“พิพัฒน์” ลั่นลบชื่ อ”แลนด์บริดจ์” โล๊ะ พ.ร.บ.SEC เพื่อความสบายของทุกฝ่าย หลังเซ็น MOU กลุ่ม SEC Watch เดินหน้าหารือนายกฯ ปั้นแผนพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ใหม่ ยันต้องพัฒนาท่าเรือฝั่งระนองแห่งใหม่ ชี้ท่าเดิมกายภาพไม่เหมาะ
วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ตอนนี้รัฐบาลไม่มีนโยบายผลักดันโครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมทะเลอ่าวไทย-อันดามัน (แลนด์บริดจ์) แล้ว หลังจากที่ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกับกลุ่ม SEC Watch เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 โดยตกลงที่จะถอนร่าง พ.ร.บ. ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (พ.ร.บ.SEC) ก็จะไม่มีแล้วและจะไม่มีการเอ่ยถึงพ.ร.บ. SEC ด้วย เพราะเมื่อพูดถึง SEC ก็จะล้อไปถึงโครงการ EEC ซึ่งจะสร้างความไม่สบายใจให้ประชาชนในพื้นที่ได้
ดังนั้น เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย นายพิพัฒน์ระบุว่า จะคิดค้นแนวทางในการพัฒนาโครงการในพื้นที่ภาคใต้ ขึ้นมาใหม่ ซึ่งขณะนี้ จะต้องรอผลการศึกษาของคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์) ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 133/2569 ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธานก่อน
ส่วนกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ที่ประเทศจีนเมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2569 ถึงแนวทางในการดำเนินนโยบายแลนด์บริดจ์ กรณีพัฒนาท่าเรือฝั่งระนองนั้น นายพิพัฒน์กล่าวว่า ต้องรอให้นายกรัฐมนตรีกลับจากจีนก่อน เพื่อหารือกันว่า ในการพัฒนาท่าเรือฝั่งระนอง และฝั่งชุมพร จะมีองค์ประกอบอะไรบ้าง จะมีรางด้วยหรือไม่ มีถนน หรือท่อ เข้ามาเชื่อม หรือแยกออกจากกัน แต่จะไม่มีคำว่าแลนด์บริดจ์ อีกแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 8 ก.ค.ว่า ยังไม่ล้มโครงการ แต่เป็นการชะลอการเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี โดยคณะกรรมการ 3 ฝ่าย ประกอบด้วย ภาครัฐ ภาคบริหาร และภาคประชาชนขอใช้เวลาศึกษาและการหารือข้อเสนอร่วมกันให้ตกผลึกภายใน 1 ปีก่อนนั้น นายพิพัฒน์กล่าวว่า ผมไม่ทราบครับ ท่านสิริพงศ์ให้สัมภาษณ์ไป ผมจะไปถามท่านว่า ข้อมูล 1 ปี เอามาจากไหน
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ที่ประเทศจีนถึงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกระนอง นายพิพัฒน์กล่าวว่า ขอไปดูความเหมาะสม เพราะท่าเรือระนองปัจจุบันเปิดให้บริการมา 20 ปีแล้ว ก็ต้องถามว่า ที่มีอยู่ตอนนี้ยังบริหารจัดการได้ดีอยู่หรือไม่ และ ต้องดูสภาพภูมิประเทศของพื้นที่ กายภาพของท่าเรือระนอง ซึ่งพบว่า พื้นที่ปัจจุบันไม่เหมาะสมที่จะตั้งท่าเรือและพื้นที่หลังท่า ก็ไม่มี ไม่สะดวก ดังนั้นถ้ามีแล้วแต่ไม่ดี จะไปลงทุนปรับปรุงให้มันเจ็บช้ำมากกว่าเดิมทำไม ผ่านมา 20 ปี ยังไม่รอดเลย
ส่วนจะมีการก่อสร้างท่าเรือใหม่ หรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ข้ามประเทศมาแล้วว่า ต้องมีท่าเรือฝั่งอันดามันและท่าเรือฝั่งอ่าวไทย แต่ยังไม่ได้คุยกับนายกรัฐมนตรีว่า มีท่าเรือ 2 ฝั่งเกี่ยวกับรูปแบบการเชื่อมต่อท่าเรือด้วยว่าจะมีองค์ประกอบอะไรบ้าง ที่แน่ๆ คือ ม่ท่าเรือทั้ง 2ฝั่ง รวมถึงรูปแบบการลงทมุน ว่าจะลงทุนเองหรือ เอกชนเข้ามาลงทุน
“ ขอถามกับนายกรัฐมนตรีก่อน และทุกสิ่งต้องรอคณะกรรมการของนายเอกนิติ ศึกษาเสร็จก่อน สิ่งที่สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ยังมีความเห็นอย่างไร องค์ประกอบจากหลายๆส่วนต้องชัดเจน กระทรวงคมนาคมจะเดินหน้าตามแผนก็ถูกโจมตีตลอด เมื่อมีหลายๆหน่วยงานมาช่วย ก็จะได้หารือกัน”