.or.th และคอยติดตาม ข่าวสารประชาสัมพันธ์ของทีมวิศวกร อัพเวลในช่องทางออนไลน์ต่างๆทั้ง TikTok facebook และ LINE