“พิพัฒน์” เดินหน้าวางนโยบายคมนาคมรองรับยานยนต์แห่งอนาคต เร่งเตรียมมาตรฐานรถยนต์ไฟฟ้า–ระบบขับขี่อัตโนมัติ ย้ำความปลอดภัยประชาชนต้องมาก่อน พร้อมเปิดความร่วมมือรัฐ–เอกชนขับเคลื่อนเทคโนโลยีใหม่
วันนี้ (13 กรกฎาคม 2569) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้การต้อนรับนายเซดริก ซุย ประธานบริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมคณะ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคต และรับฟังแนวโน้มการพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์พลังงานใหม่ (New Energy Vehicle: NEV) และระบบขับขี่อัตโนมัติ (Automated Driving System: ADS) โดยมีนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย นายอดิเทพ ตีระมาศวณิช วิศวกรใหญ่ (ด้านบำรุงรักษาทางและสะพาน) กรมทางหลวงชนบท และผู้แทนกรมทางหลวง พร้อมผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือ ณ กระทรวงคมนาคม
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบคมนาคมยุคใหม่ ที่ใช้พลังงานสะอาด เทคโนโลยีอัจฉริยะ และระบบขับขี่อัตโนมัติ ซึ่งกำลังเป็นทิศทางสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก โดยการพัฒนาดังกล่าวจะต้องเดินควบคู่กับมาตรฐานด้านความปลอดภัย การกำกับดูแลที่เหมาะสม และความเชื่อมั่นของประชาชน
โดยกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) อยู่ระหว่างศึกษาการจัดทำกรอบกำกับดูแล (Regulatory Framework) สำหรับการใช้งานระบบช่วยขับขี่และระบบขับขี่อัตโนมัติในประเทศไทย รวมถึงการกำหนดแนวทางการทดลองใช้งานเทคโนโลยีในระดับสูง (ADS Sandbox) เพื่อให้สามารถทดสอบนวัตกรรมภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยที่รัดกุม และนำผลการทดสอบไปใช้ในการพัฒนากฎหมาย มาตรฐาน และโครงสร้างพื้นฐานให้สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์พลังงานใหม่ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนประเภทของรถยนต์ แต่เป็นการปรับระบบคมนาคมทั้งระบบ ตั้งแต่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การกำกับดูแลมาตรฐานความปลอดภัย การเตรียมบุคลากร ตลอดจนการบริหารจัดการซากรถยนต์และแบตเตอรี่ที่หมดอายุการใช้งาน เพื่อให้การเติบโตของอุตสาหกรรมเป็นไปอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
กระทรวงคมนาคมได้รับฟังข้อเสนอและความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีจากภาคเอกชน ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญในการพัฒนานโยบายและกฎระเบียบของประเทศไทยให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีโลก โดยมอบหมายให้กรมการขนส่งทางบก การทางพิเศษแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมศึกษาและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความร่วมมือในการพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถนำมาใช้ได้จริงและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
ด้านนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ได้เสนอให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านกฎหมายและมาตรฐานเกี่ยวกับระบบขับขี่อัตโนมัติของประเทศที่มีการใช้งานจริง รวมถึงศึกษาการบริหารจัดการซากรถยนต์และแบตเตอรี่ เพื่อเตรียมรองรับการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าในระยะยาว
ขณะที่กรมการขนส่งทางบกเห็นว่า หากมีการนำระบบขับขี่อัตโนมัติมาใช้ในระบบขนส่งสาธารณะ จะต้องกำหนดมาตรฐานด้านความปลอดภัยที่เข้มงวดกว่าการใช้งานรถยนต์ส่วนบุคคล และควรดำเนินการทดลองภายใต้การกำกับดูแลของภาครัฐอย่างรอบคอบ
กระทรวงคมนาคมพร้อมเปิดรับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันวิจัย เพื่อร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีคมนาคมแห่งอนาคต โดยยึดหลัก “นวัตกรรมต้องเดินคู่กับความปลอดภัย” เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากระบบขนส่งที่สะอาด ทันสมัย ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว