ซีไอเอ็มบี ไทยเผยครึ่งปีหลังภาพรวมสินเชื่อบ้านยังคงไม่สดใสสอดคล้องทิศทางอสังหาริมทรัพย์โดยรวม พร้อมเดินหน้ากลยุทธรุกกลุ่มรีไฟแนนซ์ชูดอกเบี้ยปีแรกเพียง 1.44% รวมทั้งบ้านมือสอง-บ้านและเงิน จากสัญญาณบวกในกลุ่มบ้านมือสองที่มียอดโอนเพิ่ม 14% และเน้นกลุ่มลูกค้าราคาบ้าน 5 ล้านบาท-กลุ่มเวลธ์ที่ยังมีกำลังซื้อที่ดี ด้านคุณภาพหนี้ยังอยู่ในเกณฑ์ดีที่ 2.63%
นางสาวธนวรรณ เจียระนันท์ Head, Consumer Lending ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) (CIMBT)กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ รวมถึงปีหน้าน่าจะยังซบเซายอดสต็อคบ้านยังคงมีอยู่สูง ขณะที่ในฝั่งอุปสงค์ก็ยังเผชิญกับหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง เศรษฐกิจที่ซบเซารายได้ลดลง ส่งผลต่อกำลังซื้อ ดังจะได้จากการเปิดโครงการใหม่จะเป็นอสังหาริมทรัพย์ราคาสูงกว่า 5 ล้านบาทขึ้นไป เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อแต่ก็มีความระมัดระวังในการใช้จ่าย-ก่อหนี้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม เราเห็นภาพของตลาดบ้านมือสองกลับมามีสัญญาณที่ดีขึ้น โดยมียอดแนวโน้มประกาศขายเพิ่มขึ้นเป็น 60% และมียอดโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้น 14% ขณะที่สินเชื่อบ้านมือสองของธนาคารเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว ดังนั้น ในปีนี้ธนาคารจึงมุ่งเน้นในส่วนของกลุ่มสินเชื่อบ้านมือสอง และสินเชื่อบ้านเงิน นอกเหนือจากกลุ่มรีไฟแนนซ์ที่ธนาคารมีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว
สำหรับพอร์ตรวมสินเชื่อบ้านของธนาคารอยู่ในระดับ 120,000 ล้านบาท ซึ่งจากภาวะตลาดที่ไม่เอื้ออำนวยจึงคาดว่าจะเติบโตได้ประมาณ 1%ในปีนึ้ โดยกลยุทธ์หลักนอกจากการรุกตลาดรีไฟแนนซ์แล้ว ธนาคารจะเน้นในกลุ่มบ้านมือสอง และบ้านแลกเงิน โดยจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ก็คือ สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน อัตราดอกเบี้ยปีแรกเพียง 1.44% ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุดเท่าที่ธนาคารเคยนำเสนอเนื่องจากมองว่าลูกค้ากลุ่มนี้เป็นลูกค้ามีประวัติการชำระหนี้ที่ดีมาต่อเนื่องถึง 3 ปี
ส่วนลูกค้าที่ต้องการเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน ธนาคารยังมี สินเชื่อรีไฟแนนซ์พร้อมกู้เพิ่ม ที่เปิดโอกาสให้นำมูลค่าหลักประกันที่เพิ่มขึ้นมาใช้เป็นวงเงินเพิ่มเติม เพื่อนำไปใช้จ่ายตามความจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นการต่อเติมที่อยู่อาศัย การศึกษาบุตร หรือรวมหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ยสูงกว่า และผลิตภัณฑ์ รีไฟแนนซ์บ้านแลกเงิน ที่ช่วยตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการเสริมสภาพคล่อง โดยมีความยืดหยุ่นมากขึ้น และไม่จำเป็นต้องรอครบ 3 ปีตามเงื่อนไขของสินเชื่อเดิมก่อนจึงจะสามารถพิจารณาทางเลือกในการรีไฟแนนซ์ได้ ทำให้ลูกค้าสามารถบริหารภาระทางการเงินได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์และความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป
"ตลาดรีไฟแนนซ์แม้ว่าจะเป็นตลาดที่แข็งขันกันสูงมาก แต่รีไฟแนนซ์ถือเป็นหนึ่งในความเชี่ยวชาญของ CIMB THAI มาอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าเรามีผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทั้งกลุ่มลูกค้าที่ต้องการลดดอกเบี้ย ลดค่างวด เพิ่มสภาพคล่อง หรือวางแผนบริหารหนี้ในระยะยาว เพื่อให้ลูกค้าเลือกโซลูชันที่เหมาะสมกับเป้าหมายทางการเงินของตนเอง"
นางสาวธนวรรณกล่าวอีกว่าในช่วงที่ผ่านมา แม้ว่าสินเชื่อบ้านเราจะชะลอหรือทรงตัว แต่ในส่วนของรายได้ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ปัจจัยหลักมาจากการ Cross Sale ของลูกค้าสินเชื่อบ้านที่เราเฟ้นมาอย่างดี โดยมีลูกค้าสินเชื่อบ้านของธนาคาร 80%ทำประกันด้วย โดยธนาคารจะเน้นลูกค้ากลุ่มราคาบ้าน 5 ล้านบาทขึ้นไป รายได้ต่อเดือน 100,000 บาท ก็จะมีอยู่ประมาณ 20%ของยอด Booking ซึ่งเราก็จะพยายามเพิ่มสัดส่วนกลุ่มนี้ ก็มองไว้ที่ประมาณ 30-35% โดยคาดว่าปีนี้จะเป็น 25% ปีหน้าเป็น 30% และลูกค้ากลุ่ม Wealth ที่ยังมีกำลังซื้อที่ดี
ขณะที่การบริหารคุณภาพหนี้ของสินเชื่อบ้านอยู่ในเกณฑ์ที่ดี โดยมีสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPL)ที่ 2.63% จากเป้าหมายที่วางไว้ไม่เกิน 3% และจากระบบที่ 3.79% โดยหลักเกณฑ์ของธนาคารนั้น ไม่ได้พิจารณาเฉพาะรายได้แต่จะใช้ข้อมูลด้านอื่นๆประกอบด้วย ซึ่งที่ผ่านมาจากตัวเลข NPLที่ออกก็ถือว่าเป็นโมเดลที่เหมาะสม และอัตราการอนุมัติสินเชื่อของเราธนาคารไม่ได้ต่ำลงทรงตัวอยู่ประมาณ 50%
"เป้าหมายของเราไม่ได้มีเพียงการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อบ้าน แต่ต้องการเป็นพันธมิตรทางการเงินระยะยาวของลูกค้า ตั้งแต่การซื้อบ้าน การรีไฟแนนซ์ การเพิ่มสภาพคล่อง ไปจนถึงการต่อยอดความมั่งคั่งผ่านผลิตภัณฑ์การลงทุนที่เหมาะสมกับแต่ละช่วงชีวิต"