กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเผยการเจรจาทบทวนความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน-อินเดีย (AITIGA) มีความคืบหน้าต่อเนื่อง มีการยื่นข้อเสนอรายการสินค้าที่จะผูกพันการเปิดตลาดระหว่างกัน นัดประชุมครั้งต่อไป ก.ย. และ ต.ค. ตั้งเป้าสรุปผลภายในปีนี้
นางอุมาพร ฟูตระกูล รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการร่วมความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน-อินเดีย ครั้งที่ 13 (AITIGA-JC) และคณะอนุกรรมการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 6-10 ก.ค.2569 ณ กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย ว่า การเจรจาทบทวนความตกลง AITIGA ในรอบนี้ มีพัฒนาการที่ดีในหลายประเด็น โดยเฉพาะประเด็นการเปิดตลาดสินค้าเพิ่มเติมที่ทั้งสองฝ่ายตกลงจะยื่นข้อเสนอรายการสินค้าที่จะผูกพันการเปิดตลาดระหว่างกัน และการเจรจาข้อบทที่จะช่วยลดขั้นตอนและอำนวยความสะดวกด้านพิธีการศุลกากร เพื่อให้การนำเข้าและส่งออกระหว่างกันสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ แม้ที่ผ่านมา การเจรจากับอินเดียจะมีความท้าทาย แต่ทั้งสองฝ่ายยังคงมุ่งมั่นและพยายามที่จะสรุปผลการทบทวนภายในปี 2569 โดยจะมีการจัดการประชุมรอบต่อไปในช่วงเดือน ก.ย. และ ต.ค.2569 ควบคู่กับการประชุมระหว่างรอบของคณะอนุกรรมการด้านต่าง ๆ เพื่อเร่งรัดให้การเจรจาเดินหน้าและได้ข้อสรุปตามเป้าหมาย
สำหรับท่าทีของอินเดีย ย้ำว่าอาเซียนยังคงเป็นภูมิภาคที่มีความสำคัญกับอินเดีย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายปฏิบัติการตะวันออก (Act East Policy) ของอินเดีย ที่มุ่งเน้นการกระชับความสัมพันธ์เชิงรุกกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกและอาเซียน
ความตกลง AITIGA มีผลใช้บังคับตั้งแต่ปี 2553 ต่อมาในปี 2566 ทั้งสองฝ่ายจึงได้เริ่มต้นการหารือเพื่อทบทวนความตกลงฉบับนี้อย่างเป็นทางการ โดยมีเป้าหมายเพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้าและเพิ่มการใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ความตกลงให้มากขึ้น นำไปสู่การขยายตัวทางการค้าระหว่างอาเซียนและอินเดีย
ในปี 2568 การค้าระหว่างอาเซียนและอินเดีย มีมูลค่า 115,589 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 8% ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจระหว่างกัน โดยอาเซียนส่งออกไปอินเดีย มูลค่า 80,467 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกสำคัญของอาเซียน ได้แก่ เครื่องจักรไฟฟ้า เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ เชื้อเพลิงที่ได้จากแร่ และโลหะมีค่า และอาเซียนนำเข้าจากอินเดีย มูลค่า 35,122 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้านำเข้าสำคัญของอาเซียน ได้แก่ เชื้อเพลิงที่ได้จากแร่ เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ โลหะมีค่า เคมีภัณฑ์อินทรีย์ และเครื่องจักรไฟฟ้า