xs
xsm
sm
md
lg

คิวแตกสุวรรณภูมินักท่องเที่ยวรอ ตม. 2-3 ชม. หลังคุมเข้มสกัดจีนเทา-กำลังจนท.ไม่พอ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



สถานการณ์ความแออัดบริเวณด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ทีาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กลับมาเป็นประเด็นที่ถูกจับตาอีกครั้ง หลังมีรายงานว่านักท่องเที่ยวต่างชาติในหลายช่วงเวลาต้องใช้เวลารอคิวประทับตราเข้าเมืองนานถึง 2-3 ชั่วโมง สะท้อนปัญหาคอขวดที่ส่งผลต่อประสบการณ์แรกของผู้มาเยือนไทย

แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเปิดเผยว่า หนึ่งในสาเหตุสำคัญมาจากการที่ภาครัฐเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบกลุ่มทุนสีเทา เครือข่ายผิดกฎหมายข้ามชาติ และการใช้ช่องทางอำนวยความสะดวกพิเศษ หรือ Fast Track อย่างจริงจัง ทำให้กระบวนการคัดกรองผู้โดยสารมีความละเอียดมากขึ้น ส่งผลให้การตรวจคนเข้าเมืองใช้เวลานานกว่าเดิม

ที่ผ่านมา มีการใช้บริการอำนวยความสะดวกผ่านเครือข่ายตัวแทนบางกลุ่ม เพื่อช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองได้รวดเร็วขึ้น โดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหลายร้อยบาทต่อคน แต่หลังจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบและควบคุมอย่างเข้มงวด ช่องทางดังกล่าวถูกจำกัดมากขึ้น ส่งผลให้ผู้โดยสารส่วนใหญ่ต้องเข้าสู่ระบบคิวปกติ

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยจากขั้นตอนการตรวจสอบข้อมูลผู้โดยสารขาเข้าที่ต้องใช้เวลามากขึ้น โดยเฉพาะกรณีนักท่องเที่ยวกรอกข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือมีเอกสารที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม ทำให้เกิดความล่าช้าและสะสมเป็นคิวยาวในช่วงเวลาที่มีเที่ยวบินหนาแน่น

ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวจากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ระบุว่า ปัญหาหลักอีกด้านหนึ่งคือข้อจำกัดด้านกำลังพลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อปริมาณผู้โดยสารระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้สนามบินจะมีการขยายพื้นที่และเพิ่มจำนวนช่องตรวจแล้วก็ตาม

สำหรับผู้ประกอบการท่องเที่ยวมองว่า การรอคิวตรวจคนเข้าเมืองเป็นเวลานานกำลังส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยในช่วงที่รัฐบาลเร่งฟื้นเศรษฐกิจผ่านภาคการท่องเที่ยว พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเพิ่มบุคลากร ปรับปรุงระบบคัดกรอง และนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดความแออัด เพื่อให้การเดินทางเข้าประเทศเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งนี้ หลายฝ่ายเห็นตรงกันว่า หากประเทศไทยต้องการรักษาความสามารถในการแข่งขันในฐานะศูนย์กลางการท่องเที่ยวและการบินของภูมิภาค การแก้ปัญหาความล่าช้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองสุวรรณภูมิถือเป็นโจทย์เร่งด่วน เพราะ “ความประทับใจแรก” ของนักท่องเที่ยวอาจเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อภาพลักษณ์ประเทศในระยะยาว