xs
xsm
sm
md
lg

มารู้จัก กีตาร์วินเทจ ตามรอยความดัง “น้องเนเน่” จากเวที AGT

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



หลังจากตกเป็นกระแสโด่งดังไปทั่วโลก สำหรับ"น้องเนเน่"สาวไทย (เนเน่ รอยัล / แพรว รัตติกานต์ อำลอย) ได้ขึ้นแสดงบนเวที America's Got Talent (AGT) หลายคนจับตาไปที่กีตาร์คู่ใจ ว่า ยี่ห้ออะไรนะ น่าสนใจยังไง วันนี้ มีเรื่องราวของกีตาร์ น้องเนเน่ มาบอกเล่าให้ฟัง พร้อมกับพามารู้จักกับตลาดกีตาร์มือสอง ว่า ทำไมถึงแพง ผ่านการบอกเล่าของเจ้าของร้านซ่อมกีตาร์ มือหนึ่ง ของเมืองไทย “ช่างศักดิ์ ประตูน้ำ”


กีตาร์ ของ น้องเนเน่

ก่อนอื่น มารู้จักกีตาร์ของ น้องเนเน่ ยี่ห้อ Ibanez Musician Series รุ่น MC300 ผลิตปี ค.ศ. 1978 (ปี 2521) โดย เป็น กีตาร์วินเทจรุ่นคลาสสิก หายากระดับตำนาน (Rare Item) ซึ่งเป็นที่ต้องการของนักสะสมทั่วโลก

ในส่วนของราคาเนื่องจากเป็นกีตาร์นักสะสม เป็นประมาณราคาซื้อขายในตลาดนักสะสม อยู่ที่ช่วงประมาณ $1,500 – $2,500+ USD (หรือราวๆ 50,000 – 90,000+ บาท) ขึ้นอยู่กับสภาพ และจะยิ่งทรงคุณค่าและมีราคาขึ้นไปอีกหากมาจากเรื่องราวเฉพาะตัว

ทั้งนี้ ประวัติที่มา กีตาร์ตัวนี้ น้องเนเน่ได้กีตาร์ตัวนี้มาจาก Mr. Strit Bram (ผู้สนับสนุนชาวต่างชาติ) มอบให้เป็นของขวัญแก่น้องเนเน่ ซึ่งถือเป็นของขวัญทรงคุณค่าทางจิตใจที่ไม่สามารถประเมินมูลค่าได้


ช่างซ่อมกีตาร์ เบอร์หนึ่งเมืองไทย

นายอนุศักดิ์ โตเจริญ เจ้าของ ร้านช่างศักดิ์ ประตูน้ำ เดิมร้านช่างศักดิ์ประตูน้ำ เป็นร้านซ่อมกีตาร์ ที่เปิดอยู่ในย่านประตูน้ำ แต่ปัจจุบันได้ย้ายออกจากพื้นที่ เพราะราคาค่าเช่าพื้นที่ค่อนข้างสูง จึงได้ย้ายมาเปิดที่ ย่านถนนวิภาวดีรังสิต เป็นทั้งบ้านพักอาศัยและเป็นช็อป ไว้ต้อนรับลูกค้าที่มาใช้บริการ แม้จะย้ายพื้นที่ แต่ด้วยฝีไม้ลายมือการซ่อมกีตาร์ที่ยอดเยี่ยม โดย ประสบการณ์ในการซ่อมกีตาร์ มายาวนาน มีลูกค้าระดับนักดนตรี ชื่อดังทั้งไทยและเทศ ต่างก็หิ้วกีตาร์ตัวโปรดมาใช้บริการให้ช่างศักดิ์ ช่วยดูแลให้ถึงบ้าน

สำหรับช่างศักดิ์ ประตูน้ำ ช่างซ่อมกีตาร์ รายนี้ เคยได้ต้อนรับลูกค้าระดับฮอลลี่วู้ด ที่เดินทางมาประเทศไทย และนำกีตาร์ มาให้ช่วยซ่อมให้ มาจนถึงปัจจุบัน ยังมีลูกค้าต่างประเทศที่เคยใช้บริการ ก็ยังคงกลับมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไม่ได้มีลูกค้าแค่นักร้องซุปตาร์เมืองไทย ลูกค้าต่างประเทศ ก็ยังคงมาใช้บริการทุกครั้งที่กีตาร์มีปัญหา

นอกจากช่างศักดิ์ จะรับซ่อมกีตาร์ ทุกประเภท ตั้งแต่ถูกสุด จากประเทศจีน หรือ แพงสุดของระดับนักร้องซุปตาร์ เรียกว่า ลูกค้าจะมีทุกกลุ่ม และจากกระแสของ น้องเนเน่ จากเวที AGT ทำให้เด็กๆ รุ่นใหม่ หันมาอยากจะเล่นกีตาร์ กันมากขึ้น ทำให้ช่วงนี้ จะมีเด็กๆ ที่ซื้อกีตาร์มาราคาไม่แพง ก็ส่งมาให้เราช่วยตั้งปรับเส้นเสียง หรือ บางคนก็มาหากีตาร์มือสองจากที่ร้านของเรามากขึ้น

นายอนุศักดิ์ โตเจริญ เจ้าของ ร้านช่างศักดิ์ ประตูน้ำ
กีตาร์มือสอง ตลาดวินเทจ

โดยทางร้านไม่เพียงแค่รับซ่อม แต่ยังมีกีตาร์มือสอง ที่ผ่านการโม มาแบบเหมือนกับกีตาร์ใหม่ ออกมาจำหน่ายด้วย และด้วยความที่กีตาร์ผ่านการโมขึ้นมาใหม่ ทำให้ราคากีตาร์มือสองที่ร้านช่างศักดิ์ ราคาไม่ได้ต่างจากกีตาร์ใหม่ มากนัก เช่น กีตาร์ใหม่ ราคา 10,000 บาท แต่พอเป็นมือสองของทางร้าน ขายในราคา 7,000 บาท ถูกกว่า ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์

นอกจากนี้ ร้านช่างศักดิ์ ยังมีกีตาร์มือสองที่เป็นไอเท็มที่ยาก ของใหม่ไม่มีผลิตแล้ว ไว้บริการลูกค้าด้วย ช่างศักด์ บอกว่า ราคากีตาร์มือสองบางตัวราคาสูงกว่า ของใหม่ ก็มีด้วยเช่นกัน ถ้ากีตาร์ตัวนั้น มีความต้องการ และผ่านการโมพร้อมใช้งาน ลูกค้ายินดีที่จ่าย แม้ราคาสูงกว่า ของใหม่ หลายเท่า


มารู้จักกีตาร์วินเทจ ตามรอยน้องเนเน่

ยิ่งในช่วงนี้ กระแสของน้องเนเน่ จากเวทีประกวด AGT หลายคนจะได้เห็น กีตาร์ของน้องเนเน่ เป็นกีตาร์วินเทจที่นักสะสมคนไทยนิยมสูงสุด หรือ กีตาร์ของพี่เสกโลโซ ที่ใช้ในปัจจุบันก็เป็นหนึ่งในกีตาร์วินเทจที่นักสะสมนิยม ถ้าซื้อใหม่ๆ ตอนนั้น ราคาเพียง 30,000 บาท ตอนนี้ ราคาสูงไปถึง 300,000 บาท

ปัจจุบันทางร้านมีกีตาร์ ที่เป็นของสะสม อยู่บ้าง เพื่อให้ลูกค้าที่ชื่นชอบ ก็จะมาหยิบมาจับไป ตามราคาที่เหมาะสม ซึ่งราคากีตาร์มือสอง นักสะสมราคาไม่แน่ไม่นอน ขึ้นอยู่กับสภาพ และความยากง่ายการได้มา และความพึ่งพอใจ ระหว่างผู้ซื้อ และผู้ขาย ราคาไม่ตายตัว

ความต้องการกีตาร์วินเทจ เมืองไทย ถือว่า "สูงและเติบโตสม่ำเสมอ" โดยจะมาจาก 3 กลุ่มหลักกลุ่มนักสะสมและผู้ลงทุน มองว่ากีตาร์วินเทจเป็นทรัพย์สินปลอดภัย โดยเฉพาะรุ่นยุค Golden Era (ช่วงปี 1950–1970) ที่ราคาเพิ่มขึ้นตามกาลเวลาและชนะอัตราเงินเฟ้อได้อย่างดี และกลุ่ม นักดนตรีมืออาชีพและซาวด์เอ็นจิเนียร์ ชื่นชอบไม้ที่แห้งตามธรรมชาติมาหลายสิบปี ทำให้ได้โทนเสียง (Tone) นุ่มนวล กลมกล่อม และมีมิติที่กีตาร์ผลิตใหม่ไม่สามารถเลียนแบบได้ และ ผู้ที่ซื้อเพราะคุณค่าทางจิตใจ (Nostalgic Buyers) ต้องการครอบครองกีตาร์ทรงเดียวกับไอดอล หรือกีตาร์รุ่นที่เคยฝันอยากได้ในวัยเยาว์


แบรนด์ยอดนิยมระดับโลก นักสะสมตามหา

ในส่วนของ แบรนด์ยอดนิยมระดับโลก แบรนด์เหล่านี้เปรียบเหมือน "พระเครื่อง" ของวงการกีตาร์ โดยเฉพาะการผลิตในอเมริกาช่วงปี 1950–1970 ได้แก่ Gibson (สหรัฐอเมริกา)รุ่นยอดนิยม: Les Paul Standard (1958–1960 หรือยุค "Burst"), ES-335, SG, และกีตาร์โปร่งทรง J-45 หรือ Hummingbird ซึ่งได้รับความนิยม สูงที่สุดในสายร็อกและบลูส์ ยุคทองบางรุ่นราคาสูงถึงหลักล้านถึงสิบล้านบาท

และ Fender (สหรัฐอเมริกา) รุ่นยอดนิยม: Stratocaster, Telecaster, Precision Bass, Jazz Bass (โดยเฉพาะ Pre-CBS คือปีก่อน ค.ศ. 1965) ซึ่งความนิยม ตัวแทนเสียงปิ๊กอัพแบบ Single-coil ในตำนาน เป็นที่ต้องการของนักสะสมทั่วโลก

สำหรับกีตาร์โปร่ง ต้องยกให้กับ C.F. Martin & Co. รุ่นยอดนิยม: D-28, D-18, OM-28 (ยุค Pre-WWII หรือก่อน ค.ศ. 1945 ถือเป็นจานโปรดของนักสะสมระดับมหาเศรษฐี) ซึ่งเป็นกีตาร์ที่ได้รับความนิยม มาตรฐานอันดับ 1 ของโลกสำหรับกีตาร์โปร่ง


คนไทยนิยมสะสมแบรนด์ญี่ปุ่น เข้าถึงง่ายกว่า

ทั้งนี้ ตลาดนักสะสมในประเทศไทยความต้องการและนิยมกันมาก ก็จะต้องเป็นแบรนด์ญี่ปุ่น สาเหตุเพราะ ตลาดเข้าถึงง่าย โดยในช่วงปี 1970–1980 โรงงานกีตาร์ในญี่ปุ่นคัดสรรไม้และงานประกอบได้ประณีตมาก จนกลายเป็นกลุ่ม "Vintage JP" ที่ได้ราคาสบายกระเป๋าและคุณภาพสูงเกินราคา

ซึ่ง แบรนด์และรุ่นที่ได้รับความนิยม เช่น Fender Japan (JV Series ช่วงปี 1982–1984) กีตาร์ Fender ที่ผลิตในญี่ปุ่นยุคแรกๆ งานประกอบเนี้ยบมากจนปัจจุบันนักสะสมไล่เก็บกันในราคาสูง

รวมถึง แบรนด์ Ibanez (ยุค 1970 - early 1980) โดยเฉพาะรุ่น Artist Series, Musician Series (เช่น MC300) หรือปิ๊กอัพ Super 70s ได้รับความนิยมสูงทั้งในไทยและต่างประเทศ และเป็นแบรนด์ที่ น้องเนเน่ ใช้ในการประกวด AGT ในครั้งนี้ด้วย


นอกจากนี้ ยังมี Tokai / Greco / Burny / Fernandes: แบรนด์ญี่ปุ่นที่สร้างชื่อจากการทำกีตาร์ทรง Les Paul หรือ Stratocaster เลียนแบบ Gibson/Fender ยุคเก่า ซึ่งทำออกมาได้ดีเยี่ยมจนถูกเรียกว่า "Lawsuit Era" หรือ Yamaha / Morris (สายกีตาร์โปร่ง): กีตาร์โปร่งวินเทจญี่ปุ่นยุคป้ายแดง-ป้ายส้ม (เช่น Yamaha FG Series) และ Morris ยุค 70s เป็นรุ่นยอดนิยมตลอดกาลในไทยเพราะเสียงเปิด กังวาน และราคาย่อมเยา

ทั้งนี้ ภาพรวม ถ้าเน้นการลงทุน/สะสมระยะยาว แบรนด์หลักอย่าง Gibson, Fender, Martin (อเมริกา) คือตัวเลือกดีที่สุด ถ้าเน้นซาวด์ดี สภาพเก๋า ในราคาสมเหตุสมผล กีตาร์ Made in Japan (ยุค 70s-80s) ตอบโจทย์นักดนตรีและนักสะสมชาวไทยมากที่สุด

ติดต่อ โทร. 08-1629-5257

คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด