xs
xsm
sm
md
lg

กพร.-อมิตา ต่อยอดเทคโนฯรีไซเคิลซากแบตเตอรี่ฯเป็นวัตถุดิบตั้งต้น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



กพร. จับมือ อมิตา เซ็น MOU ต่อยอดเทคโนโลยีรีไซเคิลแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนเสื่อมสภาพเป็นวัตถุดิบตั้งต้นเพื่อกลับมาใช้ใหม่ เพื่อขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนในอุตสาหกรรม EV สู่เชิงพาณิชย์

กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) จับมือ บริษัท อมิตา เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ยกระดับความร่วมมือในการนำผลงานวิจัยและเทคโนโลยีการรีไซเคิลซากแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนเสื่อมสภาพ ไปต่อยอดขยายผลสู่ภาคการผลิตในเชิงอุตสาหกรรม สร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบทดแทน และขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียนในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศ


นายอดิทัต วะสีนนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เปิดเผยว่า กพร. มีภารกิจหลักในการบริหารจัดการวัตถุดิบ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบให้แก่ภาคอุตสาหกรรม ทั้งวัตถุดิบจากแหล่งแร่ธรรมชาติและวัตถุดิบที่ได้จากการรีไซเคิลขยะหรือของเสีย โดยได้จัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิล เพื่อดำเนินการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิลมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหนึ่งในเทคโนโลยีที่มีความสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมพลังงานสะอาด ได้แก่ เทคโนโลยีรีไซเคิลแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนเสื่อมสภาพ

ปัจจุบัน กพร. ประสบความสำเร็จในการนำเซลล์แบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าใช้งานแล้วมาประกอบใหม่เพื่อใช้ซ้ำ (Reuse) ในยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กและอุปกรณ์กักเก็บพลังงาน รวมทั้งได้พัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิลแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าใช้งานแล้วอย่างครบวงจร เพื่อให้ได้ผงขั้วไฟฟ้า (Black Mass) ที่มีคุณภาพสูง และมีสิ่งเจือปนต่ำ แล้วนำมาผ่านกระบวนการรีไซเคิลเพื่อให้ได้สารตั้งต้น (Precursor) ทั้งในระดับห้องปฏิบัติการและโรงงานต้นแบบ สำหรับใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตแบตเตอรี่ใหม่ที่สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน


นายฉัตรพล ศรีประทุม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA และบริษัท อมิตา เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงานเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญที่ขับเคลื่อนโลกไปสู่พลังงานสะอาด หากไทยไม่มีระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ แบตเตอรี่เหล่านี้อาจกลายเป็นปัญหาสะสมในระยะยาว ดังนั้น การรีไซเคิลแบตเตอรี่จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการกำจัดของเสีย แต่สร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบ และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

“ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ อมิตาพร้อมสนับสนุนการจัดหาแบตเตอรี่และวัสดุจากกระบวนการผลิตเพื่อใช้ในการศึกษาและพัฒนา พร้อมทั้งร่วมวิเคราะห์และทดสอบวัตถุดิบที่ได้จากกระบวนการรีไซเคิล ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการนำองค์ความรู้ด้านการวิจัยของภาครัฐ มาผสานกับประสบการณ์ความเชี่ยวชาญเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิลแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนเสื่อมสภาพให้สามารถก้าวจากระดับห้องปฏิบัติการและโรงงานต้นแบบไปสู่การประยุกต์ใช้ในระดับอุตสาหกรรมได้อย่างแท้จริง” นายฉัตรพล กล่าว

นายกิตติพันธุ์ บางยี่ขัน ผู้อำนวยการกองนวัตกรรมวัตถุดิบและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง กล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าว จะรีไซเคิลแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนเสื่อมสภาพ เพื่อนำกลับมาใช้เป็นวัตถุดิบตั้งต้นในการผลิตแบตเตอรี่ใหม่ ช่วยเพิ่มมูลค่าซากแบตเตอรี่ได้ไม่น้อยกว่า 260,000 บาทต่อตัน ลดการพึ่งพาวัตถุดิบจากต่างประเทศ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรภายในประเทศ และขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน