เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 เวลา 14.00 น. นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานการแถลงข่าวเปิดตัวกิจกรรมการยกระดับอาหารไทยพื้นถิ่นสู่อาหารโลก “Thai Local Food to World Food” พร้อมเปิดตัวตราสัญลักษณ์ “Thailand Best Local Food” (TBLF) ภายใต้แนวคิด “The Lost Taste : The Living Heritage” เพื่อยกระดับอาหารไทยพื้นถิ่นที่ทรงคุณค่าให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล ผ่านการเชื่อมโยงมิติด้านวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยมีนางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผู้ทรงคุณวุฒิของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สื่อมวลชน และผู้ประกอบการร้านอาหารเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง
กรมส่งเสริมวัฒนธรรมได้ดำเนินโครงการ “1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น รสชาติ...ที่หายไป The Lost Taste” อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2566 จนถึงปัจจุบัน จนสามารถรวบรวมองค์ความรู้อาหารไทยพื้นถิ่นจากทั้ง 77 จังหวัด รวมกว่า 231 เมนู ในปี 2569 นี้ จึงได้จัดกิจกรรมการยกระดับอาหารไทยพื้นถิ่นสู่อาหารโลก “Thai Local Food to World Food” โดยพัฒนาเกณฑ์มาตรฐานใหม่ในระดับสากล ภายใต้ชื่อ “Thailand Best Local Food” ผ่าน เพื่อเป็นเครื่องหมายการันตีคุณภาพและอัตลักษณ์ของอาหารไทยที่ทั่วโลกยอมรับ พร้อมจัดกิจกรรมสำคัญคือการเปิดรับสมัครผู้ประกอบการร้านอาหารทั่วประเทศเพื่อเข้ารับการคัดเลือก โดยมีร้านอาหารสมัครเข้าร่วมกว่า 170 ร้าน ซึ่งผ่านกระบวนการตรวจประเมินอย่างเข้มข้นจนได้ "5 ร้านอาหารต้นแบบ" ที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thailand Best Local Food โดยมีความเป็นเลิศใน 3 ด้าน ได้แก่ คุณค่าความเป็นมรดกของอาหารไทย (Heritage Value) การต่อยอดอาหารไทย (Culinary Interpretation) และมาตรฐานการดำเนินงานเป็นเลิศ (Restaurant Excellence) ร้านอาหารที่ได้รับตราสัญลักษณ์ฯ แบ่งเป็น 2 สาขา ได้แก่ ด้านการรักษารากวัฒนธรรมสูตรดั้งเดิม หรือ Classic Selection ประกอบด้วย ร้านข้าวสารเสก กทม. เมนูแกงรัญจวน, ร้านโต๊ะแดง จ.ภูเก็ต เมนูยำย่าหนัด, ร้านบูชาแกลเลอรี่ แอนด์ เรสเตอรองต์ จ.ภูเก็ต เมนูข้าวเหนียวเหลือง, ร้านหมก จ.อุบลราชธานี เมนูวุ้นตาลน้ำกะทิ และ ด้านการสร้างสรรค์ร่วมสมัยที่คงแก่นแท้ของเมนู หรือ Creative & Innovative Selection คือ ร้าน Bo.lan กทม. เมนูหลนปลาส้ม
นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า “กระทรวงวัฒนธรรมมุ่งขับเคลื่อนองค์กรภายใต้แนวคิด 'Ministry of Culture New Era : กระทรวงวัฒนธรรมยุคใหม่ ก้าวไกลสู่สากล' โดยใช้วัฒนธรรมเป็นพลัง
สำคัญในการพัฒนาประเทศทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และภาพลักษณ์ของไทยในเวทีโลก โครงการ 'Thai Local Food to
World Food' จึงเป็นตัวอย่างที่สะท้อนการนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดสู่คุณค่าทางเศรษฐกิจ ผ่านการสืบสานภูมิปัญญาอาหารไทย สร้างโอกาสให้ชุมชนและผู้ประกอบการ พร้อมผลักดันอัตลักษณ์อาหารไทยสู่การยอมรับในระดับนานาชาติ เพราะการอนุรักษ์วัฒนธรรมในวันนี้ ไม่ใช่เพียงการรักษาอดีตไว้ แต่คือการทำให้วัฒนธรรมยังคงมีชีวิตและสร้างคุณค่าให้แก่ผู้คนได้อย่างยั่งยืน”
ภายใต้โครงการดังกล่าว กรมส่งเสริมวัฒนธรรมยังได้ร่วมมือกับพันธมิตรจากภาคเอกชนและภาคธุรกิจชั้นนำ เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดตลอดช่วง เดือนสิงหาคม–ตุลาคม 2569 โดยมีไฮไลต์สำคัญคือ “The Lost Taste Restaurant Month” ตลอดเดือนกันยายน ซึ่งร้านอาหารต้นแบบทั้ง 5 ร้านจะร่วมสร้างสรรค์เมนูพิเศษจากสูตรอาหารไทยพื้นถิ่นที่หาชิมได้ยาก พร้อมมอบโปรโมชั่นและสิทธิประโยชน์ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรเพื่อชวนนักชิมกลุ่มเป้าหมายและประชาชนออกเดินทางตามรอยอาหารไทยพื้นถิ่น เพื่อเปลี่ยน "รสชาติที่กำลังหายไป" ให้เป็น "ปลายทางยอดนิยม" กระตุ้นยอดขายให้แก่ผู้ประกอบการอย่างเห็นผลจริง โดยภายในงาน ยังได้รับเกียรติจากผู้บริหารของหน่วยงานและองค์กรพันธมิตรที่ร่วมขับเคลื่อนโครงการ เข้าร่วมงานแถลงข่าวและแสดงพลังความร่วมมือในการผลักดันอาหารไทยพื้นถิ่นสู่เวทีสากล ได้แก่ เครือเจริญโภคภัณฑ์, KTC, SC, Grab Thailand, Gother, Centara Hotels & Resorts, TAGTHAi, Silver Voyage Club, Lifestyle and Travel Media และ Chic Car Rent
ด้านนางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวเสริมว่า “กรมส่งเสริมวัฒนธรรมเชื่อมั่นว่า กิจกรรม “Thai Local Food to World Food” จะเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับอาหารไทยพื้นถิ่นจากมรดกภูมิปัญญาของชุมชน สู่พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมออกเดินทางไปสัมผัสเมนูอาหารไทยพื้นถิ่นผ่านร้านอาหารต้นแบบที่เข้าร่วมโครงการ ติดตามกิจกรรมและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ตลอดช่วงเดือนสิงหาคม - ตุลาคม 2569 และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานมรดกภูมิปัญญาด้านอาหารไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนสู่เวทีโลก” ติดตามกิจกรรมและความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ของโครงการได้ที่ Facebook Page : https://www.facebook.com/thelosttaste และ www.thelosttaste.com