ผู้แทนกลุ่ม Mizuho, SMBC และ MUFG ร่วมถกบนเวที WebX2026 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ยอมรับว่าอุปสรรคของบล็อกเชนในระบบชำระเงินไม่ใช่เรื่องเทคนิคอีกต่อไป แต่คือการต่อสู้เชิงธุรกิจระหว่างธนาคารที่กำลังรีบตั้งโครงสร้าง tokenized deposit ป้องกันตัวเอง กับ stablecoin ที่กำลังจะขโมยรายได้ดอกเบี้ยออกไป ขณะที่สตาร์ทอัพอย่าง Augustus ซึ่งมีซีอีโออายุ 25 ปีและเพิ่งได้รับใบอนุญาตธนาคารแห่งชาติสหรัฐแบบมีเงื่อนไข กำลังพิสูจน์ว่าเส้นแบ่งระหว่างสตาร์ทอัพกับธนาคารที่เริ่มดูดกลืนรวมเข้าด้วยกัน
บนเวทีเสวนา WebX2026 ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเซสชันนี้ดำเนินรายการโดย อิโนะอุเอะ ไดสุเกะ ซีอีโอแห่ง Japan Financial Elan Technologies (JFET) โดยมีผู้ร่วมอภิปรายได้แก่ ฮิตะนิ มิชิโกะ ผู้อำนวยการ Mizuho Financial Group ซึ่งมีประสบการณ์ด้าน cash management จากธนาคารต่างชาติชั้นนำ, คาวาโกเอะ ฮิโรชิ ผู้เชี่ยวชาญ transaction banking ของ SMBC อดีตประธาน SWIFT Japan National Member Group และ ทานิกุจิ นาโอกิ หัวหน้าทีมวิจัยด้านการชำระเงินดิจิทัลข้ามพรมแดนของ MUFG โดยทาง คาวาโกเอะเล่าว่า เมื่อครั้งที่เทคโนโลยีบล็อกเชนเพิ่งปรากฏ เขารู้สึกชัดเจนว่า "สิ่งนี้ใช้สำหรับการชำระเงินไม่ได้" เพราะความเร็วในการประมวลผลยังไม่เพียงพอ และโครงสร้างที่ให้ผู้เข้าร่วมทุกคนเห็นข้อมูลธุรกรรมร่วมกันขัดกับธรรมชาติของธุรกิจชำระเงิน ต่อมาปัญหาด้าน scalability และความเป็นส่วนตัวได้รับการแก้ไขไปมากตามพัฒนาการของเทคโนโลยี แต่ยังมีโจทย์ที่ยังค้างอยู่ เช่น finality แบบความน่าจะเป็น (probabilistic finality) การรับประกัน finality ด้วยเงินธนาคารกลาง และการปฏิบัติตามกฎหมายในระดับปฏิบัติงานจริง
ด้านทานิกุจิ เสริมว่าในมุมมองของเขา เส้นแบ่งระหว่างสตาร์ทอัพกับธนาคารได้หายไปในช่วงสิบปีที่ผ่านมาแล้ว ส่วนบทบาทที่ธนาคารยังคงไม่มีใครแทนได้คือการทำ clearing หรือการหักบัญชีและยืนยันการโอนเงินระหว่างสองฝ่าย ซึ่งแม้แต่ Augustus สตาร์ทอัพธนาคารที่สร้างบนบล็อกเชนเต็มรูปแบบก็ยังต้องขอใบอนุญาตธนาคารเพื่อให้ได้สถานะนี้
กรณีศึกษาสองขั้วจากโลก
ด้านฮิตะนิเล่าถึง Augustus ซึ่งก่อตั้งในปี 2565 บนโมเดลที่ผนวก AI และ stablecoin เข้าเป็นแกนหลักของระบบการชำระเงิน บริษัทได้รับการอนุมัติใบอนุญาต national bank แบบมีเงื่อนไขจาก OCC ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซีอีโอ เฟอร์ดินานด์ ดาวิตส์ (Ferdinand Davids) อายุ 25 ปี จะกลายเป็นซีอีโอธนาคารแห่งชาติอายุน้อยที่สุดในรอบกว่า 100 ปีหากการอนุมัติเสร็จสมบูรณ์ ฮิตะนิชี้ว่าชื่อ "Augustus" มาจากจักรพรรดิโรมันผู้รวมสกุลเงินครั้งแรกและเป็นคนที่ไม่น่าจะขึ้นสู่อำนาจได้ตั้งแต่ต้น แต่กลับพลิกทุกอย่าง และนั่นคือคำถามที่น่าจับตาว่าบริษัทนี้จะพลิกเกมแบบเดียวกันกับธนาคารดั้งเดิมได้หรือไม่
ขณะเดียวกัน The Clearing House (TCH) ซึ่งเปิดตัวแพลตฟอร์ม tokenized deposit clearing ในเดือนมิถุนายน โดยมี JPMorgan Chase, Citi, BofA และ Wells Fargo เป็นผู้เข้าร่วม เป็นอีกโมเดลหนึ่งที่สะท้อนแนวทางตรงข้าม คาวาโกเอะกล่าวว่านี่เป็น "แนวทางที่น่าสนใจและควรจับตา" โดยเฉพาะเพราะไม่ได้รองรับเฉพาะธนาคารขนาดใหญ่ที่ออก tokenized deposit อยู่แล้ว แต่ยังเปิดให้ธนาคารขนาดกลางและเล็กที่ยังไม่มีโครงสร้างนี้เชื่อมต่อเข้ามาได้ด้วย
ฮิตะนิอธิบายถึงแรงจูงใจที่อยู่เบื้องหลังการเร่งตั้ง TCH ของธนาคารสหรัฐว่ามาจากความกังวลเรื่อง CLARITY Act ซึ่งเป็นกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโตที่ยังไม่ผ่านสภา ขณะที่ GENIUS Act ที่กำกับ stablecoin สำหรับการชำระเงินได้ผ่านสภาไปแล้ว ธนาคารสหรัฐกังวลว่า stablecoin กำลังจะกินส่วนแบ่งดอกเบี้ยที่ได้จากเงินฝาก และกลุ่มล็อบบี้ยิสต์ฝั่งธนาคารกับฝั่งคริปโตกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด การตั้ง TCH ขึ้นมาอย่างเร่งด่วนจึงเป็นการส่งสัญญาณว่าธนาคารไม่ได้นั่งเฉยรอเวลา
ฮิตะนิยังนำเสนอภาพเปรียบเปรยจากนักการธนาคารสหรัฐรายหนึ่งที่โดนใจห้องประชุม นั่นคือระบบชำระเงินดั้งเดิมคือ "รถไฟสายท้องถิ่น" และโครงสร้าง tokenized deposit ใหม่คือ "ชินกันเซ็น" เพราะญี่ปุ่นเดินทางได้ทุกจุดก็เพราะรถไฟท้องถิ่นเชื่อมกับสถานีชินกันเซ็น ไม่ใช่เพราะชินกันเซ็นคนเดียว ระบบการเงินโลกก็ต้องการโครงสร้างสองชั้นที่เชื่อมต่อกันแบบเดียวกัน
โครงสร้างสองชั้นและจุดจบของ pooling แบบเดิม
คาวาโกเอะชี้ว่าความพยายามทลายโครงสร้างสองชั้นระหว่าง tokenized deposit บนบล็อกเชนกับเงินฝากในระบบ core banking ดั้งเดิม ไม่ได้เกิดขึ้นในโลก on-chain เท่านั้น ในโลก off-chain ก็กำลังเดินหน้าแบบเดียวกัน เช่น Fed ที่เริ่มทำงานในวันหยุดสุดสัปดาห์และมีแผนระบบชำระเงินทันทีตลอด 24 ชั่วโมง ทว่าระบบเดิมแบกภาระ legacy ไว้มาก ทำให้ฝั่ง on-chain ที่สร้างจากศูนย์ได้เปรียบด้านความเร็วอย่างชัดเจน
ฮิตะนิเสนอประเด็นที่น่าสนใจที่สุดของเซสชัน กล่าวคือหากระบบทำงานได้ 24 ชั่วโมงทุกวัน บริการ "pooling" ที่ธนาคารมอบให้บริษัทเพื่อบริหารสภาพคล่องภายในกลุ่มจะสูญเสียบทบาท เพราะบริษัทต่างๆ จะสามารถโยกเงินข้ามสาขาได้ตามเงื่อนไขที่ตั้งโปรแกรมไว้ล่วงหน้าแทบแบบ real-time "นี่คือจุดเริ่มต้นของการสิ้นสุดของบริการ pooling แบบเดิม" เธอกล่าว พร้อมเสริมว่าเมื่อข้อจำกัดของระบบหมดไป บริการเพิ่มประสิทธิภาพรูปแบบใหม่จะเกิดขึ้นมาแทนที่อย่างแน่นอน
ทานิกุจิเสนอมุมมองในการเสวนาด้วยมุมมองที่ถอยออกมาจากเทคนิค โดยระบุว่าคุณค่าที่แท้จริงของธนาคารคือการให้สินเชื่อและสภาพคล่อง ช่องทางการส่งมอบเปลี่ยนจากจดหมายเป็นโทรสาร อินเทอร์เน็ต และบล็อกเชน แต่สาระหลักยังคงเดิม ปัญหาที่ยังค้างคือการเชื่อมต่อกับระบบ ERP และ treasury management ของบริษัทลูกค้า ซึ่งมีความซับซ้อนจากระบบ legacy ที่พันกันจนไม่สามารถก้าวกระโดดได้ในคราวเดียว
ทั้งนี้บทสรุปจาก WebX2026 ในเซสชันนี้ มีนัยยะตรงกับที่ภาคการธนาคารไทยกำลังเผชิญ โดยเฉพาะโมเดลของ TCH ที่รวมธนาคารขนาดต่างๆ ไว้ในโครงสร้าง tokenized deposit เดียว ซึ่งอาจเป็นต้นแบบที่น่าศึกษาสำหรับ ธปท. ในการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินดิจิทัลข้ามพรมแดนในอาเซียน และในบริบทที่ ก.ล.ต. ไทยกำลังเร่งกำกับดูแล stablecoin ซึ่งคำเตือนจากปัญหาที่เกิดในสหรัฐที่ว่า stablecoin อาจกินส่วนแบ่งดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ เป็นสัญญาณที่ธนาคารไทยไม่ควรมองข้าม