LH Bank เปิดแผนธุรกิจครึ่งปีหลัง มุ่งเติบโต 3 แกนหลัก 'สินเชื่อคุณภาพ-รายได้ค่าธรรมเนียม-ยกระดับศักยภาพบริการลูกค้า' พร้อมคงเป้าหมายสินเชื่อเติบโตทั้งปี 10-12% เน้นกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์จาก FDI -ส่งออก -ลงทุน รวมถึงคุมคุณภาพหนี้ NPL ไม่เกิน 3%
นายฉี ชิง-ฟู่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) (LH Bank)กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจครึ่งหลังของปี 2569 ธนาคารจะเดินหน้าตามแผนธุรกิจระยะยาว โดยมุ่งสร้างการเติบโตบน 3 แกนหลัก ทั้งขยายสินเชื่อคุณภาพและรายได้ค่าธรรมเนียมภายใต้การบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ รวมถึงยกระดับศักยภาพการให้บริการลูกค้าและแสวงหาความเป็นเลิศในการให้บริการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างต่อเนื่อง และผลักดันการเงินเพื่อความยั่งยืนเพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของลูกค้าธนาคารในระยะยาว
โดยในส่วนของสินเชื่อจะมุ่งเน้นในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพและเชื่อมโยงกับการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) พร้อมต่อยอดธุรกิจ Trade Finance, FX ผ่านเครือข่ายของ CTBC การขยายการเติบโตในบริการ Wealth Management โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละกลุ่ม และสนับสนุน Green Loan, Sustainability-linked Loan และ Green Deposit ควบคู่กับบริการ Transition Advisory โดยผนึกความร่วมมือกับพันธมิตรด้านพลังงานสะอาด เพื่อสนับสนุนลูกค้าในการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำและเสริมศักยภาพในระยะยาว
"ในปีนี้ยังคงเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อทั้งปีไว้ที่ 10-12% ตั้งเป้าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก-เงินกู้สุทธิ(NIM)อยู่ที่ประมาณ 2.2% รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเติบโต 5-10% ควบคุม Cost to Income Ratio ไม่เกิน 53% และรักษาระดับสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPL)ไม่เกิน 3% โดยมุ่งขยายสินเชื่อคุณภาพในอุตสาหกรรมที่ได้รับอานิสงส์จาก FDI การส่งออก และการย้ายฐานการผลิตเข้าสู่ประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่ม Manufacturing และ Trading พร้อมต่อยอดบริการ Trade Finance, FX Solutions, Wealth Management และ Global Investment ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยี AI และการเงินเพื่อความยั่งยืน เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว"
สำหรับผลการดำเนินงานของธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ครึ่งแรกของปี 2569 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง มีกำไรสุทธิ 1,376.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนโดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิจำนวน 3,640.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยสุทธิมีจำนวน 910.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 70.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเงินให้สินเชื่อจำนวน 302,153 ล้านบาท เติบโต 6.7% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 เป็นการเติบโตของสินเชื่อทุกกลุ่ม และมีคุณภาพสินทรัพย์ที่แข็งแกร่งโดยมีอัตราสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL)อยู่ที่ 2.56% โดยหนึ่งในปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตของธนาคาร คือการทำธุรกรรมทางการเงินและบริการ International Banking ที่ได้รับการสนับสนุนจาก CTBC Bank ธนาคารเอกชนอันดับหนึ่งในไต้หวัน ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกลุ่มธุรกิจทางการเงินแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ที่มีเครือข่ายธุรกิจระดับโลก ส่งผลให้รายได้ค่าธรรมเนียม Trade Finance และธุรกรรมอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (FX) เพิ่มขึ้นอย่างมาก
ขณะเดียวกัน ธนาคารยังเดินหน้าเป็นธนาคารเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Banking) โดยช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ธนาคารสนับสนุนสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนกว่า 5.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าจากปีก่อน และเปิดตัว Green Deposit ที่มียอดเงินฝากกว่า 1.48 พันล้านบาท รวมทั้งพัฒนาบริการ Transition Pathway เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ในการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ