2 องค์กรภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ เสนอ 3 แนวทาง ภาครัฐต้องเร่งปรับมาตรการเพื่อให้ภาคการผลิตยานยนต์ไทยยังเดินหน้าไปต่อได้ หลังไทยหลุด Top 10 ผู้ผลิตรถยนต์โลก ชี้สงครามกระทบภาคส่งออกหนัก

บทสรุปสาระสำคัญของการแถลงข่าวและสัมภาษณ์ของ นายสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์(AIC) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI) และ นางสาวยุพิน บุญศิริจันทร์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ (TAIA) ที่ร่วมกันตอบคำถามของสื่อมวลชนในประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
สำหรับประเด็นสำคัญเป็นเรื่องของภาคการผลิตรถยนต์ที่ประเทศไทยอยู่ใน Top10 ของผู้ผลิตรถยนต์ของโลกด้วยยอดการผลิตระดับ 1.5-1.8 ล้านคัน ทว่าในปีที่ผ่านมายอดการผลิตลดลงเหลือเพียง 1.46 ล้านคันทำให้อันดับหล่นลงมาอยู่ที่ 11 โดยมีปัจจัยหลากหลายประการ ทั้งการขายในประเทศและการส่งออก เช่น การนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีน และภาวะสงครามอเมริกากับอิหร่าน เป็นต้น

ทั้งนี้เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวจึงได้เสนอแนวทางดังต่อไปนี้
มาตรการที่ 1 : ปกป้องการผลิตในประเทศ ใช้กลไกทางภาษีรักษาสมดุลในการแข่งขันระหว่าง รถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศและรถยนต์นำเข้า เนื่องจากส่วนต่างภาษีสรรพสามิตรของรถยนต์ไฟฟ้านำเข้ากับรถที่ผลิตในประเทศไทยนั้นน้อยเกินไป (เพียง8% ควรเพิ่มให้มากกว่านี้)
มาตรการที่ 2 : ส่งเสริมการผลิตในประเทศ สร้างแรงจูงใจให้ผู้ผลิตอยากลงทุนและใช้ทรัพยากรในประเทศมากขึ้น กำหนดความยืดหยุ่นของเงื่อนไขการผลิตในประเทศสำหรับผู้ผลิตทุกระดับ โดยมุ่งเน้นให้เพิ่มสัดส่วนของการใช้ชิ้นส่วนในประเทศให้มีความชัดเจนมากขึ้น เช่น ยิ่งใช้ชิ้นส่วนไทยมาก ยิ่งเสียภาษีน้อยลง และ ให้สิทธิประโยชน์พิเศษแก่ผู้ผลิตที่ลงทุนทำวิจัย (R&D), ทดสอบมาตรฐาน, และพัฒนาทักษะบุคลากร (Upskill/Reskill) ด้านซอฟต์แวร์และอิเล็กทรอนิกส์ มากขึ้น

มาตรการที่ 3 : กระตุ้นตลาดในประเทศ โดยเริ่มต้นจากภาครัฐเพิ่มสัดส่วนการจัดซื้อรถยนต์ HEV/PHEV/BEV ของหน่วยงานรัฐก่อนเป็นลำดับแรก ส่วนภาคประชาชนสร้างแรงจูงใจด้วยการ ลดหย่อนภาษี ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ผู้ซื้อรถยนต์พลังงานใหม่และรถกระบะที่ใช้ เชื้อเพลิง B20 ได้
ส่วนการส่งออก ภาวะสงครามส่งผลกระทบโดยตรงต่อการส่งออกรถปิกอัพไปยังประเทศในตะวันออกกลางโดยมีสัดส่วนลดลงถึง 30% แนวทางการแก้ไข คาดว่าจะต้องหาตลาดใหม่เพิ่มเติม เพื่อรักษายอดการผลิตให้คงที่ได้อย่างต่อเนื่อง มิใช่พึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งเพียงแห่งเดียว

ปัจจุบันกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ (Automotive Industry Club หรือ AIC) ภายใต้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI) มีสมาชิกรวมทั้งสิ้น 52 บริษัท ซึ่งประกอบด้วยผู้ผลิตรถยนต์ ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ และผู้ผลิตรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ ขณะที่ สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (TAIA) มีสมาชิกรวมทั้งสิ้น 139 บริษัท โดยครอบคลุมทั้งกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ ตลอดจนผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์
บทสรุปสาระสำคัญของการแถลงข่าวและสัมภาษณ์ของ นายสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์(AIC) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI) และ นางสาวยุพิน บุญศิริจันทร์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ (TAIA) ที่ร่วมกันตอบคำถามของสื่อมวลชนในประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
สำหรับประเด็นสำคัญเป็นเรื่องของภาคการผลิตรถยนต์ที่ประเทศไทยอยู่ใน Top10 ของผู้ผลิตรถยนต์ของโลกด้วยยอดการผลิตระดับ 1.5-1.8 ล้านคัน ทว่าในปีที่ผ่านมายอดการผลิตลดลงเหลือเพียง 1.46 ล้านคันทำให้อันดับหล่นลงมาอยู่ที่ 11 โดยมีปัจจัยหลากหลายประการ ทั้งการขายในประเทศและการส่งออก เช่น การนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีน และภาวะสงครามอเมริกากับอิหร่าน เป็นต้น
ทั้งนี้เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวจึงได้เสนอแนวทางดังต่อไปนี้
มาตรการที่ 1 : ปกป้องการผลิตในประเทศ ใช้กลไกทางภาษีรักษาสมดุลในการแข่งขันระหว่าง รถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศและรถยนต์นำเข้า เนื่องจากส่วนต่างภาษีสรรพสามิตรของรถยนต์ไฟฟ้านำเข้ากับรถที่ผลิตในประเทศไทยนั้นน้อยเกินไป (เพียง8% ควรเพิ่มให้มากกว่านี้)
มาตรการที่ 2 : ส่งเสริมการผลิตในประเทศ สร้างแรงจูงใจให้ผู้ผลิตอยากลงทุนและใช้ทรัพยากรในประเทศมากขึ้น กำหนดความยืดหยุ่นของเงื่อนไขการผลิตในประเทศสำหรับผู้ผลิตทุกระดับ โดยมุ่งเน้นให้เพิ่มสัดส่วนของการใช้ชิ้นส่วนในประเทศให้มีความชัดเจนมากขึ้น เช่น ยิ่งใช้ชิ้นส่วนไทยมาก ยิ่งเสียภาษีน้อยลง และ ให้สิทธิประโยชน์พิเศษแก่ผู้ผลิตที่ลงทุนทำวิจัย (R&D), ทดสอบมาตรฐาน, และพัฒนาทักษะบุคลากร (Upskill/Reskill) ด้านซอฟต์แวร์และอิเล็กทรอนิกส์ มากขึ้น
มาตรการที่ 3 : กระตุ้นตลาดในประเทศ โดยเริ่มต้นจากภาครัฐเพิ่มสัดส่วนการจัดซื้อรถยนต์ HEV/PHEV/BEV ของหน่วยงานรัฐก่อนเป็นลำดับแรก ส่วนภาคประชาชนสร้างแรงจูงใจด้วยการ ลดหย่อนภาษี ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ผู้ซื้อรถยนต์พลังงานใหม่และรถกระบะที่ใช้ เชื้อเพลิง B20 ได้
ส่วนการส่งออก ภาวะสงครามส่งผลกระทบโดยตรงต่อการส่งออกรถปิกอัพไปยังประเทศในตะวันออกกลางโดยมีสัดส่วนลดลงถึง 30% แนวทางการแก้ไข คาดว่าจะต้องหาตลาดใหม่เพิ่มเติม เพื่อรักษายอดการผลิตให้คงที่ได้อย่างต่อเนื่อง มิใช่พึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งเพียงแห่งเดียว
ปัจจุบันกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ (Automotive Industry Club หรือ AIC) ภายใต้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI) มีสมาชิกรวมทั้งสิ้น 52 บริษัท ซึ่งประกอบด้วยผู้ผลิตรถยนต์ ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ และผู้ผลิตรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ ขณะที่ สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (TAIA) มีสมาชิกรวมทั้งสิ้น 139 บริษัท โดยครอบคลุมทั้งกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ ตลอดจนผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์