ส.อ.ท. หั่นเป้าการผลิตรถยนต์ปี 2569 ลงจากเดิม 1,500,000 คัน เหลือ 1,450,000 คัน โดยปรับลดประมาณการผลิตเพื่อการส่งออกจาก 950,000 คัน เหลือ 900,000 คัน หรือลดลง 5.26% โดยคงการผลิตรถเพื่อจำหน่ายในประเทศที่ 550,000 คัน ส่วนยอดผลิตรถยนต์เดือนมิถุนายนนี้ 120,391คัน ลดลง 7.55% ขาย 58,724 คัน เพิ่มขึ้น 17.26% ส่งออก 81,526 คัน ลดลง7.45%
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)เปิดเผยว่า ส.อ.ท.ได้ปรับเป้าการผลิตรถยนต์ของประเทศไทยในปี 2569 ลงจากเดิม 1,500,000 คัน เหลือ 1,450,000 คัน หรือลดลง3.33% และปรับลดประมาณการผลิตเพื่อการส่งออกจาก 950,000 คัน เหลือ 900,000 คัน หรือลดลง 5.26% ขณะที่ประมาณการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศยังคงไว้ที่ 550,000 คัน เท่าเดิม
การปรับประมาณการดังกล่าวมีสาเหตุมาจากสงครามในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอนและมีแนวโน้มยืดเยื้อ โดยปริมาณการส่งออกรถยนต์ไปยังตะวันออกกลางในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ลดลง 38.35% จากการปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่อง , มาตรการกีดกันการค้าและภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐฯ ,การเข้ามาทำตลาดของรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีน ส่งผลต่อการแข่งขันกับรถยนต์จากประเทศไทยในการส่งออกไปภูมิภาคต่างๆ ทั้ง อาเซียน ออสเตรเลียและโอเชียเนีย รวมถึงภูมิภาคอื่นๆ
รถยนต์สำเร็จรูปส่งออกเดือนมิถุนายน 2569 ประมาณ 81,526 คัน ลดลง7.45 % เพราะยังส่งออกไปตะวันออกกลางลดลง 38.35%จากมิถุนายนปีที่แล้ว ส่วนแบ่งตลาดลงลงจาก20%ของปีที่แล้วเหลือ 14% นอกจากนี้ยังส่งออกลดลงในตลาดเอเชีย ออสเตรเลียและโอเชียเนีย ยุโรป แต่ส่งออกเพิ่มขึ้นในตลาดแอฟริกา อเมริกาเหนือ อเมริกากลางและอเมริกาใต้
มูลค่าการส่งออกรถยนต์ 58,239.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 1.39 %
เดือนมกราคม–มิถุนายน 2569 ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 421,144 คัน ลดลงจากช่วงระยะเวลาเดียวกัน 8.32% มีมูลค่าการส่งออกรถยนต์ 289,187.70 ล้านบาท ลดลง 8.01 %
ส่วนการผลิตรถยนต์ทั้งหมดในเดือนมิถุนายน 2569 มีทั้งสิ้น 120,391 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2568 ประมาณ 7.55% สาเหตุจากการผลิตเพื่อส่งออกรถยนต์นั่งและรถกระบะลดลง
50.11 %และ 8.07 %ตามลำดับ จากการส่งออกไปตะวันออกกลางลดลงไป 7,727 คันคิดเป็น 38.35%รวมทั้งผลิตรถกระบะเพื่อขายในประเทศลดลง 17.04 %
จำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในเดือนมกราคม - มิถุนายน 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 717,212 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 1.04%
ยอดผลิตของรถยนต์นั่ง ตั้งแต่เดือนมกราคม - มิถุนายน 2569 มีจำนวน 252,371 คัน เท่ากับ 35.19 %ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ประมาณ 4.65 %
ส่วนการผลิตเพื่อส่งออกในเดือนมิถุนายน 2569 ผลิตได้ 67,784 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2568 ราว 20.18 %และเดือนมกราคม - มิถุนายน 2569 ผลิตเพื่อส่งออกได้ 449,161 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 5.44%
รถยนต์นั่ง เดือนมิถุนายน 2569 ผลิตเพื่อส่งออก 12,201 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2568 ประมาณ 50.11% และตั้งแต่เดือนมกราคม - มิถุนายน 2569 ผลิตเพื่อส่งออกได้ทั้งสิ้น 93,885 คัน ลดลง 3.78% ส่วนการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศเดือนมิถุนายน 2569 ผลิตได้ 52,607 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2568 ประมาณ 16.12 %และเดือนมกราคม - มิถุนายน 2569 ผลิตได้ 268,051 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 7.35%
สำหรับรถยนต์นั่ง เดือนมิถุนายน 2569 ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 36,116 คัน
เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 35.95 %และตั้งแต่เดือนมกราคม- มิถุนายน 2569 ผลิตได้ 158,486 คัน ลดลง 5.15%
นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนมิถุนายน 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 58,724 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2569 ประมาณ 19.36 %และเพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2568 ถึง 17.26 % โดยตัวเลขยอดขายเพิ่มขึ้นเพราะยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมมากขึ้นจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสงครามในตะวันออกกลาง รวมทั้งการส่งเสริมให้ติดตั้งโซลาร์เซลล์ของรัฐบาล รถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่นมีราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ส่วนใหญ่เป็นยอดขายรถยนต์ไฟฟ้ามาจากการนำเข้ามากกว่ารถยนต์ที่ผลิตในประเทศ ส่งผลให้หกเดือนปีนี้รถยนต์นั่งที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในผลิตลดลงถึง 34,679 คันหรือลดลง 29.21 %
ส่วนรถกระบะ ใช้ชิ้นส่วนในประเทศกว่าร้อยละ 90 ยังคงขายได้แค่ 10,805 คัน ลดลง 3.17 %จากมิถุนายนปีที่แล้ว รถกระบะเคยขายได้เดือนละ 30,000 คันก่อนการระบาดของโรคโควิด-19 ปัจจุบันขายได้เดือนละ 10,000 คัน ลดลงทุกเดือนตลอดสามปี เกิดจากการเข้มงวดของสถาบันการเงิน ส่งผลให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนและซัพพลายเชนผลิตลดลงด้วย รายได้และกำไรของบริษัทเหล่านี้ลดลง รัฐบาลเก็บภาษีลดลง รายได้คนงานและพนักงานก็ลดลงทำให้ระมัดระวังการใช้เงิน ทำให้เศรษฐกิจในประเทศเติบโตในอัตราต่ำ
จึงขอให้รัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้เกิดการลงทุนขนาดใหญ่ การจ้างงานจำนวนมากเพื่อสร้างอำนาจซื้อให้มากขึ้น ใช้หนี้ได้มากขึ้นหนี้ครัวเรือนจะได้ลดลงอย่างแท้จริง รัฐบาลเก็บภาษีต่าง ๆ ได้มากขึ้นนำเงินภาษีไปลงทุน จ้างงานให้คนไทยให้มีรายได้มากขึ้น ทำให้ประเทศอยู่ในวัฏจักรเศรษฐกิจขาขึ้นเสียที
ตั้งแต่เดือนมกราคม–มิถุนายน 2569 รถยนต์มียอดขาย 346,966 คัน เพิ่มขึ้นจากปี2568 ประมาณ 14.63 %แยกเป็นรถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ มีจำนวน240,426 คัน เพิ่มขึ้น 24.13%
รถยนต์สำเร็จรูปส่งออกเดือนมิถุนายน 2569 ประมาณ 81,526 คัน ลดลง7.45 % เพราะยังส่งออกไปตะวันออกกลางลดลง 38.35%จากมิถุนายนปีที่แล้ว ส่วนแบ่งตลาดลงลงจาก20%ของปีที่แล้วเหลือ 14% นอกจากนี้ยังส่งออกลดลงในตลาดเอเชีย ออสเตรเลียและโอเชียเนีย ยุโรป แต่ส่งออกเพิ่มขึ้นในตลาดแอฟริกา อเมริกาเหนือ อเมริกากลางและอเมริกาใต้
มูลค่าการส่งออกรถยนต์ 58,239.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 1.39 %
เดือนมกราคม–มิถุนายน 2569 ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 421,144 คัน ลดลงจากช่วงระยะเวลาเดียวกัน 8.32% มีมูลค่าการส่งออกรถยนต์ 289,187.70 ล้านบาท ลดลง 8.01 %