จากร้านขายฟิล์มนำเข้าสู่แบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่มีแฟนคลับเหนียวแน่น “Bunny Shoot Film” ใช้ความเข้าใจลูกค้าและอัตลักษณ์ของแบรนด์เป็นหัวใจในการพัฒนาสินค้า ยืนหยัดไม่ทำสงครามราคา พร้อมต่อยอดธุรกิจผ่านการคอลแลบกับแบรนด์เครื่องประดับ Yvis จนสร้างคอลเล็กชั่นนาฬิกาที่ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามและขายหมดภายใน 2-3 นาที สะท้อนบทเรียนการสร้างแบรนด์ด้วยคุณภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และการตลาดที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างตรงจุด
รู้จัก Bunny Shoot Film
นพพรรณ พรวนสุข หรือ ไข่มุก เจ้าของร้าน Bunny Shoot Film เล่าว่า จุดเริ่มต้นนั้นเริ่มมาจากการขายฟิล์มนำเข้าจากยุโรป โดยในช่วงนั้นตลาดขายฟิล์มที่นำเข้ามายังไม่มีคนเล่นมากนัก จึงทำให้คุณไข่มุกมองเห็นโอกาสในตลาดฟิล์ม หลังจากนั้นเธอได้ทำ accessories อย่าง “สายคล้องกล้อง” ออกมาขายเพิ่มและได้รับผลตอบรับที่ดีจากลูกค้า ต่อมาเธอได้ขยายและต่อยอดการเป็นดีไซน์เนอร์ด้วยการคอลแลบกับทาง Photo Booth ชื่อร้านว่า hello.flashback ทำให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น ส่งผลให้กลุ่มลูกค้ามองเห็นถึงศักยภาพในการเป็นดีไซน์เนอร์ไม่ใช่เป็นเพียงแม่ค้าขายของ
จุดเด่นของ Bunny Shoot Film
จุดเด่นของ Bunny Shoot Film คือการลงรูปตัวอย่างที่ “ผู้หญิงชอบ” และใช้ความเป็นตัวตนของเธอผ่านการถ่ายภาพและความรู้สึกของรูปภาพที่ถ่ายออกมาให้สนองความต้องการของกลุ่มลูกค้า เนื่องจากส่วนใหญ่ในตลาดคนเล่นกล้องจะเป็นผู้ชายมากกว่าผู้หญิง เธอจึงมองว่าการถ่ายทอดภาพที่ตอบโจทย์และดึงดูดการซื้อสินค้าในฐานะลูกค้าผู้หญิง เป็นเป้าหมายหลักในการเปิดช่องอินสตาแกรม Bunny Shoot Film ขึ้นมาเพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าและนำเสนอสินค้าผ่านตัวตนของแบรนด์
สำหรับโปรดักส์แรกที่เริ่มต้นคือ “สายคล้องกล้องหนังแท้” ที่ถูกออกแบบมาจาก pain point ของการพยายามหาสายคล้องกล้องที่เหมาะกับตัวเธอที่เน้นความสนุกและน่ารักแบบผู้หญิง ซึ่งไลฟ์สไตล์ของเธอจะเป็นผู้หญิงที่แฟชั่นบวกกับความหวาน ทำให้ในตอนนั้นในตลาดยังไม่มีสินค้าที่ตอบโจทย์เธอมากนัก ทำให้เธอนำปัญหาดังกล่าวมาสร้างให้เป็นสินค้าในแบรนด์ของเธอและกลายเป็นความแตกต่างที่ให้ความพิเศษกับตัวสินค้าพร้อมกับคุณภาพที่เมื่อลูกค้าซื้อไปใช้จะสามารถใช้งานได้นานเนื่องจากวัสดุเป็นหนังแท้และตอบโจทย์ความต้องการได้เป็นอย่างดี
การตลาด Bunny Shoot Film
ในส่วนด้านการตลาดคุณไข่มุกจะเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีไลฟ์สไตล์คล้ายตัวตนของเธอ เพราะเธอใช้ “ตัวตน” เป็นเป้าหมายในการมองหาลูกค้า โดยใส่ความชอบส่วนตัวลงไปปิดช่องว่างของสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้หญิงมากขึ้น ทำให้กลุ่มลูกค้าของแบรนด์จะมาจากกลุ่มที่มีไลฟ์สไตล์คล้ายกับเธอและชื่นชอบสินค้าที่มีลักษณะคล้ายกัน นอกจากนี้เธอยังได้ศึกษาพฤติกรรมลูกค้าและนำฟีดแบ็กมาปรับให้ตรงความต้องการของลูกค้ามากขึ้น
จุดแข็งที่ทำให้แบรนด์มีจุดยืนในตลาดได้คือ “คุณภาพสินค้า” และแทบไม่มีการ “ลดราคาสินค้า” เนื่องจากให้ความสำคัญกับลูกค้าที่ตั้งใจซื้อสินค้าตามราคาที่ทางแบรนด์ตั้งไว้ตั้งแต่แรก สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการสินค้าจริงจากลูกค้า นอกจากนี้การผลิตสินค้าทางแบรนด์ไม่ได้สต็อกสินค้าไว้เยอะ เมื่อวางขายก็ทำให้สินค้าเป็นที่ต้องการและลูกค้าส่วนใหญ่จะไม่รอการลดราคาแต่จะซื้อในราคาที่ทางแบรนด์ตั้งไว้ตั้งแต่แรก เพราะลูกค้าทราบดีว่าทางแบรนด์ให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้าและความต้องการของลูกค้าเป็นอย่างดี ซึ่งถ้าหากไม่ซื้อขณะวางขายก็อาจจะไม่มีโอกาสอีกครั้ง เนื่องจากทางแบรนด์อาจจะไม่มีการลดราคาและผลิตซ้ำ
นอกจากนี้ความยากของการทำธุรกิจ คุณไข่มุกให้ข้อมูลว่า ความยากของการทำธุรกิจนี้คือ “เทรนด์” เนื่องจากในแต่ละวันเทรนด์มีการเปลี่ยนแปลงไปตามพฤติกรรมของลูกค้า ทำให้ทางแบรนด์ต้องติดตามเทรนด์อยู่ตลอด เพราะสินค้าที่ตามเทรนด์ก็เป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อสินค้านั้นๆ กลายเป็นความท้าทายของแบรนด์ที่ต้องผลิตสินค้าให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าในแต่ละเทรนด์
เครื่องประดับ Yvis คอลแลบ Bunny Shoot Film
ทั้งนี้การทำ Bunny Shoot Film คุณไข่มุกไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อทำสินค้าเกี่ยวกับกล้องและฟิล์มเพียงอย่างเดียว เพราะถ้าหากระแสฟิล์มหายไปอาจจะกระทบกับธุรกิจโดยตรง ทำให้ทางแบรนด์มีการคอลแลบ (Collab) กับทางแบรนด์ Yvis (อ่านว่า ยะ-วิส) โดยมีเจ้าของคือ “ยวิษฐา กรินชัย หรือ พริม” ผู้ก่อตั้งแบรนด์เครื่องประดับ Yvis โดยทั้งสองเป็นเพื่อนกันมาก่อนและเริ่มทำธุรกิจมาพร้อมๆ กัน หลังจากที่ทั้งสองบริษัทมีแนวทางการทำแบรนด์ของตัวเองที่ชัดเจน Yvis ก็ได้มาชวน Bunny Shoot Film คอลแลบสินค้าร่วมกัน โดยเป็นการออกแบบจิวเวลรี่ หรือ เครื่องประดับต่างๆ จนในปัจจุบันเป็นตัว “นาฬิกา” ที่ได้รับกระแสตอบรับที่ดีมาก
ในส่วนของการออกแบบหรือดีไซน์ “นาฬิกา” นั้น คุณไข่มุกเปิดเผยว่าทำไมนาฬิกาถึงน่าสะสม เนื่องจากเป็นนาฬิกาที่ผู้หญิงใส่ได้ เมื่อสวมใส่แล้วจะช่วยเสริมบุคลิกให้ดูพอดีไม่เด็กหรือไม่โตเกินไป ถ้าหากเป็นเด็กสวมใส่ก็จะดูโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น แต่ถ้าหากเป็นผู้ใหญ่ที่สวมใส่ก็จะให้ความรู้สึกที่เป็นผู้ใหญ่ที่ยังสนุกสนานอยู่ ซึ่งนาฬิกาถูกมองว่าเป็นนาฬิกาที่ไม่ถึงขั้น everyday look สำหรับผู้หญิงที่มีสไตล์เรียบง่ายหรือมินิมอล แต่อาจจะเหมาะกับผู้หญิงที่มีสไตล์การแต่งตัวสนุกๆ และเป็นนาฬิกาที่ใส่ในวันพิเศษได้ นอกจากนี้คุณไข่มุกยังบอกอีกว่าเธอและแบรนด์ Yvis ร่วมกันทำกว่า 1 ปี ใส่ใจในทุกขั้นตอนของการผลิตสินค้าชิ้นนี้ออกมาทำให้รอบนี้ตัดสินใจผลิตเพิ่มอีก 2 สี
สำหรับการตลาดของ “นาฬิกา” ทางด้าน Yvis ได้มีการทำงานร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์ ประชาสัมพันธ์ในโลกออนไลน์เพิ่มขึ้น รวมถึงกำหนดราคาและงานหลังบ้าน ส่วน Bunny Shoot Film จะดูในส่วนของภาพลักษณ์และเป็นคนดูแลเรื่อง Photo Shoot และแนวทางการทำกราฟิกต่างๆ เพื่อสื่อสารระหว่างสินค้ากับลูกค้าเข้าด้วยกัน
ทั้งนี้คุณไข่มุกบอกว่าการคอลแลบกับ Yvis เป็นการทำงานที่ตอบโจทย์อย่างมากเพราะมีการแลกเปลี่ยนฐานลูกค้ากันและทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าไม่จำเจกับโปรดักส์ของแบรนด์เดียว นอกจากนี้ยังทำให้เจ้าของแบรนด์รู้สึกว่าสนุกกับการทำงานและมีเป้าหมายชัดเจนในการออกแบบสินค้ามาเพื่อสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้า ทำให้เธอมองว่าการคอลแลบกับแบรนด์เป็นอีกปัจจัยสำคัญในการทำธุรกิจ
รู้จัก เครื่องประดับ Yvis
ด้าน ยวิษฐา กรินชัย หรือ พริม ผู้ก่อตั้งแบรนด์เครื่องประดับ Yvis เล่าว่า Yvis เป็นแบรนด์เครื่องประดับแฟชั่นที่ดำเนินธุรกิจมาประมาณ 6 ปี และได้แตกไลน์สินค้ามาเป็นนาฬิกาและแว่นตา โดยสินค้าต่างๆ จะใช้วัสดุเป็นทองเหลือง ไม่กันน้ำ ราคา 290-990 บาท และบางคอลเลกชั่นจะเป็นสแตนเลสซีล ซึ่งจะมีราคาสูงและกันน้ำ
สำหรับ Yvis คุณพริมเธอมองว่าเป็นแบรนด์ที่ไม่ได้ส่งมอบแค่เครื่องประดับแต่ต้องการส่งมอบความสุขในทุกขั้นตอนตั้งแต่การศึกษาพฤติกรรมการซื้อสินค้าและการใช้งานของลูกค้าที่ได้รับความสุขจากการสวมใส่สินค้าของทางแบรนด์ ซึ่งทางแบรนด์ตั้งเป้าว่าเมื่อลูกค้าได้รับสินค้าไปแล้วจะต้องได้รับความสุขเมื่อสวมใส่ในทุกๆ การแต่งตัว ทั้งนี้ด้วยความที่ทางแบรนด์ตั้งใจส่งต่อความสุขให้ลูกค้า ทางแบรนด์จึงให้ความสำคัญกับการดีไซน์ ความครีเอทีฟของจิวเวลรี่ แพ็กเกจจิ้ง และสินค้าทุกประเภทตั้งแต่ของแถมและของที่ลูกค้าได้รับทุกอย่างเป็นสิ่งที่ทางแบรนด์ตั้งใจส่งต่อความสุขให้จริงๆ
นอกจากนี้คุณพริมเล่าถึงการคอลแลบกับ Bunny Shoot Film ว่า เธอกับคุณไข่มุกเป็นเพื่อนกันและได้เห็นคาแรกเตอร์ตัวตนที่ชัดเจนและมีไลฟ์สไตล์การทำแบรนด์ที่โดดเด่น ซึ่งด้วยความที่คาแรกเตอร์ของเพื่อนชัดถ้าหากได้มาดีไซน์จิวเวลรี่ให้ เธอเชื่อว่าสินค้าที่ถูกออกแบบมาจะต้องน่าสนใจเป็นอย่างมาก ทำให้เธอชวนคุณไข่มุก Bunny Shoot Film มาคอลแลบกันดังคำกล่าวข้างต้น
คอลเล็กชั่นที่คอลแลบกับ Bunny Shoot Film นั้นทำมาตั้งแต่ 2-3 ปีที่แล้ว ซึ่งคอลเล็กชั่นแรกถูกดีไซน์ให้มีรายละเอียดและชิ้นใหญ่กว่าสินค้าปกติของ Yvis ซึ่งให้ความรู้สึกแตกต่างและดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น โดยคุณพริมเธอบอกว่าคอลเล็กชั่นแรกเป็นตัวที่ลงทุนกับแพ็กเกจจิ้งค่อนข้างสูงทำให้มีราคาสูงกว่าสินค้าของ Yvis กว่าปกติ แต่ราคาสูงไม่ได้เป็นปัญหา เนื่องจากได้รับผลตอบรับที่ดีจากลูกค้า ทำให้ Yvis คอลแลบกับ Bunny Shoot Film มาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปัจจุบันมีสินค้าที่หลากหลายคอลเล็กชั่นมากขึ้นและเป็นการคอลแลบนาฬิกาครั้งแรกของ Yvis
ทั้งนี้ใช้เวลาเกือบ 1 ปี จนออกมาเป็น Yvis Timepiece x Bunny Mood อีกหนึ่งคอลเล็กชั่นที่ถูกออกแบบมาในคอนเซ็ปต์ Manifest ที่ทาง Bunny Shoot Film ต้องการให้นาฬิกามี Gems หลายสีและมีรูปร่างพิเศษ รวมถึงสี Lucky Orbit ที่เน้นเป็นรูปท้องฟ้าแทนใส่ Gems เพื่อเพิ่มตัวเลือกให้กับลูกค้า นอกจากนี้บนหน้าปัดนาฬิกาจะมี Logo ลายมือเขียนของทั้งสองแบรนด์ปรากฏไว้ทำให้กลายเป็นซิกเนเจอร์ของคอลเล็กชั่นนี้ ซึ่งเข็มนาฬิกาและเม็ดมะยมยังถูกออกแบบใหม่ต่างจากรุ่นปกติ ด้านหลังตัวเรือนจะสลักคำว่า I don’t wait I manifest
ปัจจุบันมีทั้งหมด 4 สี ได้แก่ 1.Firstcall 2.Dark Matter 3.Lucky Orbit และ 4.Golden Hour เป็นเซ็ตคอลเล็กชั่นที่ซ่อนกิมมิกทุกจุด ใส่ใจรายละเอียดและให้ความรู้สึกตื่นตาทุกครั้งที่สวมใส่ ทั้งนี้ทางแบรนด์จะเปิดขายอย่างเป็นทางการในวันที่ 25 สิงหาคม 2569 บน Shopee และเว็บไซต์ Yvis แต่จะมี pre-sale ตั้งแต่เวลา 12:00 น. หน้าร้านสาขาสยามในวันที่ 24 สิงหาคม 2569 จำกัดการซื้อ รวมถึงมีสินค้าที่ Restock และเพิ่มสีใหม่อีก 2 สี
แผนการทำตลาดคอลเล็กชั่นนาฬิกา
ในส่วนของแนวทางการทำการตลาดของคอลเล็กชั่นนาฬิกา คุณพริมให้ข้อมูลว่าเป็นการทำการตลาดอย่างตรงไปตรงมา ด้วยความที่สินค้ามีความสวยจากการออกแบบอยู่แล้วทางแบรนด์เพิ่มการทำ Photo Shoot ให้สวย พอสินค้าและรูปภาพสวยการโปรโมตออกไปทำให้กลุ่มลูกค้าชื่นชอบและได้รับกระแสตอบรับที่ดีกลับมา นอกจากนี้ทางแบรนด์ยังมีกิจกรรมเพื่อดึงดูดให้ลูกค้ามองเห็นเพิ่มมากขึ้นจากการทำกิจกรรม Giveaway ให้ลูกค้าแชร์โพสต์และลุ้นรับรางวัลจากทางแบรนด์
นอกจากนี้คุณพริมบอกว่าสินค้าทุกชิ้นที่สามารถขายออกได้ง่ายมาจาก “หน้าตา” สินค้าเป็นหลัก เพราะเมื่อสินค้ามีหน้าตาที่สวยงามบวกกับคุณภาพสินค้าที่ดีจะสามารถทำให้ขายออกได้ง่าย ส่งผลให้เมื่อปล่อยคอลเล็กชั่นที่ทำร่วมกับ Bunny Shoot Film จะสามารถขายสินค้าหมดได้ในเวลา 2-3 นาที
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของ Bunny Shoot Film และ Yvis ไม่ได้เกิดจากการตามกระแสเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการสร้างอัตลักษณ์ของแบรนด์ที่ชัดเจน ควบคู่กับการให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้า การออกแบบที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย และการรับฟังเสียงของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันการคอลแลบระหว่างสองแบรนด์ยังช่วยต่อยอดฐานลูกค้า สร้างความแปลกใหม่ให้กับสินค้า และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว สะท้อนให้เห็นว่าในยุคที่พฤติกรรมผู้บริโภคและเทรนด์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แบรนด์ที่สามารถผสานความคิดสร้างสรรค์เข้ากับความเข้าใจลูกค้า พร้อมปรับตัวและสร้างคุณค่าใหม่อยู่เสมอ ย่อมมีโอกาสเติบโตและครองใจผู้บริโภคได้อย่างยั่งยืน
ติดต่อเพิ่มเติม
Instagram : bunny.shoot.film , yvis.s