xs
xsm
sm
md
lg

Krungthai GLOBAL MARKETเผยเงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 33.83-เสี่ยงอ่อนค่าทะลุโซน 34.00-หากสถานการณ์ตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้(24ก.ค.69)ที่ระดับ 33.83 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง”จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 33.81 บาทต่อดอลลาร์ และมองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.75-33.95 บาท/ดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยอ่อนค่าลงเล็กน้อย ในลักษณะ Sideways Up (แกว่งตัวในกรอบ 33.79-33.87 บาทต่อดอลลาร์) กดดันโดยการทยอยแข็งค่าขึ้นบ้างของเงินดอลลาร์ ที่มาพร้อมกับการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำ (XAUUSD) ตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่เสี่ยงทวีความรุนแรงขึ้น จากถ้อยแถลงของประธานาธิบดี Donald Trump ที่ระบุว่า สหรัฐฯ อาจเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่กับอิหร่าน ในเร็ววันนี้ ส่งผลให้ ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยล่าสุด ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวขึ้นเหนือโซน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อีกครั้ง

สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท (USDTHB) เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับ การปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED ซึ่งจะขึ้นกับพัฒนาการของรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่าง อัตราเงินเฟ้อ และ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่ ทำให้ ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options ที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากค่าเงินได้เป็นอย่างดีในสภาวะที่ตลาดเผชิญความไม่แน่นอนสูง

เราประเมินว่า ในระยะสั้น หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น ตามคำขู่ของประธานาธิบดี Donald Trump ล่าสุด อาจสร้างแรงกดดันด้านอ่อนค่าต่อเงินบาทเพิ่มเติม และทำให้ เงินบาทเสี่ยงอ่อนค่าลงทดสอบหรือทะลุโซนแนวต้าน 34.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้ ซึ่งเงินบาทจะอ่อนค่าลงทดสอบหรือทะลุโซนดังกล่าวได้หรือไม่นั้น จะขึ้นกับ การโจมตีตอบโต้ของอิหร่าน และพันธมิตร Axis of Resistance อย่าง กลุ่ม Houthis ว่าจะมีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในตะวันออกกลาง หรือไม่ เพราะหากมีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน จนกระทบต่อการผลิตและอุปทานพลังงานโลกอย่างชัดเจน เรากังวลว่า ราคาน้ำมันดิบเสี่ยงปรับตัวสูงขึ้น มากกว่า ระดับ 125 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับที่เราประเมินว่า ราคาน้ำมันดิบมีโอกาสไปถึงได้ หากโฟลว์น้ำมันจากตะวันออกกลางผ่านช่องแคบ Hormuz ลดลงจนเหลือ 0 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งจะเป็นกรณีที่ไม่ได้รุนแรงเหมือนกับการถูกโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน

แต่หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางไม่ได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (ซึ่งเราขอย้ำว่า ต้องเห็นการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานทั่วทั้งตะวันออกกลาง จนกระทบต่ออุปทานของพลังงานโลก) เหมือนที่สถานการณ์กำลังดำเนินอยู่ในปัจจุบัน เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways โดยโซนแนวต้านของเงินบาทอาจขยับสูงขึ้นบ้างสู่โซน 33.85-34.00 บาทต่อดอลลาร์ (ซึ่งเป็นกรอบบนของเงินบาทที่เราประเมินไว้สำหรับสัปดาห์นี้) ขณะที่โซนแนวรับจะอยู่ในช่วง 33.65 บาทต่อดอลลาร์ และโซนสำคัญอย่าง 33.50 บาทต่อดอลลาร์ อย่างไรก็ดี เงินบาทยังคงเผชิญความเสี่ยง Two-Way risk พร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นกับ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อการดำเนินนโยบายการเงินของบรรดาธนาคารกลางหลัก ซึ่งจะกระทบต่อการเคลื่อนไหวของเงินดอลลาร์ ราคาทองคำ รวมถึงหุ้นกลุ่ม AI/Semiconductor ได้

และที่สำคัญ เราขอเน้นย้ำว่า เงินบาทยังคงไม่สามารถแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องได้ชัดเจน จนกว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะทยอยคลี่คลายลงอีกครั้ง ซึ่งเรามองว่า หากเทียบเคียงกับช่วงก่อนหน้าที่สหรัฐฯ ได้ดำเนินการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน อาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 เดือน จนกว่าการปิดล้อมทางทะเลจะสร้างแรงกดดันทางเศรษฐกิจและการเงินต่ออิหร่านมากเพียงพอ ให้ทางการอิหร่านกลับเข้าสู่การเจรจาหยุดยิง