ขสมก.ออกแถลงการณ์ชี้แจงอุบัติเหตุรถโดยสารปรับอากาศสาย 514(1-54) บริเวณถนนลาดพร้าว เกิดจากคันเร่งค้าง ส่งผลให้รถเสียการควบคุม เสียใจและขออภัย และยืนยันดูแลชดเชยผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวอย่างเต็มที่
องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ชี้แจง กรณีที่เกิดเหตุรถโดยสารปรับอากาศ สาย 514 (1-54) มีนบุรี-สวนลุมพินี หมายเลขข้างรถ 2-70172 เสียหลักพุ่งขึ้นฟุตปาธชนเสาไฟและต้นไม้หักโค่น บนถนนลาดพร้าว เมื่อเวลาประมาณ 07.00 น. วันที่ 11 กรกฎาคม 2569 โดยระบุว่า ขณะรถโดยสารคันดังกล่าวมุ่งหน้าไปยังสวนลุมพินี ตามเส้นทางถนนลาดพร้าว เมื่อถึงบริเวณซอยลาดพร้าว 112 ได้เกิดเหตุขัดข้องคันเร่งค้าง ส่งผลให้รถเสียการควบคุมและชนต้นไม้ข้างทางส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวจำนวน 10 ราย ซึ่งได้มีการนำผู้บาดเจ็บเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลใกล้เคียงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ขสมก.กราบขออภัยต่อผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัว และขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ภายหลังเกิดเหตุ ขสมก.ได้เร่งจัดส่งเจ้าหน้าที่อุบัติเหตุลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุในทันที พร้อมทั้งจัดส่งเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการประสานงานด้านการดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บ ตลอดจนพิจารณาการชดเชยค่าเสียหายอย่างเต็มขีดความสามารถ ทั้งในส่วนของสิทธิความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถและกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ที่ ขสมก.ได้จัดทำไว้ สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 10 รายนั้น ล่าสุดแพทย์ได้ตรวจประเมินและลงความเห็นให้สามารถเดินทางกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้แล้วจำนวน 6 ราย และอยู่ระหว่างการรักษาตัวที่โรงพยาบาลอีก 4 ราย ซึ่ง ขสมก.ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อคอยติดตามอาการและอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้บาดเจ็บอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการ ขสมก. นำคณะผู้บริหารลงพื้นที่ ณ อู่สวนสยาม เขตการเดินรถที่ 2 เพื่อดำเนินการตรวจสอบสาเหตุของอุบัติเหตุดังกล่าวอย่างรอบด้าน รวมทั้งเน้นย้ำและกำชับให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องและทีมเหมาซ่อมตรวจเช็กสภาพความพร้อมของรถโดยสารทุกคันตามมาตรฐานความปลอดภัยที่ ขสมก.กำหนดไว้อย่างเข้มงวด ก่อนนำรถโดยสารออกให้บริการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ประชาชน จากนั้นได้เดินทางเข้าเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บ ณ โรงพยาบาลลาดพร้าว และโรงพยาบาลเพชรเวช เพื่อแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อผู้บาดเจ็บและครอบครัว โดยได้กล่าวเน้นย้ำว่าองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพพร้อมดูแลรับผิดชอบให้ผู้บาดเจ็บทุกรายได้รับการรักษาอย่างดีที่สุด