Blu Green Token โทเคนเพื่อการลงทุนที่มีคาร์บอนเครดิตจากป่าชายเลนเป็นสินทรัพย์อ้างอิง เปิดซื้อขายวันแรกบน Bitkub แรงซื้อดันราคาพุ่งเหนือจองสูงสุดถึง 20% ภายในวันเดียว สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อ "สินทรัพย์สีเขียว" ที่สามารถเชื่อมโยงผลตอบแทนทางการเงินเข้ากับการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม ขณะที่ DITTO นำเงินระดมทุน 480 ล้านบาท เดินหน้าฟื้นฟูป่าชายเลนกว่า 17,000 ไร่ พร้อมใช้ AI โดรน และข้อมูลดาวเทียม ยกระดับการตรวจวัดคาร์บอนเครดิตสู่มาตรฐานใหม่ของประเทศไทย
ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทยสร้างอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญ เมื่อ Blu Green Token ซึ่งได้รับการยกให้เป็นโทเคนเพื่อการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อมรายแรกของประเทศที่มีคาร์บอนเครดิตจากโครงการฟื้นฟูป่าชายเลนเป็นสินทรัพย์อ้างอิง เปิดซื้อขายวันแรกบนศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล Bitkub เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ท่ามกลางแรงซื้อที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จนราคาปรับตัวขึ้นเหนือราคาจองทันที และทะยานแตะระดับสูงสุดเพิ่มขึ้นถึง 20% ภายในวันเดียว
การตอบรับดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า นักลงทุนไทยเริ่มเปิดรับแนวคิดการลงทุนรูปแบบใหม่ที่ไม่ได้มุ่งหวังผลตอบแทนเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องการมีส่วนร่วมกับโครงการที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม นับเป็นสัญญาณสำคัญที่บ่งชี้ว่าตลาดทุนไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของ Sustainable Investment หรือการลงทุนเพื่อความยั่งยืนอย่างจริงจัง
Blu Green Token ออกและเสนอขายโดย บริษัท สยาม ทีซี เทคโนโลยี จำกัด (Siam TC Technology) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DITTO โดยกำหนดราคาจองซื้อไว้ที่หน่วยละ 1.20 บาท
ทันทีที่ตลาดเปิดซื้อขาย คำสั่งซื้อจำนวนมากได้ผลักดันราคาเปิดขึ้นมาอยู่ที่ 1.30 บาท เพิ่มขึ้นราว 8.33% จากราคาจอง ก่อนที่แรงซื้อจะยังคงไหลเข้าต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาขึ้นไปแตะระดับสูงสุดระหว่างวันที่ 1.44 บาท หรือเพิ่มขึ้นถึง 20% จากราคาเสนอขายครั้งแรก
ภาพดังกล่าวสะท้อนว่าความต้องการของตลาดรองมีมากกว่าปริมาณโทเคนที่สามารถจัดสรรได้ในช่วงเสนอขายครั้งแรก นักลงทุนจำนวนไม่น้อยที่พลาดการจองซื้อจึงเลือกเข้าซื้อทันที แม้ต้องยอมจ่ายในราคาที่สูงกว่า
สำหรับเงินระดมทุนทั้งหมด บริษัทสามารถระดมได้จำนวน 480 ล้านบาท จากการเสนอขายโทเคนจำนวน 400 ล้านหน่วย โดยเม็ดเงินดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ปลูก ฟื้นฟู และดูแลรักษาป่าชายเลนรวมกว่า 17,531.04 ไร่ ภายใต้มาตรฐานคาร์บอนเครดิตภาคสมัครใจของประเทศไทย หรือ T-VER รวมถึงมาตรฐาน Premium T-VER ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.)
นายฐกร รัตนกมลพร (Thakorn Rattanakamonporn) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ DITTO และ Siam TC Technology ระบุว่า จุดเด่นของ Blu Green Token คือการเชื่อมโยงการระดมทุนในตลาดทุนดิจิทัลเข้ากับการสร้างคาร์บอนเครดิตจากโครงการฟื้นฟูป่าชายเลน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในระบบนิเวศที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในการดูดซับก๊าซเรือนกระจก
ปัจจัยสำคัญอยู่ที่ "Blue Carbon" หรือคาร์บอนที่ถูกกักเก็บในระบบนิเวศชายฝั่งทะเล ซึ่งงานวิจัยจำนวนมากชี้ว่า ป่าชายเลนสามารถกักเก็บคาร์บอนได้มากกว่าป่าบกหลายเท่าตัว ทำให้การลงทุนในโครงการประเภทนี้ไม่ได้สร้างคุณค่าเพียงด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังมีศักยภาพในการสร้างสินทรัพย์คาร์บอนเครดิตที่มีมูลค่าในอนาคต
กล่าวอีกนัยหนึ่ง เงินของนักลงทุนไม่ได้ถูกนำไปปลูกต้นไม้เพียงอย่างเดียว หากแต่กำลังเปลี่ยนพื้นที่ชายฝั่งให้กลายเป็น "โรงงานดูดซับคาร์บอนตามธรรมชาติ" ที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ในระยะยาว
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นยังไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการลดก๊าซเรือนกระจก เพราะการฟื้นฟูป่าชายเลนยังช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศชายฝั่ง เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน สนับสนุนรายได้ของชาวประมงพื้นบ้าน ตลอดจนสร้างการจ้างงานให้กับชุมชนในพื้นที่ ซึ่งทำให้โครงการมีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป
อีกหนึ่งจุดแข็งของ Blu Green Token คือการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยยกระดับความโปร่งใสของโครงการ
Siam TC Technology นำโดรนสำรวจทางอากาศ ผสานการวิเคราะห์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) และข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม เพื่อคำนวณปริมาณชีวมวลและคาร์บอนที่กักเก็บได้ในแต่ละพื้นที่อย่างแม่นยำ
นอกจากนี้ยังพัฒนา Tree Detection App สำหรับตรวจนับต้นไม้รายต้น วิเคราะห์อัตราการรอดของต้นไม้ และติดตามความคืบหน้าของโครงการอย่างละเอียด ทำให้การประเมินคาร์บอนเครดิตมีความน่าเชื่อถือมากกว่าการสำรวจแบบดั้งเดิม
เมื่อข้อมูลภาคสนามถูกเชื่อมต่อเข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัล นักลงทุนจึงสามารถตรวจสอบความคืบหน้าของโครงการได้ใกล้เคียงแบบเรียลไทม์ ลดข้อกังวลเรื่องความโปร่งใส และช่วยให้มูลค่าของสินทรัพย์อ้างอิงสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
ด้านนางสาวจิตตินันท์ ชาติสีหราช (Jittinan Chatseerarath) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Token X จำกัด ซึ่งทำหน้าที่เป็น ICO Portal ภายใต้กลุ่ม SCBX และได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มองว่า กระแสตอบรับของ Blu Green Token เป็นหลักฐานสำคัญว่าการลงทุนเพื่อความยั่งยืนกำลังกลายเป็นเมกะเทรนด์ของตลาดทุนไทย
การที่นักลงทุนยอมเข้าซื้อโทเคนเหนือราคาจองตั้งแต่วันแรก ไม่ได้สะท้อนเพียงแรงเก็งกำไรระยะสั้น แต่ยังสะท้อนความเชื่อมั่นว่าทรัพยากรธรรมชาติสามารถแปลงเป็นสินทรัพย์การลงทุนที่สร้างผลตอบแทนได้ ภายใต้โครงสร้างการกำกับดูแลที่มีมาตรฐาน
ในอีกมุมหนึ่ง ความสำเร็จของ Blu Green Token ยังสะท้อนถึงพัฒนาการของระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัลไทยที่เริ่มครบวงจรมากขึ้น
DITTO นำองค์ความรู้ด้านโครงการสิ่งแวดล้อมมาพัฒนาเป็นสินทรัพย์ลงทุน ขณะที่ Token X รับหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพและโครงสร้างการเสนอขายในฐานะ ICO Portal ส่วน Bitkub ทำหน้าที่เป็นตลาดรองที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถซื้อขายเปลี่ยนมือได้อย่างมีสภาพคล่อง
การทำงานร่วมกันของทั้งสามภาคส่วน แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยเริ่มมีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับการแปลงสินทรัพย์ทางเลือกให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์การลงทุนรูปแบบใหม่ได้อย่างเป็นระบบ
หากมองในระดับมหภาค Blu Green Token อาจเป็นมากกว่าโทเคนเพื่อสิ่งแวดล้อมเพียงโครงการเดียว หากแต่เป็นต้นแบบของการนำทรัพยากรธรรมชาติ สินทรัพย์ด้านสิ่งแวดล้อม หรือแม้แต่โครงสร้างพื้นฐานด้านความยั่งยืน มาต่อยอดเป็นเครื่องมือระดมทุนผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชน
อย่างไรก็ดี ความร้อนแรงของราคาในวันแรกไม่ควรกลบความเสี่ยงที่นักลงทุนจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน
มูลค่าของ Blu Green Token ยังผูกพันโดยตรงกับศักยภาพในการสร้างคาร์บอนเครดิตในอนาคต ซึ่งขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยที่ผู้ลงทุนควบคุมไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นอัตราการรอดของป่าชายเลน สภาพภูมิอากาศ ภัยธรรมชาติ ราคาคาร์บอนเครดิตในตลาดภาคสมัครใจ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบทั้งในประเทศและต่างประเทศ
อีกประเด็นที่ต้องติดตาม คือ สภาพคล่องของตลาดรองหลังผ่านช่วงกระแสเปิดตัว เพราะแม้วันแรกจะมีแรงซื้อจำนวนมาก แต่ยังต้องพิสูจน์ว่าการซื้อขายจะกระจายตัวอย่างต่อเนื่อง หรือจะกระจุกอยู่ในกลุ่มนักลงทุนบางส่วน
ยิ่งไปกว่านั้น โครงการฟื้นฟูป่าชายเลนเป็นโครงการระยะยาว กว่าต้นไม้จะเติบโตจนสามารถสร้างคาร์บอนเครดิตได้เต็มศักยภาพต้องใช้เวลาหลายปี ดังนั้นความสามารถของผู้บริหารโครงการในการดำเนินงานตามแผน บริหารความเสี่ยง และรักษาคุณภาพของสินทรัพย์อ้างอิง จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ขณะที่จังหวะเวลาของการเปิดตัว Blu Green Token ยังสอดรับกับทิศทางการยกระดับการกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ที่อยู่ระหว่างปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลให้เข้มงวดยิ่งขึ้น เพื่อเสริมความน่าเชื่อถือของผู้ประกอบธุรกิจและลดความเสี่ยงเชิงระบบ
เมื่อโครงการลงทุนสีเขียวเกิดขึ้นพร้อมกับการยกระดับมาตรฐานกำกับดูแล ภาพรวมของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทยจึงกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคที่ขับเคลื่อนด้วยกระแสเก็งกำไร ไปสู่ยุคที่สินทรัพย์ดิจิทัลถูกใช้เป็นเครื่องมือระดมทุนให้กับเศรษฐกิจจริง
กล่าวโดยสรุป Blu Green Token ไม่ได้เป็นเพียงโทเคนที่เปิดซื้อขายวันแรกแล้วราคาพุ่ง 20% เท่านั้น หากแต่เป็นบทพิสูจน์ครั้งสำคัญว่าตลาดทุนไทยกำลังทดลองโมเดลใหม่ ซึ่งนำเทคโนโลยีบล็อกเชน ตลาดทุน และคาร์บอนเครดิตมาหลอมรวมกันเป็นผลิตภัณฑ์การลงทุนที่จับต้องได้
หากโมเดลนี้สามารถสร้างผลตอบแทนควบคู่กับการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติได้ตามเป้าหมาย ก็มีโอกาสสูงที่ประเทศไทยจะได้เห็นโทเคนลักษณะเดียวกันขยายไปสู่ป่าไม้ พื้นที่อนุรักษ์ แหล่งน้ำ หรือทรัพยากรธรรมชาติประเภทอื่นในอนาคต และนั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นของ "เศรษฐกิจสีเขียวบนบล็อกเชน" ที่ไม่ได้สร้างเพียงมูลค่าทางการเงิน แต่สร้างคุณค่าให้กับประเทศในระยะยาวด้วย.