MEA หรือการไฟฟ้านครหลวง แสดงความห่วงใยต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เตือนตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในที่อยู่อาศัยอย่างสม่ำเสมอ พร้อมแนะแนวทางการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าอย่างถูกวิธี เพื่อตัดความเสี่ยงก่อนเกิดเหตุอัคคีภัย
นายทัดเทพ วรรณวิจิตร ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร MEA เปิดเผยว่า จากสภาพอากาศที่มีความแปรปรวนในปัจจุบัน ประกอบกับการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภททำความเย็น เช่น เครื่องปรับอากาศ หรือพัดลม เป็นระยะเวลานาน ส่งผลให้ระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้านบางจุดที่เสื่อมสภาพหรือไม่ได้มาตรฐาน เกิดความร้อนสะสมจนนำไปสู่เหตุไฟฟ้าลัดวงจรได้ง่าย MEA ในฐานะหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญและมุ่งเน้นการให้บริการพลังงานไฟฟ้าอย่างมั่นคงและปลอดภัย แนะประชาชนสำรวจและปรับปรุงระบบไฟฟ้าภายในบ้านให้ปลอดภัยสูงสุด สำหรับการลดความเสี่ยงการเกิดเหตุเพลิงไหม้จากระบบไฟฟ้า พร้อมปฏิบัติตามแนวทางความปลอดภัย 5 ข้อหลัก ดังนี้
1.ตรวจสอบสภาพสายไฟและเต้ารับ หากพบว่ามีรอยฉีกขาด กรอบ แตก หรือเต้ารับมีรอยไหม้ หลวม ควรรีบตามช่างไฟฟ้าที่มีความเชี่ยวชาญมาดำเนินการเปลี่ยนใหม่ทันที
2.เลือกใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน มอก. เช่น สายไฟ ปลั๊กพ่วง และอุปกรณ์ตัดไฟทุกชนิด ต้องได้รับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) และหลีกเลี่ยงการซื้ออุปกรณ์ที่ราคาถูกเกินจริงแต่ไม่ได้มาตรฐาน
3.หลีกเลี่ยงการเสียบปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟสูง เช่น ไมโครเวฟ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า พร้อมกันในปลั๊กพ่วงตัวเดียว เพราะจะทำให้เกิดกระแสเกินในปลั๊กพ่วง เกิดความร้อนสูงจนละลายและอาจเกิดกระแสลัดวงจรในเวลาต่อมา
4.ติดตั้งระบบสายดินและเครื่องตัดไฟรั่ว (RCD) เพื่อช่วยตัดไฟทันทีที่มีกระแสไฟฟ้ารั่ว หรือเกิดไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันไฟไหม้และไฟดูด
5.ปิดและถอดปลั๊กเมื่อไม่ใช้งาน
หากประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ พบเห็นสายไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าของ MEA ชำรุด หรืออยู่ในสภาพที่ไม่ปลอดภัย สามารถแจ้งเหตุขัดข้องตลอด 24 ชั่วโมง โดยผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารหรือแจ้งเหตุได้ผ่านทาง Line: MEA Connect (@MEAthailand) สัญลักษณ์โล่สีเขียวนำหน้าชื่อบัญชีทางการ เลือกเมนู ติดต่อ MEA Call Center Online 1130 ศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้าการไฟฟ้านครหลวง และติดตามข่าวสารงานบริการของ MEA ผ่านทางเว็บไซต์ www.mea.or.th