โบรกประสานเสียงได้เวลาหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวคึก ให้"น้ำหนักมากกว่าตลาด" คาดครึ่งปีหลังฟื้นแกร่ง จากเที่ยวบินเพิ่มและแคมเปญของ ททท.ที่ออกมาเพื่อดึงดูด ขณะตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติแตะ 31.9 ล้านคน ส่วนมากจีนและตะวันออกกลางไหลเข้า อีกทั้ง AOT ลงทุนพัฒนาปรับปรุงประสิทธิภาพของบริการภาคพื้นท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อลดระยะเวลาการเตรียมเครื่องบินและรองรับเที่ยวบินได้เพิ่มขึ้น เอื้อประโยชน์อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย มอง CENTEL, AOT ,THAI , AWCและ ERW เด่น
จากนโยบายรัฐที่มุ่งจะยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น Medical and Wellness Hub ของโลก ด้วยการเดินหน้าพัฒนาอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การดูแลผู้สูงอายุ และการแพทย์มูลค่าสูง ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพบริการสาธารณสุข ตลอดจนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการอยู่อาศัย เพื่อรองรับทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ พร้อมผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสุขภาพของภูมิภาค
นอกจากนี้ ททท.สำนักงานนิวเดลี จับมือ TBO แพลตฟอร์มท่องเที่ยวรายใหญ่ จัดงาน “Amazing Thailand Product Presentation” ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป รุกเจาะตลาดนักท่องเที่ยวอินเดียเหนือในพื้นที่เศรษฐกิจรอง (Tier 2) ใน 2 เมืองใหญ่ คือ จ๊อดปูร์ (Jodhpur) รัฐราชสถาน และจาลันดาร์ (Jalandhar) รัฐปัญจาบ เชิญพันธมิตรบริษัทนำเที่ยวแถวหน้าแต่ละเมืองกว่า 60 ราย เข้าร่วมอัพเดตเทรนด์และสินค้าการท่องเที่ยวใหม่ ๆ ของไทย
ทั้งนี้ ททท.เน้นจัดกิจกรรมนี้เพื่อเปิดมุมมองสินค้าและบริการการท่องเที่ยวใหม่ ๆ ของไทยให้ตลาดรู้จักมากขึ้น จากปัจจุบันนิยมเที่ยวเส้นทางหลัก กรุงเทพฯ และพัทยา เพื่อโปรโมทเพิ่มเส้นทางใหม่ในเมืองรองและจุดหมายปลายทางที่มีเอกลักษณ์กระจาย ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ เช่น เชียงราย กาญจนบุรี เขาใหญ่ เกาะช้าง เขาหลัก และเกาะลันตา ควบคู่กลุ่มสินค้าเชิงประสบการณ์ที่เหมาะกับกลุ่มครอบครัว เช่น Topgolf บอลลูนลมร้อน ซาฟารีปาร์ค ทางเดินกระจก (Glass Skywalk) การกระโดดร่ม (Skydiving) การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health and Wellness) ระดับพรีเมียมภายใต้แคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยว Healing is the New Luxury
โดยมี TBO นำเสนอช่องทางการจองออนไลน์เชื่อมโยงบริษัทนำเที่ยวตลาดเมืองรองของอินเดีย สามารถจองแพ็กเกจ ตั๋วเครื่องบิน บริการสาธารณะและกิจกรรม เข้ามายังไทยได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
ล่าสุด ททท. จัดโรดโชว์ “Amazing Thailand Takes Off with flydubai Roadshow 2026” เจาะตลาดนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง หวังกระตุ้นยอดจองช่วงไฮซีซัน ด้วยการร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับสายการบิน flydubai เปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ (Inaugural Flight) ดูไบ-กรุงเทพฯ เริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไปเป็นการต่อยอดจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย เพื่อสร้างโอกาสในการขยายตลาดและเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตรทางการท่องเที่ยว ดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูงเข้าสู่ประเทศไทยและตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางชั้นนำของนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง
ทั้งนี้ จากข้อมูล พบว่าตลาดตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ UAE ถือเป็นหนึ่งในตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลที่เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์และมีศักยภาพด้านการใช้จ่ายสูง โดยช่วงวันที่ 1 มกราคม - 21 มิถุนายน 2569 มีนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางเดินทางเข้าประเทศไทย จำนวน 188,447 คน และมีการใช้จ่ายเฉลี่ยมากกว่า 100,000 บาทต่อคนต่อทริป พำนักในประเทศไทยเฉลี่ย 10-12 คืน นิยมเข้าพักในโรงแรมระดับ 5 ดาวและรีสอร์ตหรู รวมถึงมักเดินทางเป็นครอบครัวขนาดใหญ่ ขณะเดียวกันยังเป็นตลาดที่มีสัดส่วนนักท่องเที่ยวเดินทางซ้ำ (re-visit) สูงถึง 65 % สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อคุณภาพของแหล่งท่องเที่ยวและบริการของไทย
แคมเปญ ททท. ดูดนักท่องเที่ยว
ฝ่าย วิจัยบล.เอเซีย พลัส ระบุว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. ได้เปิดตัวแคมเปญร่วมกับ Grab อย่าง Grab Amazing Thai Rares ผ่านกลยุทธ์ Fandom Tourism ชวนลุ้นร่วม “ทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับ หลิง-ออม”เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวจีน ขณะที่การทำตลาดของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. ผ่าน Fandom Tourism ของ หลิง-ออม ซึ่งมีฐานแฟนคลับชาวจีนสูง มีแนวโน้มช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวจีน หลังแคมเปญกับหลิง-ออม ปีก่อน มียอดผู้ใช้บริการเรียกรถในเมืองน่าเที่ยวเติบโตสูง 48%
โดย ททท. ได้ออกแทมFandom Tourism และ Event tourism อย่าง BTS WORLD TOUR ‘ARIRANG’ IN BANGKOK และ Tomorrowland Thailandในช่วงไตรมาส 4/69 โดยรวมมองสะท้อนแนวทาง Value over volume ผ่านเทรนด์ Experience Economy ซึ่งมีค่าใช้จ่ายต่อทริปสูงกว่าปกติ
ทั้งนี้ ภาพรวมยังคงมุมมองการเดินทาง ทยอยกลับสู่ระดับปกติตั้งแต่ปลายไตรมาส 3/69 และหนุนทิศทางการการดำเนินงานกลุ่มฯ ฟื้นตัวไปในทางเดียวกัน ขณะที่ภาครัฐ มุ่งเน้นเพิ่มค่าใช้จ่ายต่อทริปของนักท่องเที่ยว จะเป็นปัจจัยบวกต่อโรงแรมระดับบนอย่าง ERW, CENTEL และ MINT รวมถึง BA ที่เส้นทางบินหลัก อย่างสมุย เป็น 1 ใน Destination หลักของกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง
ดังนั้น ฝ่ายวิจัยมองว่า AOT ยังเป็นผู้ได้ประโยชน์หลักจากโอกาสในการฟื้นตัวของผู้โดยสารระหว่างประเทศ ขณะที่แผนเพิ่มประสิทธิภาพสนามบิน (Operational Improvement)ยังไม่ได้สะท้อนลงในราคาพื้นฐานปัจจุบันของฝ่ายวิจัย และจากนโยบายเพื่อฟื้นภาคท่องเที่ยวของภาครัฐ ยังเลือก CENTEL, AOT และ ERW
เพิ่มน้ำหนักลงทุนเป็น "มากกว่าตลาด"
บล.บัวหลวง ปรับเพิ่มน้ำหนักกลุ่มท่องเที่ยวเป็น " มากกว่าตลาด" จาก " เท่ากับตลาด" หลังเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นของนักท่องเที่ยว และปรับประมาณการนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 69 ขึ้นเป็น 31.9 ล้านคน จากเดิม 30.4 ล้านคน เนื่องจากผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางต่ำกว่าคาด และการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวระยะใกล้แข็งแกร่งกว่าประเมิน ส่งผลให้มองแนวโน้มการท่องเที่ยวช่วงครึ่งหลังของปีดีขึ้น จากการกลับมาของเที่ยวบิน การจัดงานMICE และอีเวนต์สำคัญ ขณะที่ปี 2570 คาดนักท่องเที่ยวเพิ่มเป็น 34 ล้านคน (+6.6% YoY)
โดย บล.บัวหลวง ยังเลือกAOT เป็นTop Pick จากกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งขึ้นหลังปรับPSC ขณะที่ AWC เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มโรงแรมจากแนวโน้มผลประกอบการที่ฟื้นตัวและเริ่มเข้าสู่ช่วงสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนที่ผ่านมา
ชณะที่ AOT ยังคงเป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม โดยมองว่าการปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสาร (PSC) ตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2569 เปลี่ยนประเด็นการลงทุนจากการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยว มาเป็นการเติบโตของกระแสเงินสด รองรับการลงทุนขยายสนามบินในระยะยาวได้มากขึ้น โดยคาดกระแสเงินสดจากการดำเนินงานจะเพิ่มจาก 2.69 หมื่นล้านบาท ในปี 69 เป็น 5.33 หมื่นล้านบาท ในปี73 พร้อมรักษาFree Cash Flow เป็นบวกแม้มีแผนลงทุนขยายสนามบินหลักหลายแห่ง
ด้าน AWC มองว่ากำลังเข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวผลตอบแทน หลังการขยายโรงแรมเริ่มชะลอลง ขณะที่ปัจจัยหนุนในช่วง H2/69 มีความชัดเจนมากขึ้น ทั้งการประชุมIMF และWorld Bank ในเดือน ต.ค. และงานTomorrowland Pattaya ในเดือน ธ.ค. ซึ่งคาดจะหนุนRevPAR ของโรงแรมใน 4Q26 เติบโต 15% YoY พร้อมช่วยให้ผลประกอบการมีความต่อเนื่องมากขึ้น
นักท่องเที่ยวจีนเพิ่ม หนุนท่องเที่ยวคีก
บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) (CGSI) ประเมินการปรับเพิ่มประมาณการสถิตินักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในปี 69 จาก 31.3 ล้านคน (-5% yoy) เป็น 33 ล้านคน (ทรงตัว yoy) เพื่อสะท้อนแนวโน้มการท่องเที่ยวที่ดีขึ้น เนื่องจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ลดลง ส่งผลให้ความเชื่อมั่นในการเดินทางเพิ่มขึ้น ลดผลกระทบต่อการจราจรทางอากาศและทำให้ค่าตั๋วเครื่องบินลดลง และอุปสงค์จากยุโรปยังแข็งแกร่งและสถิตินักท่องเที่ยวจากจีนฟื้นตัวเร็วกว่าคาด
แม้ว่าประเทศไทยจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือน 14 ล้านคนในช่วง 5 เดือนแรกของปี 69 (-2% yoy) แต่เชื่อว่าสถิตินักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจะเติบโตสูงขึ้น โดยสถิตินักท่องเที่ยวรายเดือนเพิ่มขึ้น 4% yoy ในเดือนพ.ค.69 จากที่ลดลง 7% ในเดือนเม.ย.69 (ผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางรุนแรงที่สุด) ขณะที่สถิตินักท่องเที่ยวจากยุโรปและตะวันออกกลางฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยเห็นได้จากจำนวนนักท่องเที่ยวในเดือนพ.ค.69 ที่อยู่ในระดับใกล้เคียงกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วเทียบกับที่ลดลง 17% yoy และ 57% ในเดือนเม.ย.69 ตามลำดับ
ส่วนสถิตินักท่องเที่ยวจากจีนเริ่มมีสัญญาณทรงตัว หลังนักท่องเที่ยวจากประเทศนี้เดินทางมาไทยมากกว่า 400k คนต่อเดือนตลอดช่วง 5 เดือนแรกของปี 69 เทียบกับสถิติต่ำสุดที่ 297k ในเดือนมี.ค.68 ส่งผลให้สถิตินักท่องเที่ยวจากจีนในช่วง 5 เดือนแรกของปี 69 เพิ่มขึ้น 18% yoy ดังนั้น ถึงแม้ว่าการฟื้นตัวยังเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่เชื่อว่าได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และเชื่อว่าสถานการณ์จะดีขึ้นต่อเนื่อง
โดย CGSI เชื่อว่า หลังจากปี 69 อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยจะได้รับประโยชน์จากการที่ AOT เดินหน้าลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของสนามบินเพื่อแก้ปัญหาคอขวดในสนามบินหลัก โดยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอยู่ระหว่างปรับปรุงประสิทธิภาพของบริการภาคพื้น (ground handling) เพื่อลดระยะเวลาการเตรียมเครื่องบิน (aircraft turnaround) และเพื่อให้สามารถรองรับเที่ยวบินได้เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน AOT มีการปรับปรุงระบบช่วยลงจอดหรือ Instrument Landing System (ILS) ที่ท่าอากาศยานภูเก็ตสำหรับรองรับการขึ้นลงจอดของอากาศยานในช่วงที่มีเทียวบินจำนวนมาก นอกจากนี้ THAI ยังมีแผนขยายฝูงบินเพื่อเพิ่มความถี่ของเที่ยวบินในเส้นทางที่มีอุปสงค์การเดินทางสูงและเส้นทางบินใหม่