xs
xsm
sm
md
lg

โสมขาวจ่อลุย CBDC เฟส 2 ปลาย Q3 ดึงแบงก์รัฐร่วมวงทดสอบระบบเงินอุดหนุนผ่านโทเคน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ธนาคารกลางเกาหลีใต้เตรียมเดินหน้าทดสอบสกุลเงินดิจิทัลระดับค้าส่งในโปรเจกต์ฮันกังเฟสที่สองภายในปลายไตรมาส 3 นี้ หรือประมาณเดือนกันยายน โดยมุ่งขยายขอบเขตการใช้งานจริงสู่ระดับสถาบันการเงินและประชาชนทั่วไป การทดสอบรอบใหม่จะเพิ่มจำนวนธนาคารพาณิชย์ที่เข้าร่วมเป็นเก้าแห่ง พร้อมทั้งนำร่องระบบการจ่ายเงินอุดหนุนจากภาครัฐผ่านเงินฝากที่อยู่ในรูปแบบโทเคนดิจิทัล ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของหน่วยงานกำกับดูแลในการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินยุคใหม่ ซึ่งผสมผสานเทคโนโลยีบล็อกเชนเข้ากับระบบธนาคารแบบดั้งเดิม เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและความโปร่งใสในการทำธุรกรรมระดับมหภาค

รายงานจากสำนักข่าว Yonhap News ระบุว่า Bank of Korea หรือธนาคารกลางเกาหลีใต้ เตรียมเปิดตัวการทดสอบสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางระดับค้าส่ง (Wholesale CBDC) ภายใต้ชื่อ Project Hangang ระยะที่สองอย่างเร็วที่สุดในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้โดยระบุชัดเจนว่า เกาหลีใต้กำลังเร่งเครื่องเพื่อเชื่อมต่อเงินดิจิทัลของรัฐเข้ากับระบบนิเวศการเงินในโลกความเป็นจริงอย่างเต็มรูปแบบ

การประกาศขยายขอบเขตการทดสอบเข้าสู่เฟสที่สองส่งผลให้เกิดแรงกระเพื่อมเชิงบวกในตลาดสถาบันการเงิน ประเด็นที่น่าจับตาคือการขยายเครือข่ายสถาบันผู้เข้าร่วมจากเดิมเจ็ดแห่งเพิ่มขึ้นเป็นเก้าแห่ง ซึ่งผู้เข้าร่วมชุดใหม่ที่จะเข้ามาได้แก่สถาบันการเงินระดับภูมิภาคอย่าง Kyongnam Bank และ iM Bank การที่ธนาคารระดับท้องถิ่นที่เข้าร่วมโครงการระดับชาตินี้ สื่อให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่เริ่มกระจายตัวจากศูนย์กลางเศรษฐกิจลงสู่ฐานราก อีกทั้งยังเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าสถาบันการเงินดั้งเดิมกำลังวางตำแหน่งทางยุทธศาสตร์เพื่อรองรับเม็ดเงินและพฤติกรรมผู้บริโภคที่จะเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบเศรษฐกิจแบบโทเคนในอนาคตอันใกล้

หากเจาะลึกลงไปในข้อมูลเชิงโครงสร้างและกลไกบนเครือข่ายของ Project Hangang จะพบว่าระบบถูกออกแบบมาเพื่อเสริมสภาพคล่องอย่างรัดกุม โดยอาศัยบล็อกเชนเป็นโครงสร้างพื้นฐานระดับรากฐาน ธนาคารกลางจะรับบทบาทเป็นผู้ออก Wholesale CBDC เพื่อใช้เป็นสินทรัพย์อ้างอิงสำหรับการชำระดุล (Settlement Asset) ระหว่างสถาบัน ขณะเดียวกันธนาคารพาณิชย์จะนำสินทรัพย์ดังกล่าวไปหนุนหลังการออกเงินฝากในรูปแบบโทเคน (Deposit Tokens) เพื่อให้รายย่อยนำไปใช้จ่าย ข้อมูลเชิงสถิติจากการทดสอบเฟสแรกในช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายนปี 2568 ซึ่งเน้นไปที่การวางระบบชำระเงิน ยืนยันความสำเร็จด้วยฐานผู้ใช้งานมากถึง 81,000 ราย และมีปริมาณธุรกรรมผ่านโทเคนเงินฝากสูงถึง 114,880 รายการ ตัวเลขชี้วัดเหล่านี้สะท้อนถึงขีดความสามารถของเครือข่ายบล็อกเชนในการประมวลผลและรองรับสภาพคล่องระดับมหภาคได้อย่างมีเสถียรภาพ

จุดสำคัญที่นักลงทุนระดับสถาบันต่างให้ความสนใจในการทดสอบรอบใหม่ คือแนวคิดการทดลองระบบเบิกจ่ายเงินอุดหนุนจากรัฐบาลผ่านโทเคนเงินฝากธนาคาร หากระบบดังกล่าวสัมฤทธิ์ผล จะถือเป็นการปฏิวัติเส้นทางการไหลเวียนของกระแสเงินทุน (Capital Flow) ของภาครัฐอย่างสิ้นเชิง เทคโนโลยีการบันทึกข้อมูลแบบกระจายศูนย์จะเข้ามาตัดวงจรตัวกลางที่ยุ่งยาก ส่งผลให้เม็ดเงินความช่วยเหลือพุ่งตรงเข้าสู่กระเป๋าผู้รับได้อย่างแม่นยำและสามารถตรวจสอบเส้นทางเงินได้แบบครบวงจร ควบคู่กันนี้ การผลักดันสภาพคล่องผ่านสถาบันการเงินท้องถิ่นจะเป็นกลไกหลักในการกระจายเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจฐานรากอย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อพิจารณาในบริบทของเศรษฐกิจมหภาค ก้าวย่างของ Bank of Korea ถือเป็นการขยับตัวเชิงยุทธศาสตร์เพื่อรักษากำแพงป้องกันอธิปไตยทางการเงิน ท่ามกลางยุคสมัยที่สินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง บิทคอยน์ รวมถึงตลาด คริปโต กำลังเติบโตและท้าทายระบบการเงินดั้งเดิม การเร่งผลักดัน Wholesale CBDC ควบคู่ไปกับ Tokenized Deposits คือการสร้างเครื่องมือทางนโยบายการเงินที่ก้าวล้ำ ซึ่งในระยะยาว หน่วยงานกำกับดูแลจะสามารถบริหารจัดการปริมาณเงินในระบบและควบคุมทิศทางนโยบายเศรษฐกิจได้อย่างมีนัยยะสำคัญมากยิ่งขึ้น

ขณะที่ทิศทางของ Project Hangang ในระยะที่สองซึ่งพุ่งเป้าไปที่การต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ (Commercialization) จะเป็นบททดสอบสำคัญชี้ชะตาระบบนิเวศการเงินใหม่ การเตรียมเปิดตัวฟีเจอร์ขั้นสูง อาทิ การโอนเงินระหว่างบุคคล (Peer-to-peer transfers) การนำเทคโนโลยียืนยันตัวตนด้วยข้อมูลทางชีวมิติ (Biometric authentication) มาประยุกต์ใช้ ตลอดจนการพัฒนาระบบอัตโนมัติสำหรับฟังก์ชันของโทเคนเงินฝาก จะเป็นการยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้งานให้ทัดเทียมอุตสาหกรรมฟินเทคในปัจจุบัน หากเกาหลีใต้สามารถผสานรอยต่อระหว่างระบบของธนาคารกลางและภาคพาณิชย์ได้อย่างไร้รอยต่อ โมเดลดังกล่าวจะกลายเป็นกรณีศึกษาและมาตรฐานระดับโลกที่ส่งแรงกดดันให้ธนาคารกลางในประเทศอื่นๆ ต้องเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของตนเองตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้