SET ปิดภาคเช้า 1,640.85 จุด ลดลง 12.12 จุด (-0.73%) มูลค่าซื้อขายราว 65,929 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯเผยตลาดหุ้นไทยในช่วงเช้าที่ผ่านมาปรับตัวลง รับแรงกดดันจากแรงขายหุ้นกลุ่มแบงก์ หลังรายงานงบฯไตรมาส 2/69 ออกมาครบแล้ว และผลการดำเนินงานออกมาตามคาดไม่ได้มีเซอร์ไพรส์ตลาด ทำให้มีแรงขายออกมาและสลับเข้าเก็งกำไรหุ้นกลุ่มอื่น โดยเฉพาะกลุ่มปิโตรเคมีที่ปรับตัวขึ้นโดดเด่น ประกอบกับ Fund Flow ที่อาจจะไหลออกระยะสั้น แนวโน้มตลาดหุ้นไทยช่วงบ่ายคาดแกว่งตัวแดนลบต่อ พร้อมให้แนวต้าน 1,650 จุด แนวรับ 1,630 จุด
การซื้อขายภาคเช้าดัชนีปรับตัวลงเคลื่อนไหวแดนลบ โดยทำจุดต่ำสุด 1,637.86 จุด และจุดสูงสุด 1,655.74 จุด
นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงเช้าที่ผ่านมาปรับตัวลง โดยปัจจัยกดดันดัชนีหลักๆมาจากแรงขายหุ้นกลุ่มแบงก์ หลังจากที่รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/69 ออกมาครบแล้ว แค่ส่วนใหญ่ผลการดำเนินงานที่ออกมาก็เป็นไปตามที่คาด ไม่มีมีเซอร์ไพรส์กับตลาดมากนัก ทำให้มีแรงขายทำกำไรออกมา และสลับไปเข้าเก็งกำไรกลุ่มอื่นแทน โดยเฉพาะกลุ่มปิโตรเคมีที่วันนี้ปรับตัวขึ้นโดดเด่น
ขณะเดียวกันคาดว่าอาจจะเริ่มเห็น Fund Flow ไหลออกไปในระยะสั้นบ้าง หลังจากที่หุ้นเทคโนโลยีในตลาดหุ้นสหรัฐและตลาดหุ้นเอเชียเหนือมีการปรับตัวลงมา ทำให้ Valuation เริ่มกลับมาน่าสนใจอีกครั้ง ทำให้มีเม็ดเงินไหลกลับเข้าไปในหุ้นกลุ่มดังกล่าว ประกอบกับดัชนีตลาดหุ้นไทยในช่วงที่ผ่านมาปรับตัวขึ้นมามาก ทำให้ในช่วงนี้อาจจะมีการพักตัวเพื่อรอปัจจัยหนุนใหม่
แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในช่วงบ่ายคาดว่าแกว่งตัวแดนลบต่อ โดยให้แนวต้าน 1,650 จุด แนวรับ 1,630 จุด