เผยกองทรัสต์ GROREIT ส่อเค้าบานปลาย หลัง ROH ร่อนหนังสือแจงตลาดหลักทรัพย์ฯ โต้ บลจ.วรรณ ยันไม่มีเจตนาเบี้ยวซื้อคืนโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน มูลค่า 4.8 พันล้านบาท ชี้ชนวนเหตุเกิดจาก MFC ในฐานะทรัสตี เปลี่ยนวิธีชำระเงินไม่ตรงตามสัญญาเดิม พร้อมเดินหน้าสู้สิทธิ์บริหารโรงแรมต่อ ยืนยันมีแหล่งเงินจากไพรเวทฟันด์สิงคโปร์และธนาคารเยอรมนีวงเงิน 5,700 ล้านบาท รองรับการซื้อคืนทรัพย์สิน โรงแรม ‘รอยัล ออคิด เชอราตัน’ ตามสัญญา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีปัญหาการซื้อคืนโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน จากกองทรัสต์ GROREIT ส่อเค้าว่าจะเกิดปัญหาบานปลาย และอาจกลายเป็นหนังคนละม้วน หลังจากที่ บลจ.วรรณ ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ ออกมาเปิดเผยว่า บริษัท โรงแรมรอยัล ออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ ROH ผิดนัดสัญญาไม่ยอมซื้อคืนทรัพย์สินโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน โฮเทล แอนด์ ทาวเวอร์ส มูลค่ากว่า 4,873 ล้านบาท เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา
โดยนายวิทวัส วิภากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรงแรมรอยัล ออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ได้รส่งหนังสือด่วนชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เพื่อตอบโต้ฝั่งกองทรัสต์ โดยระบุว่า บริษัทฯ ไม่ได้มีเจตนาที่จะผิดนัดสัญญา หรือมีข้อขัดข้องในการซื้อคืนทรัพย์สินดังกล่าวแต่อย่างใด และยังคงยืนยันว่ามีเจตนาอย่างแรงกล้าที่จะซื้อคืนตามข้อตกลงเดิม
ทั้งนี้ ROH ได้ชี้แจงว่า สาเหตุที่ไม่สามารถดำเนินการรับโอนกรรมสิทธิ์และชำระเงินในวันที่ 14 ก.ค. ที่ผ่านมาได้นั้น เกิดจากการที่ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFC ในฐานะทรัสตีของกองทรัสต์ ได้ส่งหนังสือแจ้ง ‘วิธีการชำระราคารับซื้อคืนทรัพย์สิน’ มายังบริษัทฯ ซึ่งเงื่อนไขและวิธีการดังกล่าว ไม่ได้เป็นไปตามข้อตกลงที่กำหนดไว้ในสัญญาเดิม
การเปลี่ยนวิธีชำระราคาของฝั่งทรัสตีถือเป็นการปฏิบัติที่ผิดสัญญา ซึ่งที่ผ่านมา ROH ได้ทำหนังสือแจ้งให้ MFC แก้ไขการปฏิบัติที่ผิดสัญญาดังกล่าวไปแล้วเมื่อวันที่ 14 ก.ค69 พร้อมทั้งส่งผู้รับมอบอำนาจของบริษัทฯ ไปยังสำนักงานที่ดินที่เกี่ยวข้องเพื่อชี้แจงและบันทึกการปฏิบัติที่ผิดสัญญาของฝั่งทรัสตีไว้เป็นหลักฐานแล้วเช่นกัน
นายวิทวัส เปิดเผยว่า ขณะนี้ กระบวนการซื้อคืนโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการตามเงื่อนไขของสัญญา โดยบริษัทยืนยันว่าไม่มีอุปสรรคในการซื้อคืน เนื่องจากไม่มีนโยบายขายโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน
โดย ล่าสุดบริษัทได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนจากไพรเวทฟันด์ในประเทศสิงคโปร์ และธนาคารจากประเทศเยอรมนี รวมวงเงิน187 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ5,700 ล้านบาท เพื่อรองรับการดำเนินธุรกรรมดังกล่าว
คาดว่าจะสามารถสรุปขั้นตอนทั้งหมดได้ภายใน30 วัน หลังจากหารือรายละเอียดร่วมกับ บลจ.วรรณ และMFC แล้วเสร็จ