SCCเผยไตรมาส2/2569 มีกำไรสุทธิ 11,535ล้านบาท ปรับตัวดีขึ้น85%เมื่อเทียบไตรมาสก่อน และลดลง 33%เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนงวด6เดือนแรกปีนี้ มีกำไรสุทธิ 17,758 ล้านบาท ลดลง 4% ด้านบอร์ดไฟเขียวปันผลระหว่างกาล 3.50บาท/หุ้น
นางนดารัตน์ ป้อมตรี ผู้อำนวยการสำนักงานบัญชีกลาง บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC เปิดเผยผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ปี 2569ว่า บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 11,535 ล้านบาท ปรับตัวดีขึ้น 85% จากไตรมาสก่อน และลดลง 33%เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยกำไรที่ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อน มาจากส่วนต่างราคาที่เพิ่มขึ้นและความสามารถในการปรับตัวของโรงงานของเอสซีจี เคมิคอลส์ ตลอดจนผลประกอบการที่ดีขึ้นในประเทศอินโดนีเซียของเอสซีจีพี และบริษัทมีกำไรสุทธิงวดครึ่งปีแรกของปี 2569 อยู่ที่ 17,758 ล้านบาท ลดลง 4% จากปีก่อน หากไม่รวมการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือและรายการปรับปรุงอื่นๆ
โดยในไตรมาส2/2569 บริษัทรายได้จากการขายอยู่ที่ 136,243 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากช่วงเดียวกันปีก่อน มาจากราคาขายที่สูงขึ้นของสินค้าปิโตรเคมี รวมถึงปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นของเอสซีจีพี และเอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง โดยมี Adjusted Cash EBITDA เพิ่มขึ้น 47% มาจากส่วนต่างราคาที่เพิ่มขึ้นและการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของเอสซีจี เคมิคอลส์ การปรับราคาปูนซีเมนต์และการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานภายในของเอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง รวมถึงผลการดำเนินงานโดยรวมที่ดีขึ้นของเอสซีจีพี อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมรายการพิเศษจากการปรับโครงสร้างธุรกิจเมื่อปีก่อน Adjusted Profit ในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 อยู่ที่ 10,833 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7,492 ล้านบาท
นางนดารัตน์ กล่าวว่าในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 บริษัทมีรายได้จากการขายอยู่ที่ 259,570 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีAdjusted Cash EBITDA อยู่ที่ 42,913 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลมาจากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของธุรกิจหลัก ได้แก่ ส่วนต่างราคาสินค้าปิโตรเคมีที่ปรับตัวดีขึ้นและการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานภายในของเอสซีจี เคมิคอลส์ ท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงานโลก ขณะที่ผลการดำเนินงานของเอสซีจีพีฟื้นตัวในประเทศอินโดนีเซีย รวมถึงเอสซีจี ซีเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง มีการปรับราคาปูนซีเมนต์ในประเทศไทย
“ในไตรมาส2 ปีนี้ บริษัทเผชิญกับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกจากความผันผวนของตลาดพลังงาน ความดึงเครียดในตะวันออกกลาง และแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ อย่างไรก็ตาม ด้วยความยืดหยุ่นในการรับมือและการดำเนินการอย่างทันท่วงที (Immediate Actions) บริษัทสามารถสร้างผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งได้ โดยมี Adjusted Cash EBITDA ของไตรมาสที่ 2 ปี 2569 อยู่ที่ 27,984 ล้านบาท ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนและปีก่อน”
ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2569 ในอัตรา 3.5 บาทต่อหุ้น เป็นเงินทั้งสิ้น 4,200 ล้านบาท คิดเป็น 24% ของกำไรสำหรับช่วงช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ในวันที่ 21 สิงหาคม 2569 และกำหนดวันที่ XD ในวันที่ 5 สิงหาคม 2569