นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการแถลงข่าว “การปฏิรูปโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าภาคครัวเรือน ปี 2569–2573” เพื่อยกระดับความเป็นธรรมในการเข้าถึงบริการไฟฟ้าและบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยมี นายดิชวัฒน์ จันทร์อี่ ผู้ว่าการ MEA หรือการไฟฟ้านครหลวง และนายมงคล ตรีกิจจานนท์ ผู้ว่าการ PEA หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ร่วมแถลงข่าว ณ สำนักงานใหญ่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
กระทรวงมหาดไทย ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล MEA และ PEA มอบหมายให้ทั้งสองหน่วยงานจัดทำโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช. ซึ่งเห็นชอบแนวทางการกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าของประเทศ ปี 2569–2573 และมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือสำนักงาน กกพ. พิจารณาดำเนินการในประเด็นเร่งด่วนที่เกี่ยวข้องกับค่าไฟฟ้าภาคครัวเรือน
มาตรการสำคัญประกอบด้วย การกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับการใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก ไม่เกิน 3.00 บาทต่อหน่วย ตามมติคณะรัฐมนตรี โดยอัตราดังกล่าวจะใช้เฉพาะการใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรกเท่านั้น
นอกจากนี้ ยังมีการทบทวนนิยามผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยให้สอดคล้องกับสภาพการอยู่อาศัยของประชาชนในปัจจุบัน โดยพิจารณาความเป็นไปได้ในการขยายสิทธิให้ครอบคลุมกิจการให้เช่าพักอาศัย อาทิ บ้านเช่า หอพัก และอพาร์ตเมนต์ที่มีลักษณะเป็นที่อยู่อาศัย รวมถึงผู้มีทะเบียนบ้านชั่วคราวซึ่งใช้ไฟฟ้าผ่านมิเตอร์ชั่วคราวสำหรับที่อยู่อาศัย และเป็นประชาชนกลุ่มเปราะบาง เพื่อให้มีโอกาสได้รับอัตราค่าไฟฟ้าในระดับเดียวกับบ้านอยู่อาศัย
ทั้งนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม 2569 โดยปัจจุบันสำนักงาน กกพ. อยู่ระหว่างหารือร่วมกับ MEA และ PEA เพื่อกำหนดรายละเอียดและดำเนินการตามแนวทางดังกล่าวต่อไป
MEA พร้อมสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยอย่างเต็มที่ โดยเตรียมความพร้อมด้านระบบงาน บุคลากร และการให้บริการ เพื่อดำเนินการตามแนวทางที่ได้รับมอบหมาย พร้อมอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ให้ได้รับบริการด้านพลังงานไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพ เป็นธรรม และเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง
นอกจากนี้ MEA ยังมีความพร้อมให้บริการด้าน Solar Rooftop แบบครบวงจร ผ่าน MEA Solar One Stop Service เพื่อให้คำปรึกษาและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงพลังงานสะอาดได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น พร้อมเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว ตามนโยบาย “มหาดไทย ทำ ทัน ที Action 5 PLUS”
MEA พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพ ยกระดับคุณภาพชีวิต และพัฒนาบริการด้านพลังงานไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพ เป็นธรรม และยั่งยืน