xs
xsm
sm
md
lg

PMCU สร้างสรรค์ “Banthatthong Foodpath Stories” ใช้พลัง Street Art เปลี่ยนบรรทัดทองสู่ Street Food & Art Destination

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



จากย่านสตรีทฟู้ดอันดับหนึ่งของกรุงเทพฯ บรรทัดทองยังไม่หยุดที่จะพัฒนาย่านด้วยไอเดียใหม่ๆ เมื่อ PMCU ร่วมกับ ASIAN WALL และ HYPE SPRAY เปิดตัวโครงการ "Banthatthong Foodpath Stories" โครงการพัฒนาย่านที่ใช้ "ศิลปะ" เป็นหัวใจในการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับพื้นที่ เปลี่ยนกำแพง อาคาร ร้านค้า และผู้คนในชุมชน ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวเดียวกัน เพื่อยกระดับบรรทัดทองจาก Street Food Destination สู่ Street Food & Art Destination ที่ผู้คนไม่ได้มาเพียงเพื่อมื้ออร่อย แต่เลือกใช้เวลาเดินเล่น พักผ่อน แฮงเอาต์ และค้นพบเสน่ห์ใหม่ของเมือง

Foodpath Stories มีที่มาจากแนวคิดที่ว่า ทุกเส้นทางของการเดินในบรรทัดทองล้วนมีเรื่องราวซ่อนอยู่ ทั้งเรื่องของอาหาร ผู้คน ร้านค้า และวิถีชีวิตของชุมชน ศิลปะจึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสร้างสีสันให้กำแพง แต่ทำหน้าที่เป็น "เส้นทางแห่งการค้นพบ" ที่ชวนให้ผู้คนออกจากเส้นทางเดิม เดินลึกเข้าไปในตรอก ซอกซอย และมองเห็นคุณค่าของย่านในมุมที่หลายคนอาจไม่เคยสัมผัส


โครงการได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิด Creative Placemaking หรือการพัฒนาย่านผ่านพลังของศิลปะ ซึ่งประสบความสำเร็จในหลายเมืองทั่วโลก โดยศิลปินจาก ASIAN WALL เคยมีส่วนร่วมในโครงการ Mural Art ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือสร้างอัตลักษณ์ ฟื้นฟูพื้นที่ และกระตุ้นให้ผู้คนกลับมาใช้ชีวิตในย่าน ก่อนนำแนวคิดดังกล่าวมาต่อยอดสู่บรรทัดทอง ผ่านการตีความเรื่องราวของผู้คน ร้านค้า และวัฒนธรรมอาหารที่หล่อหลอมให้ย่านแห่งนี้มีเสน่ห์ไม่เหมือนที่ใด

หัวใจสำคัญของโครงการคือการสร้างสรรค์ Mural Street Painting โดยศิลปินสตรีทอาร์ตกว่า 10 ชีวิต นำโดย BIGDEL, CRUDE, HOIE, JOKER, JORRA, MONTEMITH และ Y? ที่จะร่วมกันสร้างผลงานบนอาคาร 7 จุดทั่วบรรทัดทอง แต่ละผลงานไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว หากเกิดจากการลงพื้นที่ พูดคุยกับผู้ประกอบการ และศึกษาวิถีชีวิตของผู้คน เพื่อนำอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่มาตีความผ่านภาษาของศิลปะ


หนึ่งในผลงานได้รับแรงบันดาลใจจากร้านข้าวแกงและร้านอาหารตามสั่งที่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนทำงานในย่าน ศิลปินเลือกหยิบ "เก้าอี้พลาสติก" ภาพจำของร้านอาหารริมทาง มาเป็นองค์ประกอบหลักของงาน เพื่อสะท้อนว่าบรรทัดทองไม่ได้มีเพียงร้านอาหารชื่อดังที่นักท่องเที่ยวรู้จัก แต่ยังเต็มไปด้วยร้านเล็ก ๆ ของผู้ประกอบการท้องถิ่นและเรื่องราวของผู้คนที่ช่วยหล่อเลี้ยงย่านแห่งนี้มาตลอดหลายสิบปี

ความพิเศษของโครงการ คือการออกแบบตำแหน่งของผลงาน Street Art ให้กระจายอยู่ตามตรอก ซอกซอย และพื้นที่ต่างๆ ทั่วบรรทัดทอง เพื่อเปลี่ยน "การเดินหาร้านอร่อย" ให้กลายเป็น "การเดินสำรวจย่าน" ศิลปะจะทำหน้าที่เป็นหมุดหมายใหม่ที่ชวนให้ผู้คนออกนอกเส้นทางเดิม ค้นพบร้านเล็กๆ ธุรกิจท้องถิ่น วิถีชีวิตของชุมชน และ Hidden Treasures ที่ซ่อนอยู่ทั่วทั้งย่าน กระจายการเดินและสร้างโอกาสให้ร้านค้าในพื้นที่ได้รับการมองเห็นมากขึ้น


ไฮไลต์ของโครงการจะจัดขึ้นในวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 กับการรวมตัวของศิลปินสตรีทอาร์ตกว่า 10 ชีวิต ที่ อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อร่วมสร้างสรรค์ Live Art Exhibition ให้ผู้ชมได้สัมผัสการทำงานของศิลปินแบบใกล้ชิด พร้อมนิทรรศการศิลปะ Artist Talk และกิจกรรมสร้างสรรค์ ก่อนออกเดินตามแผนที่สำรวจผลงาน Street Art ทั้ง 7 จุดทั่วบรรทัดทอง เชื่อมพื้นที่สีเขียวใจกลางเมืองสู่ย่านอาหาร ผ่านประสบการณ์ที่ผสมผสานศิลปะ การเดินเมือง และวัฒนธรรมอาหารไว้ในเส้นทางเดียว

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือการต่อยอดงานศิลปะสู่การสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของย่าน ผ่านความร่วมมือระหว่างศิลปินและผู้ประกอบการท้องถิ่น ทั้งร้านสกรีนเสื้อ ร้านผลิตของพรีเมียม และธุรกิจสร้างสรรค์ในบรรทัดทอง ร่วมกันพัฒนา Street Art Merchandise Cart ที่ได้แรงบันดาลใจจากรถเข็นอาหารริมทางซึ่งเป็นภาพจำของย่าน แต่เปลี่ยนจากการเสิร์ฟอาหารมาเป็นพื้นที่นำเสนอของที่ระลึก เสื้อยืด สติกเกอร์ และสินค้า Limited Edition ที่ออกแบบโดยศิลปินและผลิตโดยผู้ประกอบการในพื้นที่ สะท้อนให้เห็นว่าศิลปะสามารถสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการสร้างอัตลักษณ์ของย่านได้อย่างเป็นรูปธรรม


Banthatthong Foodpath Stories จึงไม่ใช่เพียงเทศกาล Street Art หากแต่เป็นต้นแบบของการพัฒนาย่านผ่านความร่วมมือระหว่างศิลปิน ชุมชน และผู้ประกอบการ โดยใช้ศิลปะเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงผู้คน สร้างเหตุผลใหม่ให้ผู้คนอยากใช้เวลาอยู่ในพื้นที่นานขึ้น และเปิดมุมมองใหม่ว่าบรรทัดทองไม่ได้มีเพียงร้านอร่อย แต่ยังเต็มไปด้วยเรื่องราว แรงบันดาลใจ และเสน่ห์ที่รอให้ทุกคนออกเดินค้นพบ

เมื่อศิลปะพาผู้คนออกจากถนนสายเดิม การเดินในบรรทัดทองจึงไม่ได้จบลงที่มื้ออาหาร แต่กลายเป็นการค้นพบย่านทั้งย่านอีกครั้ง ผ่านผู้คน ร้านค้า และเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ในทุกตรอกซอกซอย พร้อมต่อยอดบรรทัดทองให้เติบโตอย่างยั่งยืนในฐานะพื้นที่สร้างสรรค์แห่งใหม่ของกรุงเทพมหานคร