'NT' ไม่ยอมจบศึกค่าบริการ National Single Window เตรียมอุทธรณ์ศาลปกครองสูงสุด หลังคดีเรียกเน็ตเบย์ 424 ล้านบาทถูกยกฟ้อง ย้ำสัญญา NSW ไม่ใช่จัดซื้อจัดจ้าง ชี้คำวินิจฉัยสวนคดีเดิม
เมื่อวันที่ 21 ก.ค.69 บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ชี้แจงว่า อยู่ระหว่างดำเนินการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด ภายหลังศาลปกครองกลางมีคำพิพากษายกฟ้องคดีที่ NT เรียกร้องให้บริษัท เน็ตเบย์ จำกัด (มหาชน) ชำระค่าบริการระบบ National Single Window (NSW) มูลค่ากว่า 424 ล้านบาท โดย NT เห็นว่า คำพิพากษายังมีประเด็นข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงสำคัญที่ควรได้รับการพิจารณาอีกครั้ง
ก่อนหน้านี้ NT ได้ยื่นฟ้องเน็ตเบย์ต่อศาลปกครองกลาง ขอให้ชำระค่าบริการระบบ NSW ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.67 ถึงวันที่ 25 เม.ย.68 รวมเป็นเงิน 424,875,408.84 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 5 ต่อปี หรืออัตราดอกเบี้ยใหม่ที่กระทรวงการคลังปรับเปลี่ยนโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา 7 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ รวมทั้งอัตราเพิ่มอีกร้อยละ 2 ต่อปีตามมาตรา 224 จากเงินต้นจำนวน 404,164,343.08 บาท นับถัดจากวันฟ้องคดีจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น โดยเป็นคดีหมายเลขดำที่ 2636/2568
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 17 ก.ค.69 ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษายกฟ้องคดีดังกล่าว ซึ่ง NT ระบุว่า แนววินิจฉัยของศาลแตกต่างจากคดีหมายเลขดำที่ 954/2567 ที่ NT เคยยื่นฟ้องเรียกเก็บค่าบริการระบบ NSW จากเน็ตเบย์ในช่วงวันที่ 1 ก.พ.66 ถึงวันที่ 31 มี.ค.67 แม้ทั้งสองคดีจะอาศัยสิทธิตามสัญญาให้สิทธิบริการระบบ NSW Operator เลขที่ 50/2564 ลงวันที่ 22 ธ.ค.63 ระหว่างกรมศุลกากรกับ NT เช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ ในคดีหมายเลขดำที่ 954/2567 ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้เน็ตเบย์ชำระเงินแก่ NT จำนวน 323,213,710.54 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 3 ต่อปี หรืออัตราดอกเบี้ยใหม่ตามพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามมาตรา 7 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บวกด้วยอัตราเพิ่มอีกร้อยละ 2 ต่อปี จากเงินต้นจำนวน 321,326,138.96 บาท
ภายหลังพิจารณารายละเอียดคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ 2636/2568 แล้ว NT เห็นว่า ยังมีความเห็นแตกต่างในประเด็นข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงที่เป็นสาระสำคัญหลายประการ โดยเฉพาะการตีความสัญญาระหว่างกรมศุลกากรกับ NT ซึ่งเป็นสัญญาที่ให้สิทธิ NT ในการให้บริการและเรียกเก็บค่าใช้บริการระบบ NSW
ขณะเดียวกัน NT ยืนยันว่า สัญญาดังกล่าวไม่ใช่สัญญาจัดซื้อจัดจ้างตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 จึงเห็นควรให้ศาลปกครองสูงสุดพิจารณาประเด็นข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงดังกล่าวอีกครั้ง ด้วยเหตุนี้ NT จึงอยู่ระหว่างจัดทำและยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาต่อศาลปกครองสูงสุดภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เพื่อคุ้มครองสิทธิและประโยชน์ขององค์กรตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป