xs
xsm
sm
md
lg

“อายิฯ” ชูคู่ร้านเจาะสตรีทฟู้ด โหมอาหาร “แช่แข็ง-สุขภาพ”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ผู้จัดการรายวัน 360- อายิโนะโมะโต๊ะ ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 ชู "AminoScience" เป็นหัวใจการดำเนินงาน ตอกย้ำแนวคิด "กินดี“ ผ่านนวัตกรรม พร้อมเปิดตัว "อายิโนะโมะโต๊ะ คู่ร้าน" เจาะกลุ่มสตรีทฟู้ด ปั้นรายได้โตเท่าปีก่อน ที่ทำไว้ 34,000 ล้านบาท จาก 32,000 ล้านบาทก่อนหน้า แม้ต้นทุนพุ่ง แต่มุ่งบริหารจัดการงัดเทคโนโลยีเข้าช่วย


นายชาโตซิ อุตากาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ปี2569นี้อายิโนะโมะโต๊ะ ประเทศไทย ตั้งเป้าขับเคลื่อนธุรกิจ โดยการนำนวัตกรรมระดับโลกผสมผสานกับอินไซต์ในประเทศ เพื่อตอกย้ำจุดยืนในการเป็นพันธมิตรคู่สุขภาพคนไทย ตลอดจนพ่อค้าแม่ค้าร้านอาหาร ชุมชน และธุรกิจอาหาร ภายใต้วิสัยทัศน์การเป็นพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจในการส่งเสริมสุขภาพ และ Wel-being ที่ดีของคนไทยในชีวิตประจำวัน พร้อมทั้งขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน ด้วยการนำความเชี่ยวชาญอันเป็นเอกลักษณ์ในด้าน "AminoScience" มาเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินงาน โดยปีนี้บริษัทมีแนวทางการดำเนินธุรกิจ 3 ด้าน คือ 1.เสริมสร้างการกินที่ดี ตอกย้ำแนวคิด "กินดี (Eat Well)" ผ่านนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย "AminoScience" โดยจะขยายไลน์ผลิตภัณฑ์สุขภาพให้ตรงความต้องการจองผู้บริโภคมากขึ้น

2.ขยายประสบการณ์เพิ่มประสบการณ์ "มีสุข (Live Well)" โดยจะขยายพอร์ตโฟลิโอ เพื่อตอบไลฟ์สไตล์และความชอบของผู้บริโภค คลิกโดนใจคนรุ่นใหม่ผ่านแบรนด์แอมบาสเดอร์ และขยายธุรกิจอาหารแช่แข็งสำหรับครัวเรือนด้วยแบรนด์ อายิโนะโมะโต๊ะ อุไม เสิร์ฟอาหารแช่แข็งพร้อมทานสไตล์ญี่ปุ่น เพื่อตอบไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ รวมถึงการเปิดตัวนิทรรศการ Ajinomoto Amino Museum ที่ผสมผสานโภชนาการ ศิลปะ และประสบการณ์เสมือนจริงสำหรับผู้บริโภค


3.ยกระดับจากผู้ผลิตเป็นพันธมิตร (Trusted Well-Being Partner) ด้วยการยกระดับบริษัทให้เป็นมากกว่าผู้ผลิตอาหาร สู่การเป็นพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจด้าน Well-being ในทุกๆ วันสนับสนุนสุขภาพ ความสุข และคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้บริโภค พร้อมทั้งร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น ผ่านระบบนิเวศอาหารที่ดีต่อสุขภาพและโครงการด้านสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ยังได้เปิดตัว "อายิโนะโมะโต๊ะ คู่ร้าน" คู่ร้านขายดี พันธกิจใหม่ล่าสุด เพื่อเสริมศักยภาพให้กับร้านอาหารไทยและพ่อครัวแม่ครัวทั่วประเทศ โดยมีจุดเด่น คือ ช่วยลดต้นทุน ลดขั้นตอน และช่วยประหยัดเวลาในการทำอาหาร เพราะทุกวันนี้เกือบ 50% ของคนไทยซื้ออาหารพร้อมทานจากร้านอาหาร รวมถึงการนั่งทานที่ร้าน ซื้อกลับบ้าน และเดลิเวอรี ตั้งเป้าเป็นพันธมิตรต้านโซลูชันอาหารอันดับแรกในใจ สำหรับเจ้าของร้านอาหารไทย โดยคาดว่าปัจจุบันมีจำนวนร้านอาหารมากกว่า 7 แสน - 1 ล้านแห่ง ทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตาม จากเทรนด์อาหารปี 2569 ที่พบข้อมูลจาก Innova Market Insights 2026 ระบุว่า มี 3 เทรนด์สำคัญที่กำลังหล่อหลอมพฤติกรรมของผู้บริโภคทั่วโลกและในประเทศไทย ได้แก่ 1.ความคุ้มค่าคุ้มราคา - ผู้บริโภค 2 ใน 3 คนเปรียบเทียบราคาก่อนซื้อสินค้าเป็นประจำ โดยมองหาความคุ้มค่าและคุณภาพที่ดี 2.ความสมบูรณ์แข็งแรงและอายุที่ยืนยาว - ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการรักษาสุขภาพและสุขภาวะในระยะยาว ผ่านโภชนาการและไลฟ์สไตล์ที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น และ3.ตอบโจทย์ทุกช่วงเวลา - ความต้องการโซลูชันอาหารและเครื่องดื่มที่สะดวกสบาย ซึ่งได้รับการออกแบบให้เหมาะกับโอกาส ไลฟ์สไตล์ และความต้องการทางอารมณ์ที่เฉพาะเจาะจงตลอดทั้งวัน


ส่งผลให้ปีนี้บริษัทมีแผนพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ออกมา ภายใต้ความเชี่ยวชาญด้าน "AminoScience" ที่เป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินงาน จากปัจจุบัน อายิโนะโมะโต๊ะ ประเทศไทย แบ่งสินค้าออกเป็น 5กลุ่มหลัก คือ 1.เครื่องปรุงรส ทำรายได้เป็นอันดับ 1 มีฐานที่ใหญ่ การเติบโตจึฃค่อนข้างน้อยสินค้าใหม่ปีนี้เน้นเรื่องนวัตกรรมเพื่อสุขภาพเป็นหลัก

2.กาแฟ/เครื่องดื่ม ปีนี้มีเปิดตัว “เบอร์ดี้ บาริสต้า” (Birdy Barista) ซีรีส์กาแฟกระป๋องพร้อมดื่มระดับพรีเมียม เพราะตลาดกาแฟมีการแข่งขันสูง ต้องสร้างคุณค่าและความแตกต่าง เป็นกลุ่มสินค้าที่คาดหวังว่าจะสร้างการเติบโตได้ดี

3.Frozen Food/RTE ปีนี้บริษัทได้ขยายธุรกิจอาหารแช่แข็งสำหรับครัวเรือน ภายใต้แบรนด์ “อายิโนะโมะโต๊ะ อุไม” เสิร์ฟอาหารแช่แข็งพร้อมทานสไตล์ญี่ปุ่นเข้าสู่ตลาด ตอบไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่ต้องการคยามสะดวกสบายในการหาอาหารรับประทาน เป็นอีกหนึ่งกลุ่มสินค้าที่คาดว่าจะสร้าฃการเติบโตได้ดี

4.Food Vendors ปีนี้จะมีสินค้าใหม่ออกมาเบื้องต้น 2 ตัว คือ อายิโนะโมะโต๊ะ คู่ร้าน ผงแกงพะโล้ และอายิโนะโมะโต๊ะ คู่ร้าน ผงหมักเนื้อหมูสำหรับย่าง และ 5.Amino Products จะมีสินค้าเพื่อสุขภาพออกมาอย่างต่อเนื่อง


จากแผนงานที่วางไว้ มั่นใจว่าปี 2569 นี้ บริษัทจะมีรายได้เติบโต 1 หลัก หรือเติบโตเท่าปีก่อนที่ทำได้ 34,000 ล้านบาท จาก 32,000 ล้านบาท จากปีก่อนหน้า โดยปี 2568 นั้น อายิโนะโมะโต๊ะ ประเทศไทย มี 3 ผลิตภัณฑ์หลักที่สร้างการเติบโต คือ 1.รสดี - ครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 ในหมวดหมู่เครื่องปรุงรส (ประมาณ 90%) 2.ผงชูรสอายิโนะโมะโต๊ะ - ครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 ในหมวดหมู่ผงชูรส (ประมาณ 80%) 3.กาแฟกระป๋องเบอร์ดี้ - ครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 ในหมวดหมู่กาแฟกระป๋อง (ประมาณ 50%)

อย่างไรก็ตามจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และสภาพเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น อายิโนะโมะโต๊ะ ประเทศไทย ยอมรับว่า ส่งผลต่อต้นทุน วัตถุดิบที่มีราคาสูงขึ้น ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นทำให้ต้นทุนการขนส่งขยับตาม ซึ่งทางบริษัทพร้อมบริหารจัดการเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็น การบริหารจัดการต้นทุนพัฒนากระบวนการผลิต โดยนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วย เพื่อให้สามารถนำเสนอสินค้าได้ตามความต้องการของตลาด ทั้งนี้มองว่าครึ่งปีหลังทิศทางเศรษฐกิจจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น.