xs
xsm
sm
md
lg

เบี้ยวหนี้ 5 พันล้าน...ROH-MFC ใครพูดปด / สุนันท์ ศรีจันทรา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



กลายเป็นข่าวอึกทึกครึกโครมขึ้นมาแล้ว สำหรับการไถ่ถอนหนี้โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน รีเวอร์ไซด์ วงเงิน 4,873 ล้านบาท ซึ่งครบกำหนดที่บริษัท โรงแรม รอยัล ออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ ROH ต้องจ่ายให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFC แต่หนี้ที่ครบกำหนดเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา ไม่มีการชำระคืน

ROH อ้างว่าพร้อมจะไถ่ถอนทรัพย์สินหรือโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน รีเวอร์ไซด์ เพียงแต่ MFC ทำผิดเงื่อนไขในวิธีการชำระคืน ขณะที่ MFC ยืนยันว่าวิธีการชำระหนี้คืนเป็นไปตามเงื่อนไขข้อตกลง โดยต่างฝ่ายต่างชี้แจงผ่านระบบสารสนเทศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ส่งผ่านข้อมูลสู่นักลงทุน ทำให้เกิดความสับสนว่า การไถ่ถอนโรงแรมรอยัล ออคิด มูลหนี้ 4,873 ล้านบาท ความผิดพลาดเกิดจากฝ่ายใด ใครพูดจริงหรือพูดเท็จ ระหว่าง ROH กับ MFC

ใครใช้ตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นเวทีพูดโกหกกัน

มหากาพย์หนี้ก้อนนี้เกิดขึ้นเมื่อ 5 ปีก่อน หรือปี 2564 ในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งการเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลกหยุดชะงัก โรงแรมไร้คนพัก ROH ขาดสภาพคล่อง และต้องประคับประคองเพื่อความอยู่รอด จึงวางแผนตั้งกองทรัสต์แบบมีเงื่อนไขซื้อคืนชื่อ "GROREIT"

ROH นำโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตันขายเข้ากองทุน ในวงเงิน 4,500 ล้านบาท โดยธนาคารออมสินเป็นผู้ปล่อยกู้ ส่วน ROH ขอเช่าโรงแรมมาบริหารต่อ โดยจ่ายค่าเช่าเข้ากองทรัสต์ปีละ 272 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ผู้ซื้อหน่วยลงทุนกองทรัสต์ได้รับผลตอบแทนปีละประมาณ 7%

การจำนำโรงแรมรอยัล ออคิดฯ มีกำหนดไถ่ถอนคืน 5 ปี ซึ่งต้องไถ่ถอนในวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วรรณ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ GROREIT และ MFC ในฐานะทรัสตีผู้ดูแลผลประโยชน์กองทรัสต์ ธนาคารออมสินผู้ปล่อยกู้ รวมทั้ง ROH ได้ประชุมหารือแผนการไถ่ถอนหนี้ตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม และมีข้อตกลงกันเรียบร้อย

แต่วันที่นัดหมายจ่ายหนี้ไถ่คืนโรงแรมรอยัล ออคิดฯ ROH กลับอ้างว่าวิธีการชำระหนี้ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขข้อตกลง และขอเวลาในการสะสางวิธีการชำระเงินให้ถูกต้อง

ROH มีบริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลล์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ GRAND เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 97% ของทุนจดทะเบียน มีผู้ถือหุ้นรายย่อยจำนวน 1,178 ราย ส่วนผลประกอบการบริษัทขาดทุนหลายปีติดต่อ ขณะที่หุ้นขาดสภาพคล่องในการซื้อขาย

GRAND มีบริษัท ไทย พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 35.48% ของทุนจดทะเบียน บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ BTS ถือหุ้นในสัดส่วน 18.20% และบริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) หรือ PF ถือหุ้นในสัดส่วน 8.58% โดยมีผู้ถือหุ้นรายย่อยจำนวน 6,365 ราย ขณะที่ผลประกอบการบริษัทขาดทุนหนักหลายปีติดต่อ

กลุ่มบริษัท PF ตกอยู่ในอาการย่ำแย่พอ ๆ กัน ผลประกอบการตกต่ำ ราคาหุ้นอยู่ในสภาพตายซาก ส่วน BTS นอกเหนือจากธุรกิจรถไฟฟ้าแล้ว ลงทุนในธุรกิจอื่นมักจะขาดทุนหนัก โดยลงทุนซื้อหุ้นในกลุ่มบริษัท เจมาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ JMART ขาดทุนนับหมื่นล้านบาท

การผิดนัดไถ่ถอนโรงแรมรอยัล ออคิดฯ คงจะเป็นภาพสะท้อนของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจโรงแรมที่ทั้งระบบกำลังมีปัญหาสภาพคล่อง และทำให้การลงทุนในกองทรัสต์มีความเสี่ยง นักลงทุนที่ซื้อหน่วยลงทุนได้รับผลกระทบ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ถ้าครบกำหนด 30 วันที่ MFC ยื่นโนติสขอให้ ROH ไถ่ถอนโรงแรมรอยัล ออคิดฯ แต่ ROH ยังไม่ชำระหนี้ MFC จะต้องยึดโรงแรมฯ และนำขายทอดตลาด ซึ่งประเมินว่าจะมีราคาประมาณ 5 พันล้านบาท แต่การขายโรงแรมรอยัล ออคิดฯ อาจต้องใช้เวลานานนับปี โดยผู้ถือหน่วยลงทุนกองทรัสต์ GROREIT เงินจะต้องถูกดองไว้ โดยไม่ได้รับผลตอบแทนใด ๆ

ราคา GROREIT ในการซื้อขายวันที่ 15 กรกฎาคมจึงทรุดหนัก ลงมาปิดที่ 7.80 บาท ลดลง 1.25 บาท หรือลดลง 13.81% ซึ่งไม่ค่อยเกิดขึ้นกับราคาหน่วยลงทุนในกองทุนรวมหรือกองทรัสต์ที่มีความผันผวนรุนแรง

ROH มีเงินพร้อมจะไถ่ถอนโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน รีเวอร์ไซด์จริงหรือไม่ วิธีการชำระหนี้ผ่าน MFC ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขข้อตกลงจริงหรือไม่ อีกไม่กี่วันคงมีคำตอบ

แต่ผู้ถือหน่วยลงทุน GROREIT ไม่รอแล้ว ชิงเทขายหน่วยลงทุนทิ้งก่อน เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้เงินต้นคืน

การลงทุนผ่านกองทุนรวมหรือกองทรัสต์ ใคร ๆ คิดว่าปลอดภัย กินเงินปันผลสบาย ๆ แต่ที่ไหนได้ เจ็บตัวหนักได้เหมือนกัน เช่นเดียวกับผู้ถือหน่วยลงทุน GROREIT ที่กำลังมีปัญหาเบี้ยวหนี้ 5 พันล้านบาท