โครงการรถไฟความเร็วสูง มีเป้าหมายในการพัฒนาเศรษฐกิจภายในประเทศและเชื่อมโยงระหว่างประเทศไทยกับภูมิภาค โดยเฉพาะประเทศจีน ทั้งด้านการค้า และการท่องเที่ยว จากข้อได้เปรียบในตำแหน่งที่ตั้งของประเทศไทยที่เป็นศูนย์กลางของภูมิภาค กระทรวงคมนาคม มีการศึกษาแผนพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูงทั่วประเทศล่าสุด จำนวน 8 เส้นทาง ระยะทางรวม 2,465 กิโลเมตร (กม.) วงเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 1,788,154 ล้านบาท เชื่อมโยง ภาคเหนือภาคใต้ ตะวันออก ออกเฉียงเหนือ และตะวันตก ลุ้นสายแรกกรุงเทพ-นครราชสีมา สร้างเสร็จเปิดบริการปี 2574
@เช็กสถานะ ไฮสปีด 8 เส้นทาง
โครงการที่ได้เริ่มต้นแล้วมี 2 เส้นทาง ระยะทางประมาณ 470.77 กม. ได้แก่ 1. รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เฟสที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 250.77 กม. วงเงินลงทุน 179,412.21 ล้านบาท เป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลจีน เริ่มก่อสร้างในเดือนธันวาคม 2560 ผลงานประมาณ 55 %
2. รถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน เส้นทาง ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภาระยะทาง 220 กม. วงเงินลงทุน 224,544.36 ล้านบาท การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เซ็นสัญญาร่วมลงทุน กับ บริษัท เอเชีย เอราวัน จำกัด (ซี.พี.) เมื่อวันที่ 24 ต.ค. 2562 ระยะเวลาสัมปทาน 50 ปี แต่เอกชนยังไม่เริ่มก่อสร้างเนื่องจากมีประเด็นการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนฯ
อีก 6 เส้นทาง ระยะทางประมาณ 1,995 กม. อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อม ได้แก่
1.รถไฟความเร็วสูง ไทย-จีน เฟสที่ 2 ช่วง นครราชสีมา-หนองคาย ระยะทาง 357.12 กม. กรอบวงเงินลงทุน 341,351.42 ล้านบาท คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติเมื่อวันที่ 4 ก.พ.2568 ปัจจุบันรฟท.อยู่ระหว่างร่าง ทีโออาร์คาดเปิดประมูลได้ในปี 2570
2.รถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพ-พิษณุโลก ระยะทาง 380 กม. วงเงินลงทุน276,226 ล้านบาท อยู่ระหว่างพิจารณารูปแบบการลงทุน
3. รถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพฯ-หัวหิน ระยะทาง 211 กม. วงเงินลงทุน101,880 ล้านบาท รฟท.ของบประมาณปี 2570 เพื่อทบทวนผลการศึกษาความเหมาะสม
4.รถไฟความเร็วสูง ช่วงพิษณุโลก-เชียงใหม่ ระยะทาง 288 กม. มีวงเงินลงทุน232,411.88 ล้านบาท อยู่ระหว่างรอความชัดเจนของเส้นทางช่วงกรุงเทพ-พิษณุโลก
5.รถไฟความเร็วสูง ช่วงหัวหิน-สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 424 กม.วงเงินลงทุน235,162 ล้านบาท รฟท.ของบประมาณปี 2570 เพื่อทบทวนผลการศึกษาความเหมาะสม
6.รถไฟความเร็วสูง ช่วงสุราษฏร์ธานี-ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 355 กม. วงเงินลงทุน 197,167 ล้านบาทรฟท.ของบประมาณปี 2574 เพื่อทบทวนผลการศึกษาความเหมาะสม
สำหรับรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กม. วงเงินลงทุนกว่า 2.24 แสนล้านบาท ล่าสุด มีแนวโน้มว่าโครงการอาจจะต้องล้มเลิกไป โดยรฟท.และบจ.เอเชีย เอราวัน เจรจาสิ้นสุดสัญญาที่มีต่อกัน หลังรัฐบาลมีความชัดเจนว่าจะไม่ให้แก้ไขสัญญาร่วมลงทุนฯ
@ไฮสปีด ไทย-จีน สร้าง 9 ปี ได้แค่ 55 %
สำหรับ โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เฟสที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมาระยะทาง 253 กม. วงเงินลงทุน 1.79 แสนล้านบาท เป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลจีน เริ่มก่อสร้างในเดือนธันวาคม 2560 แบ่งงานโยธาออกเป็น 14 สัญญา โดยมีบริษัท China Railway International และ China Railway Design Corporation เป็นที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้าง ผลงานก่อสร้าง
ข้อมูล ณ วันที่ 25 มิ.ย. 2569 โครงการมีความคืบหน้า 55.272 % ล่าช้า 32.939 % (แผนงาน 88.211%) โดยก่อสร้างเสร็จเพียง 2 สัญญา ได้แก่ สัญญา 1-1 (กลางดง – ปางอโศก) ระยะทาง 3.5 กม.และสัญญา 2-1 ช่วงสีคิ้ว-กุดจิก ระยะทาง 11 กม. และมีขยับแผนเปิดบริการมาหลายครั้ง จากเป้าหมายแรกปี 2565 เลื่อนเป็นปี 2572 และ ปี 2573 ล่าสุด อาจจะเปิดเดินรถได้ในปี 2574
สำหรับงาน 10 สัญญา ที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง ประกอบด้วย สัญญาที่ 3-1 ช่วงแก่งคอย-กลางดงและช่วงปางอโศก-บันไดม้า ระยะทาง 30.21 กม. มีกิจการร่วมค้า ITD เป็นผู้รับจ้าง วงเงิน 9,348.99 ล้านบาท ผลงานสะสม 39.950 % ล่าช้า 5.710 % (แผนงาน 45.660%)
สัญญา 3-2 ช่วงอุโมงค์มวกเหล็กและลำตะคอง ระยะทาง 12.23 กม. มีบมจ.เนาวรัตน์ พัฒนาการผู้รับจ้าง วงเงิน 4,279 ล้านบาท ผลงานสะสม99.980% ล่าช้า 0.020% (แผนงาน 100%)
สัญญา 3-3 ช่วงบันไดม้า-ลำตะคอง ระยะทาง 21.60 กม. มี บจ.ไทย เอ็นจิเนียร์และอุตสาหกรรม เป็นผู้รับจ้าง วงเงิน 9,838 ล้านบาท ผลงานสะสม 98.430 % ล่าช้า 38.520 % (แผนงาน 98.430 %)
สัญญา 3-4 ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และกุดจิก-โครกกรวด ระยะทาง 37.45 กม. มีITD เป็นผู้รับจ้าง วงเงิน 9,848 ล้านบาท ผลงานสะสม 99.970 % ล่าช้า 1.260 %(แผนงาน 98.710%)
สัญญา 3-5 ช่วงโคกกรวด-นครราชสีมา ระยะทาง 12.38 กม. มีกิจการร่วมค้าSPTK จำกัด เป็นผู้รับจ้าง วงเงิน 7,750 ล้านบาท ผลงานสะสม 18.072 % ล่าช้า81.928 %(แผนงาน 100%)
สัญญา 4-2 ช่วงดอนเมือง-นวนคร ระยะทาง 21.80 กม. มี บมจ.ยูนิค เอ็นจิเนียริ่งแอนด์ คอนสตรัคชั่น เป็นผู้รับจ้าง วงเงิน 10,570 ล้านบาท ผลงานสะสม 11.420 % ล่าช้า 82.150 % (แผนงาน 93.570 %)
สัญญา 4-3 ช่วงนวนคร-บ้านโพ ระยะทาง 23.00 กม. มีกิจการร่วมค้า CAN (บจ.ไชน่า สเตท คอนสตรัคชั่นฯ, บจ.เอ.เอส.แอส โซซิเอท เอนยิเนียริ่ง (1964) และ บมจ.เนาวรัตน์พัฒนาการ เป็นผู้รับจ้าง วงเงิน 11,525 ล้านบาท ผลงานสะสม 67.100% ล่าช้า 19.340 % (แผนงาน 86.440%)
สัญญา 4-4 ศูนย์ซ่อมบำรุงเชียงรากน้อย มี ITD เป็นผู้รับจ้าง วงเงิน 6,573 ล้านบาท ผลงานสะสม 59.467% ล่าช้า 40.383 % (แผนงาน 99.850 %)
สัญญา 4-6 ช่วง พระแก้ว-สระบุรี ระยะทาง 31.60 กม. มี บจ.ซีวิลเอ็นจีเนียริงเป็นผู้รับจ้าง วงเงิน 8,560 ล้านบาท ผลงานสะสม28.760 % ล่าช้า 56.190 % (แผนงาน 84.950 %)
สัญญา 4-7 ช่วงสระบุรี-แก่งคอย ระยะทาง 12.99 กม. มี บจ.ซีวิลเอ็นจีเนียริงเป็นผู้รับจ้าง วงเงิน 8,560 ล้านบาท ผลงานสะสม 72.750 % ล่าช้า 7.210 % (แผนงาน 79.960 %)
ขณะที่งานสัญญา 2.3 งานออกแบบ จัดหา ติดตั้งระบบราง ระบบไฟฟ้าและเครื่องกล รวมทั้งจัดหาขบวนรถไฟ และจัดฝึกอบรมบุคลากร วงเงิน 50,633 ล้านบาท ลงนามสัญญาแล้วเมื่อ 28 ต.ค. 2563 ผลงานสะสม 1.270 % ล่าช้า98.730 % (แผนงาน 100 %) โดยฝ่ายจีนเสนอขอขยายระยะเวลาก่อสร้าง ออกไปอีก 45 เดือน ไปจบในเดือน ม.ค. 2573 ซึ่งยังอยู่ระหว่างหารือกับรฟท.
@ 3 สัญญาติดหล่ม รฟท. ชงครม.ขอสร้างช่วงทับซ้อน 3 สนามบิน
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าฯรฟท.ยอมรับว่า โครงการก่อสร้างรถไฟไทย-จีนเฟส 1 ติดปัญหาอุปสรรคมากมาย โดยขณะนี้ ยังเหลืออีก 2 สัญญาที่ยังไม่ได้ลงนามก่อสร้าง คือ สัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง ระยะทาง 15.21 กม. เป็นพื้นที่ทับซ้อนกับรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งตอนนี้ ทาง ซี.พี. บอกชัดเจนว่า ไม่ขอทำโครงสร้างร่วมกับรถไฟไทย-จีน ดังนั้น รฟท.จะเสนอครม.เพื่อดึงงานโครงสร้างร่วมมาดำเนินการ ซึ่งค่าก่อสร้างของชวงนี้อยู่ที่ 22,000 ล้านบาท เดิมมีการแบ่งงานฐานราก และโครงสร้างให้ไฮสปีด 3 สนามบินก่อสร้างส่วนนี้มูลค่าประมาณ 18,000 ล้านบาท (วงเงินรวมอยู่ในค่างานร่วมลงทุนของไฮสปีด 3 สนามบิน) ส่วนค่าก่อสร้างทางวิ่งด้านบน ประมาณ 4,336 ล้านบาทมีรวมอยู่ในโครงการรถไฟไทย-จีน
สัญญา 4-5 บ้านโพ-พระแก้ว กรอบวงเงิน 11,801.22 ล้านบาท ต้องประกวดราคาใหม่เนื่องจากผู้รับจ้างไม่ยืนราคา และประเด็นปรับแบบสถานีอยุธยา ลดผลกระทบด้านทัศนียภาพของแหล่งมรดกโลก ลดความสูงของโครงสร้างทางวิ่ง อยู่ระหว่างร่างทีโออาร์ ซึ่งจะต้องมีขั้นตอนการเจาะสำรวจโบราณสถานและวงเงินดำเนินการ ซึ่งเบื้องต้นคาดว่า กรอบวงเงินที่จะประมูลใหม่ จะไม่เกินกรอบวงเงินที่มี ซึ่งจะเร่งเปิดประมูลให้ได้ภายในปี 2569
นอกจากนี้ มีสัญญา 3-5 ช่วงโคกกรวด-นครราชสีมา ผลงานแค่ 18.072 % เพราะรอการปรับแบบการก่อสร้าง ช่วงโคกกรวด -บ้านใหม่ จากทางวิ่งระดับดินระยะทาง 7.8 กม. เป็นทางวิ่งยกระดัยตามการเรียกร้องของชาวจังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้ค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้น 2,052.09 ล้านบาท ซึ่งบอร์ดรฟท.เห็นชอบแล้วตั้งแต่วันที่ 12 ก.ย. 2567 ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจาตกลงกับผู้รับจ้างเพื่อให้ก่อสร้างตามแบบที่ปรับใหม่ภายใต้วงเงินที่เพิ่ม ซึ่งจะกำหนดเป็นงานเพิ่มเติม (VO) ของสัญญา จากนั้นจึงจะนำเสนอครม.
“ทั้ง 3 สัญญา จะต้องเร่งหาข้อสรุปภายในปีนี้ พร้อมกับจะต้องปรับแผนงานเพื่อเร่งรัดการก่อสร้างเพื่อให้งานโยธาเสร็จในปี 2573 และคาดหวังว่าจะสามารถทดสอบระบบการเดินรถได้ในปี 2573 ส่วนการเปิดเดินรถนั้น อาจจะเป็นปี2574 เนื่องจากต้องเผื่อเวลาทดสอบการเดินรถ (Trial Run) ประมาณ 6 เดือนรวมถึง ยัง ต้องรอความชัดเจนเรื่องรูปแบบการเดินรถระหว่างการให้เอกชนร่วมลงทุน (PPP) หรือการจัดตั้งนิติบุคคลเฉพาะกิจ (SPV) บริหารและเดินรถ ที่กระทรวงคมนาคมยังอยู่ระหว่างพิจารณา”
@ ปรับแบบยกระดับ จ่อเพิ่มค่าโยธาอีก 3,700 ล้านบาท
รายงานข่าวระบุว่า รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน มีกรอบวงเงินค่าก่อสร้างงานโยธาตามมติครม.เมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2563 จำนวน 116,700.75 ล้านบาท หลังเปิดประมูล 12 สัญญา ส่วนอีก 2 สัญญา รอแก้ปัญหานั้น วงเงินค่างานรวมอยู่ที่107,312.50 ล้านบาท ยังเหลือกรอบวงเงิน 9,388.25 ล้านบาท
โดยกรอบวงเงินที่เหลือดังกล่าว คาดว่าจะต้องนำไปใช้สำหรับ ค่างานที่เพิ่มขึ้นได้แก่ สัญญา 3-5 ช่วงโคกกรวด-นครราชสีมา ปรับแบบ เพิ่มวงเงินอีก2,052.09 ล้านบาท รวมถึงสัญญา 3-2 ,สัญญา 3-3,สัญญา 3-4, สัญญา 4-7 ที่อยู่ระหว่างพิจารณาปรับเพิ่มกรอบวงเงินค่าก่อสร้าง รวมกันไม่น้อยกว่า 3,700 ล้านบาท
@เล็งเพิ่มสัญญาใหม่ แยกประมูลสร้างสะพานข้ามจุดตัดรถไฟ 6 แห่ง 797 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังพบว่า รฟท.มีการเสนอขออนุมัติก่อสร้างสะพานข้ามจุดตัดทางรถไฟจำนวน 6 จุด โดยเพิ่มเป็นสัญญาใหม่ในโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เฟส 1 กรอบวงเงิน 797.29 ล้านบาท ซึ่งเดิมสะพานข้ามจุดตัดทางรถไฟจำนวน 6 จุด ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เป็นพื้นที่ก่อสร้างร่วมของ รถไฟความเร็วสูงสัญญา 2-1 และสัญญา 3-4 กับรถไฟทางคู่ ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ สัญญา 2 ช่วงคลองขนานจิตร -ชุมทางถนนจิระ ซึ่งมีโครงสร้างทางรถไฟระดับดิน จึงต้องทำสะพานข้ามจุดตัดทางรถไฟ แต่เนื่องจากรถไฟทางคู่ สัญญา 2ช่วงคลองขนานจิตร -ชุมทางถนนจิระ มีการปรับแบบและอยู่ระหว่างเสนอครม. อาจจะล่าช้าและกระทบกับ รถไฟความเร็วสูง 2 สัญญาที่ก่อสร้างใกล้เสร็จจะล่าช้าไปด้วย จึงแยกงานส่วนนี้มาประมูลก่อสร้างต่างหาก
ไฮสปีด”ไทย-จีน” ก่อสร้างมา 9 ปี แล้ว ปัจจุบันเป็นช่วงที่ต้องเร่งสรุปการปรับแบบ ,เพิ่มเนื้องานก่อสร้างสะพานข้ามจุดตัดรถไฟ 6 แห่ง ซึ่งจะส่งผลต่อกรอบวงเงินค่าก่อสร้างในภาพรวม โดยเฉพาะประเด็นที่จะนำโครงสร้างช่วงทับซ้อนไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน มาดำเนินการเอง มีค่าก่อสร้างอีก 18,000 ล้านบาท ที่ไม่ได้รวมอยู่ในวงเงินโครงการตั้งแต่แรก ดังนั้น จะทำให้มูลค่ารวม”ไฮสปีดไทย-จีน”เพิ่มจาก 1.79 แสนล้านบาท ทำให้ค่าลงทุน”ไฮสปีด”สายแรกของประเทศพุ่งสูงทะลุกรอบ แผนเปิดบริการปี 74 เท่ากับจะใช้เวลา จากนี้ไปอีก 5 ปี รวมเวลาก่อสร้างยาวนาน ถึง 14 ปี!!!