นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้(22 ก.ค.69)ที่ระดับ 33.73 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย”จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 33.64 บาทต่อดอลลาร์ และมองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.65-33.80 บาท/ดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยอ่อนค่าลงต่อเนื่อง เข้าใกล้โซนแนวต้าน 33.75 บาทต่อดอลลาร์ (แกว่งตัวในกรอบ 33.63-33.74 บาทต่อดอลลาร์) ตามการทยอยแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ หลังผู้เล่นในตลาดยังคงทยอยปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED (ล่าสุดให้โอกาสราว 54% ที่ FED จะขึ้นดอกเบี้ยได้ 2 ครั้ง ในปีนี้) ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่หนุนให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง
พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะบรรดาหุ้นเทคฯ ใหญ่ อย่าง Alphabet และ Tesla และำคัญ ควรจับตาการเคลื่อนไหวของบรรดาหุ้นธีม AI/Semiconductor ที่อาจสร้างความผันผวนให้กับตลาดการเงินได้พอควร
สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท (USDTHB) เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับ การปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED ซึ่งจะขึ้นกับพัฒนาการของรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่าง อัตราเงินเฟ้อ และ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่ ทำให้ ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options ที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากค่าเงินได้เป็นอย่างดีในสภาวะที่ตลาดเผชิญความไม่แน่นอนสูง
โดยหากสถานการณ์ในตะวันออกกลางไม่ได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะยังคงมีความไม่แน่นอนสูง เหมือนในปัจจุบัน เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways โดยเงินบาทจะมีโซนแนวต้านในช่วง 33.75-33.80 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่โซนแนวรับจะอยู่ในช่วง 33.50-33.60 บาทต่อดอลลาร์ อย่างไรก็ดี เงินบาทยังคงเผชิญความเสี่ยง Two-Way risk พร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นกับ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อการดำเนินนโยบายการเงินของบรรดาธนาคารกลางหลัก ซึ่งจะกระทบต่อการเคลื่อนไหวของเงินดอลลาร์ ราคาทองคำ รวมถึงหุ้นกลุ่ม AI/Semiconductor ได้
ในช่วงระหว่างวัน โดยเฉพาะช่วงราว 13.00 น. ตามเวลาประเทศไทย เรามองว่า ควรระวังความเสี่ยงที่เงินบาทอาจผันผวนอ่อนค่าลง หากรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI และดัชนีราคาผู้ผลิต PPI ของอังกฤษชะลอตัวลง ต่ำกว่าคาด จนทำให้ ผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ BOE ซึ่งจะกดดันให้ เงินปอนด์อังกฤษ (GBP) เสี่ยงอ่อนค่าลง หนุนให้เงินดอลลาร์ทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง ทว่า แรงกดดันด้านอ่อนค่าต่อเงินบาทจากเงินดอลลาร์นั้น อาจถูกชะลอลงได้ หากราคาทองคำสามารถปรับตัวขึ้นต่อ หรืออย่างน้อยแกว่งตัว Sideways ตามการปรับลดโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยของบรรดาธนาคารกลางหลัก อย่าง BOE นอกจากนี้ เราคงมองว่า ควรระวังความผันผวนของตลาดค่าเงินที่อาจมาจาก การเคลื่อนไหวผันผวนของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) หลังล่าสุด เงินเยนญี่ปุ่นได้อ่อนค่าลงเหนือโซน 163 เยนต่อดอลลาร์ เพิ่มความเสี่ยงที่จะเห็นการพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้น เร็ว ในระยะสั้นของเงินเยนญี่ปุ่น ตามการปรับสถานะถือครองของผู้เล่นในตลาดบางส่วน โดยหากเงินเยนญี่ปุ่นพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้น เร็ว เหมือนที่ได้เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา อาจช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาท หรือช่วยให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นบ้าง