ส่องเทรนด์ความงามปี 2026 กับ แพทย์หญิงปิยอร
หัสดินทร ณ อยุธยา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามศัลยกรรมความงามและหัตถการเกี่ยวกับผิวหนัง
กล่าวว่า
ปี2026 เป็นปีที่มีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์การแพทย์อย่างมาก เมื่อการแพทย์ได้มาเจอกับไลฟ์สไตล์ของคนยุคปัจจุบันที่เร่งรีบ จึงเกิดยุคแห่ง "Cellular & Fast-Track" ปีนี้หมดยุคของการประโคมสกินแคร์ 10 สเต็ป หรือการทำหัตถการที่ต้องพักหน้านานๆ แล้ว Key word สำคัญของปี 2026 มีอยู่ 3 เรื่องหลัก
• Cellular Regeneration (การฟื้นฟูระดับเซลล์) สกินแคร์และหัตถการไม่ได้มองแค่ผิวชั้นนอกอีกต่อไป แต่เน้นไปที่การซ่อมแซมลึกถึงระดับเซลล์ สารสกัดกลุ่ม Exosomes, NAD+ และ PDRN กลายมาเป็นฮีโร่หลัก ทั้งในรูปแบบสกินแคร์บำรุง อาหารเสริมชะลอวัย ไปจนถึงการฉีดฟื้นฟูผิวแบบเฉพาะเจาะจงเพื่อเปิดสวิตช์ความอ่อนเยาว์จากภายใน
• The "Skinimalism" Evolution คนไข้และผู้บริโภคฉลาดเลือกมากขึ้น เน้นผลิตภัณฑ์ที่มีความเข้มข้นสูง (High-potency) แต่ใช้ขั้นตอนน้อยลง "Less is more" แต่ต้องเห็นผลจริง
• Pre-aging & Non-Invasive Procedures เทรนด์การทำหัตถการที่เด่นมากคือเน้นยกกระชับ ฟื้นฟูผิวแบบ No Downtime (ไม่ต้องพักหน้า ทำเสร็จแล้วใช้ชีวิตต่อได้เลย) และเริ่มทำตั้งแต่อายุยังน้อยเพื่อล็อกอายุผิวไว้ล่วงหน้า
เทรนด์ การเจาะลึกการดูแลผิวตาม Generation
แต่ละช่วงวัยมี Pain Point และไลฟ์สไตล์ที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิงค่ะ การครีเอตบิวตี้รูทีนจึงต้องตอบโจทย์ชีวิตในแต่ละ generation
Gen X (พี่ใหญ่ ภาระเยอะ ความรับผิดชอบแน่น)
Pain Pointโครงสร้างผิวเริ่มเปลี่ยนแปลง คอลลาเจนและอีลาสตินลดลง เกิดความหย่อนคล้อย ร่องแก้มลึก ผิวแห้งกร้าน และอาจมีปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำจากแดดสะสมได้
สกินแคร์ที่ต้องเน้น
• กลุ่ม Anti-aging & Cellular Wellness เช่น Retinoids, Peptides และสารสกัดที่ช่วยกระตุ้นการทำงานระดับเซลล์อย่าง NAD+/NMN เพื่อคืนความยืดหยุ่นให้ผิว
• หัตถการที่แนะนำ: ต้องเน้นการยกกระชับและคืนความอิ่มฟูของผิว (Lifting & Volumizing)
◦ กลุ่มเครื่องยกกระชับที่ไม่ต้องผ่าตัด เช่น High-Intensity Focused Ultrasound (HIFU) หรือ Micro-focused Ultrasound และ Monopolar RF เพื่อยกแก้มและกรอบหน้า
◦ กลุ่ม Biostimulators เพื่อกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนของตัวเองขึ้นมาใหม่ตามธรรมชาติ ช่วยเติมเต็มร่องลึกให้ดูอิ่มเอิบ สดใส ผิวอ่อนเยาว์ ผิวกระชับ
Gen Y (ชาวออฟฟิศ/วัยทำงานหนัก)
Pain Point: เครียดสะสม พักผ่อนน้อย หน้าจอมือถือและคอมพิวเตอร์ (Blue light) รุมเร้า ผิวเริ่มส่งสัญญาณเหนื่อยล้า หมองคล้ำ และมีริ้วรอยแรกเริ่ม (Fine lines)
สกินแคร์ที่ต้องเน้น
◦ กลุ่ม Antioxidants เข้มข้น เช่น Vitamin C หรือ Astraxantine เพื่อกู้ผิวโทรมจากการนอนน้อย
◦ สกินแคร์ที่เสริมเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) และเติมน้ำให้ผิวฉ่ำวาว ทนต่อมลภาวะได้ดี เช่น Hyaluronic Acid และ Ceramide
• หัตถการที่แนะนำ: เน้นงานกู้ผิวเร่งด่วนและปรับรูปหน้าให้ดูสดใส ไม่เพลีย เช่น การฉีด Skin Booster กลุ่ม Exosomes หรือ Polynucleotide (PN) เพื่อฉีดความฉ่ำและซ่อมผิวให้ดูเหมือนนอนครบ 8 ชั่วโมง รวมถึงการโบท็อกซ์ลดริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์/ความเครียด
Gen Z (น้องเล็ก วัยรักอิสระและทดลองสิ่งใหม่)
Pain Point: ผิวมัน รูขุมขนกว้าง เป็นสิวง่าย มีรอยสิว และเผชิญกับมลภาวะภายนอก (PM2.5) รวมถึงชอบทดลองไอเทมตามกระแสโซเชียลจนบางครั้งผิวแพ้ง่าย
สกินแคร์ที่ต้องเน้น
◦ กลุ่มคุมมันและผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน เช่น BHA (Salicylic Acid), Niacinamide และที่ขาดไม่ได้เลยคือ Sunscreen (ครีมกันแดด) เพื่อปกป้องผิวตั้งแต่เนิ่นๆ
• หัตถการที่แนะนำ: เน้นงานเคลียร์ผิว งานผิวใส และงานป้องกัน (Prevention)
◦ การทำทรีตเมนต์เคลียร์สิว ผลัดเซลล์ผิวอย่างอบอุ่น (Gentle Peeling) และเลเซอร์ลดรอยดำ รอยแดงจากสิว
◦ เริ่มหันมาทำหัตถการกลุ่มบำรุงผิวใสเบาๆ เพื่อช่วยให้หน้าใสหรือโบท็อกซ์ริ้วรอยตื้นๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดริ้วรอยถาวรในอนาคตค่ะ
แพทย์หญิง ปิยอร หัสดินทร ณ อยุธยา
•แพทย์ผิวหนังประจำกองแพทย์หลวง
•อาจารย์พิเศษ แพทย์ผิวหนัง หน่วยตรวจโรคผิวหนัง โรงพยาบาลวชิรพยาบาล
•แพทย์เฉพาะทางผิวหนังและศัลยกรรมความงาม ประจำอิงฟ้าคลินิกเวชกรรม
Facebook:Inkfah Clinic
Add line:@ inkfah
083-6753899,02-1207893