xs
xsm
sm
md
lg

ก.ล.ต. กล่าวโทษบิทคับ-อดีตกรรมการ ปมรายงานข้อมูลเท็จคดีแฮ็ก 1,700 ล้านบาท สะเทือนมาตรฐานกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



คดีแฮ็กบิทคับเมื่อ พ.ศ. 2564 กลับมาเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง เมื่อ ก.ล.ต. เดินหน้ากล่าวโทษบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด และอดีตกรรมการรวม 3 ราย ต่อ บก.ปอศ. หลังตรวจพบการรายงานข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุโจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่าราว 1,700 ล้านบาท พร้อมกล่าวหาอดีตกรรมการลงข้อความอันเป็นเท็จในเอกสารของนิติบุคคล คดีนี้ไม่เพียงเป็นบทพิสูจน์การบังคับใช้กฎหมาย แต่ยังสะท้อนว่าความโปร่งใสในการเปิดเผยข้อมูลกำลังกลายเป็นหัวใจของความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เดินหน้ายกระดับการบังคับใช้กฎหมายในอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล ด้วยการกล่าวโทษ บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (Bitkub) และอดีตกรรมการบริษัทอีก 2 ราย ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) จากกรณีแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อ ก.ล.ต. และกรณีลงข้อความอันเป็นเท็จในเอกสารของนิติบุคคล ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561

การดำเนินการครั้งนี้นับเป็นหนึ่งในคดีสำคัญของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทย เพราะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์โจมตีทางไซเบอร์ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนต่ออุตสาหกรรมในช่วงเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2564 ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และความเชื่อมั่นของนักลงทุนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเสถียรภาพของผู้ประกอบธุรกิจ

ผลการตรวจสอบของ ก.ล.ต. ระบุว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว บิทคับตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีทางไซเบอร์ ส่งผลให้สินทรัพย์ดิจิทัลจำนวน 16 สกุล ถูกโจรกรรมออกจากศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมีมูลค่าความเสียหายประมาณ 1,700 ล้านบาท และมีสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าบางส่วนถูกนำออกไปจากระบบ

อย่างไรก็ตาม ก.ล.ต. ระบุว่า บิทคับได้จัดหาสินทรัพย์ดิจิทัลมาทดแทนสินทรัพย์ที่สูญหายครบถ้วนแล้ว ภายในวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2564 ทำให้ลูกค้าไม่ได้รับความเสียหายในท้ายที่สุด แต่ประเด็นสำคัญของคดีไม่ได้อยู่ที่การชดเชยความเสียหาย หากอยู่ที่การเปิดเผยข้อมูลต่อหน่วยงานกำกับดูแลในช่วงที่เกิดเหตุ

จากการตรวจสอบแบบรายงานเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิรายวัน หรือแบบรายงาน ดจ.1 ที่บิทคับจัดส่งให้ ก.ล.ต. ระหว่างวันที่ 10 พฤษภาคม ถึงวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2564 พบว่า รายงานดังกล่าวไม่ได้สะท้อนผลกระทบจากเหตุโจรกรรมที่เกิดขึ้น ทั้งที่เหตุการณ์ดังกล่าวมีมูลค่าความเสียหายสูงและควรส่งผลต่อฐานะสินทรัพย์ของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ

กล่าวอีกนัยหนึ่ง รายงานที่ส่งให้หน่วยงานกำกับดูแลยังคงแสดงข้อมูลราวกับว่าสถานะทรัพย์สินของบริษัทไม่ได้เปลี่ยนแปลงจากเหตุการณ์แฮ็กครั้งใหญ่ ซึ่ง ก.ล.ต. เห็นว่าเข้าข่ายการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อหน่วยงานของรัฐ อันเป็นความผิดตามมาตรา 76 แห่งพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561

นอกจากตัวบริษัทแล้ว ก.ล.ต. ยังระบุว่า ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ นายสกลกรย์ สระกวี และนายทวีทรัพย์ ราวรรณ์ ซึ่งดำรงตำแหน่งกรรมการของบิทคับในขณะนั้น เป็นผู้มีหน้าที่รับผิดชอบการนำส่งแบบรายงาน ดจ.1 ต่อ ก.ล.ต. จึงต้องร่วมรับผิดในความผิดดังกล่าวตามมาตรา 94 ประกอบมาตรา 76 ของกฎหมายฉบับเดียวกัน

ขณะเดียวกัน ก.ล.ต. ยังกล่าวหาว่าอดีตกรรมการทั้งสองรายได้ลงข้อความอันเป็นเท็จในแบบรายงาน ดจ.1 ซึ่งถือเป็นเอกสารของนิติบุคคล เพื่อให้ ก.ล.ต. เข้าใจว่าทรัพย์สินของลูกค้ายังคงได้รับการเก็บรักษาตามปกติ และไม่มีความเสียหายเกิดขึ้นกับบริษัท ทั้งที่ข้อเท็จจริงไม่เป็นเช่นนั้น

พฤติการณ์ดังกล่าวจึงเข้าข่ายความผิดฐานลงข้อความอันเป็นเท็จในเอกสารของนิติบุคคลเพื่อลวงบุคคลอื่น ตามมาตรา 88 (2) แห่งพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 ซึ่งมีบทกำหนดโทษทางอาญาตามมาตรา 88 วรรคท้าย

นายสกลกรย์ สระกวี ผู้ร่วมก่อตั้งบิทคับ
ด้วยเหตุนี้ ก.ล.ต. จึงกล่าวโทษผู้เกี่ยวข้องรวม 3 ราย ได้แก่ บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด นายสกลกรย์ สระกวี และนายทวีทรัพย์ ราวรรณ์ ซึ่งปัจจุบันพ้นจากตำแหน่งกรรมการบริษัทแล้ว เพื่อให้ บก.ปอศ. ดำเนินการสอบสวนและพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม การกล่าวโทษของ ก.ล.ต. ยังไม่ถือเป็นคำพิพากษาว่าบุคคลหรือบริษัทมีความผิด กระบวนการหลังจากนี้จะเข้าสู่ขั้นตอนการสอบสวนของพนักงานสอบสวน ก่อนส่งให้อัยการพิจารณาว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ และท้ายที่สุดศาลยุติธรรมจะเป็นผู้วินิจฉัยข้อเท็จจริงและชี้ขาดคดีตามกระบวนการยุติธรรม

คดีนี้สะท้อนให้เห็นว่า การกำกับดูแลธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังเข้าสู่ยุคที่หน่วยงานกำกับดูแลให้ความสำคัญกับ "คุณภาพของการเปิดเผยข้อมูล" ไม่แพ้ความมั่นคงของระบบเทคโนโลยี เพราะแม้บริษัทจะสามารถจัดหาสินทรัพย์มาชดเชยความเสียหายได้ในภายหลัง แต่หากข้อมูลที่รายงานต่อหน่วยงานรัฐไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ก็อาจนำไปสู่ความรับผิดทางอาญาได้เช่นกัน

ในมุมของตลาดทุน เหตุการณ์นี้ยังส่งสัญญาณชัดว่า ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ได้ถูกประเมินเพียงจากความสามารถในการบริหารความเสี่ยงด้านไซเบอร์ แต่ยังถูกวัดจากความโปร่งใส ความถูกต้อง และความตรงไปตรงมาในการเปิดเผยข้อมูลต่อผู้กำกับดูแล ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการรักษาความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนและเสถียรภาพของทั้งระบบ

ก.ล.ต. ระบุว่าจะติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างใกล้ชิด และประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เพื่อสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายตามพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

พร้อมกันนี้ ก.ล.ต. ยังย้ำเตือนประชาชนและผู้ลงทุนให้ใช้บริการเฉพาะผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตตามกฎหมาย เนื่องจากการลงทุนผ่านผู้ให้บริการที่ไม่ได้รับอนุญาตอาจไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย อีกทั้งยังมีความเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง การฟอกเงิน และการกระทำผิดในรูปแบบอื่น

หากประชาชนพบเบาะแสหรือพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายเกี่ยวกับธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล สามารถแจ้งข้อมูลผ่านศูนย์รับเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแสของ ก.ล.ต. โทรศัพท์ 1207 หรือผ่านช่องทางสื่อสารอย่างเป็นทางการของสำนักงาน เพื่อให้หน่วยงานดำเนินการตรวจสอบเชิงลึกและบังคับใช้กฎหมายต่อไป.