xs
xsm
sm
md
lg

กบข.แนะลงทุนต่อหลังเกษียณ ลดเสี่ยงมิจฉาชีพหลอกลงทุน โชว์แผนหลักยิลด์พุ่งแตะ7.3%

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เลขาฯกบข.แนะสมาชิกคงเงินลงทุนต่อเนื่องหลังเกษียณ หวังช่วยบริหารเงินออม-ลดความเสี่ยงจากการถูกมิจฉาชีพหลอกลงทุน หลังพบสมาชิกกว่า 1.2 ล้านรายมีความรู้ด้านการลงทุนมากขึ้น หันมาเลือกแผนลงทุนด้วยตนเองและปรับพอร์ตตามภาวะตลาด พร้อมโชว์แผนหลักผลงานดี สร้างผลตอบแทน 7.2–7.3% ระบุหุ้นไทยยังน่าสนใจรับกระแสเงินทุนที่เริ่มมองหาหุ้น Value ในเอเชีย และนโยบายภาครัฐที่สนับสนุนอุตสาหกรรมใหม่ โดยเฉพาะ AI ดาต้าเซ็นเตอร์ และพลังงานสะอาด


ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันสมาชิก กบข. มีความเข้าด้านการลงทุนมากขึ้น และมีบางส่วนหันมาวางแผนการลงทุนด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตามการลงทุนควรมีการกระจายความเสี่ยง มีวินัย และต่อเนื่อง นอกจากนี้กบข.เองยังมีแนวคิดส่งเสริมให้สมาชิกหันมาลงทุนต่อหลังเกษียณอายุมากขึ้น เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงจากการถูกมิจฉาชีพในการหลอกลวงลงทุน โดยสมาชิกสามารถเลือกได้ว่าจะคงเงินลงทุนบ้างส่วนหรือทั้งหมดไว้เพื่อลงทุนต่อหลังเกษียณ

ปัจจุบัน กบข. มีสมาชิกกว่า 1.2 ล้านราย และพบว่าสมาชิกหันมาเลือกแผนลงทุนด้วยตนเอง (DIY) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในกองหุ้นไทย หลังมีความรู้และความเข้าใจด้านการลงทุนมากขึ้น รวมถึงสามารถปรับเปลี่ยนพอร์ตตามภาวะตลาดได้อย่างเหมาะสม จากเดิมที่เคยเลือกลงทุนในทองคำหรือหุ้นต่างประเทศเมื่อให้ผลตอบแทนโดดเด่น ก่อนทยอยสับเปลกลับมายังหุ้นไทยเมื่อเห็นโอกาสด้านมูลค่า

ทั้งนี้ สมาชิกยังสมารถใช้แอปพลิเคชัน กบข. เพื่อติดตามผลตอบแทน ตรวจสอบมูลค่า NAV และวางแผนเงินออมหลังเกษียณมากขึ้น สะท้อนพฤติกรรมการเป็นนักลงทุนที่มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจมากกว่าเดิม และสมาชิกยังสมารถสับเปลี่ยนการลงทุนให้เป็นไปตามสภาวะตลาดได้ถึง12ครั้งต่อปี

“นอกจากการออมหลังเกษียณแล้ว การที่ไทยเริ่มเข้าสู่สังคมสูงวัย การวางแผนการเงินเพื่ออนาคตเป็นสิ่งจำเป็น และการเพิ่มการออมถือเป็นอีกแนวทางที่ กบข.อยากส่งเสริมให้สมาชิกได้ทำเพิ่มขึ้นจากเดิมที่เริ่มต้นสบทบอยู่ในระดับ 1-3% สมาชิกสามารถออมเพิ่มได้สูงสุดถึง 27% เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องใช้เงินหลังเกษียณของแต่ละบุคคล“ดร.ศรพลกล่าว

ดร.ศรพล กล่าวอีกว่าปัจจุบัน กบข. มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ราว 1.5 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นเงินกองทุนของสมาชิกประมาณ 5 แสนล้านบาท และเงินสำรองที่บริหารให้ภาครัฐอีกประมาณ 1 ล้านล้านบาท โดยตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (YTD)ของ แผนหลักสามารถสร้างผลตอบแทน ได้ประมาณ 7.2-7.3% โดยแนวทางของกบจ.ยังเน้นเดินหน้ากลยุทธ์กระจายการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

ช่วงนี้ตลาดปรับขึ้นค่อนข้างมาก เพราะนักลงทุนเริ่มกระจายความเสี่ยงจากหุ้นสหรัฐหันมาลงทุนภูมิภาคเอเชีย นักลงทุนต่างชาติเริ่มมองหาหุ้น Value และพิจารณาปัจจัยมหภาค เช่น ค่าเงินและสถานการณ์เศรษฐกิจไทย ซึ่งภาพรวมถือว่าอยู่ในระดับที่ดี โดยมาตรการกระตุ้นของภาครัฐน่าจะช่วยเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่ผมอยากเห็นมาตรการที่สร้างความสามารถในการแข่งขันอย่างแท้จริง ซึ่งแนวทางบางเรื่องถือว่าดี แต่ยังไม่เห็นรายละเอียดว่าจะดำเนินการได้มากน้อยเพียงใด

สำหรับมุมมองการลงทุน มองว่า ตลาดหุ้นไทยในปัจจุบันถือเป็นโอกาสการลงทุน จากระดับราคาหุ้นที่น่าสนใจ ประกอบกับปัจจัยบวกด้านนโยบายภาครัฐ ทั้งความชัดเจนของมาตรการส่งเสริมการลงทุนผ่าน BOI และการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อรองรับอุตสาหกรรมใหม่ อย่างไรก็ตาม การดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติยังต้องอาศัยเสถียรภาพทางการเมืองและการผลักดันนโยบายให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะด้านพลังงานสะอาดและการยกระดับไทยสู่ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ขณะที่ กบข. ยังคงติดตามโอกาสการลงทุนในธุรกิจ New Economy เช่น AI, Data Center และพลังงานสะอาดอย่างใกล้ชิด

ดร.ศรพล กล่าวว่าทิ้งท้ายว่า สิ่งสำคัญที่สมาชิกสามารถบริหารจัดการได้คือการเพิ่มเงินออมและการเริ่มออมตั้งแต่อายุยังน้อย ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนระยะยาว ขณะที่การกระจายความเสี่ยงยังเป็นหัวใจสำคัญของการลงทุน นอกจากนี้