xs
xsm
sm
md
lg

“พิพัฒน์”ดันมอเตอร์เวย์ M84 เชื่อมโครงข่ายรับ”ไทย-มาเลเซีย”เปิดถนนเชื่อมด่านสะเดาใหม่–บูกิตกายูฮิตัม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“พิพัฒน์” ร่วม 2 นายกฯ ไทย–มาเลเซีย เปิดถนนเชื่อมด่านสะเดาใหม่–บูกิตกายูฮิตัม ดันกรมทางหลวงเร่งเชื่อมโครงข่าย M84( หาดใหญ่ - ชายแดนไทย/มาเลเซีย ) -ทล.4(AH2) เปิด “ประตูเศรษฐกิจ” ไทยสู่มาเลเซีย

เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 เวลา 11.30 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ร่วมพิธีเปิดถนนเชื่อมต่อด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่กับด่านบูกิตกายูฮิตัมอย่างเป็นทางการ โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ ดาโต๊ะ ซรี อันวาร์ บิน อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ร่วมเป็นประธานในพิธี ตอกย้ำความร่วมมือไทย–มาเลเซียในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมโยงชายแดน เพื่ออำนวยความสะดวกการเดินทาง ลดต้นทุนโลจิสติกส์ และเปิดประตูการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศ ในโอกาสนี้ มี นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธี

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การเปิดถนนเชื่อมด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่กับด่านบูกิตกายูฮิตัมในวันนี้ เป็นอีกก้าวสำคัญของการเชื่อมโยงระบบคมนาคมระหว่างไทยและมาเลเซีย จากเดิมที่เป็นเพียงจุดผ่านแดน ให้กลายเป็นประตูเศรษฐกิจ ที่สามารถเชื่อมโยงผู้คน สินค้า การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ถนนสายนี้เชื่อมต่อกับโครงข่ายทางหลวงสายหลัก ทางหลวงพิเศษ ระบบราง ท่าเรือ และโครงข่ายคมนาคมของประเทศ เพื่อให้คนและสินค้าจากมาเลเซียสามารถเดินทางขึ้นสู่ภาคกลาง ภาคเหนือ และเชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน สินค้าจากประเทศไทยก็ต้องสามารถเดินทางผ่านมาเลเซียไปยังสิงคโปร์และอินโดนีเซียได้ในเวลาที่สั้นลงเช่นกัน


สำหรับการสนับสนุนโครงข่ายทางถนนในพื้นที่ชายแดนไทย - มาเลเซีย กระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวง (ทล.) ได้เปิดใช้งาน ทล.4369 ซึ่งเป็นทางขนานทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายหาดใหญ่ - ชายแดนไทย/มาเลเซีย หรือ M84 เชื่อมระหว่างด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่กับ ทล.4 (AH2) บริเวณแยกพรุเตียว ระยะทาง 5.5 กิโลเมตร เพื่อรองรับการเดินทางและการขนส่งสินค้าจากด่านใหม่เข้าสู่โครงข่ายทางหลวงสายหลักของประเทศ

จากการหารืออย่างเป็นทางการระหว่างรัฐบาลไทยและมาเลเซีย ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเร่งพัฒนาการเชื่อมโยงพื้นที่ชายแดนในหลายจุดสำคัญ ทั้งสงขลา - เคดาห์ สตูล - เปอร์ลิส และนราธิวาส - กลันตัน ควบคู่กับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจชายแดน และการอำนวยความสะดวกด้านศุลกากรและการตรวจคนเข้าเมือง

นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า ถนนเชื่อมต่อระหว่างด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่กับด่านบูกิตกายูฮิตัม เป็นโครงการที่ดำเนินการโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ระยะทาง 875 เมตร ทำหน้าที่เชื่อมการเดินทางข้ามแดนระหว่างไทยกับมาเลเซียเข้าสู่แนวเส้นทางหลักของ ทล.

นอกจากนี้ ยังมีโครงการถนนเชื่อมต่อนิคมอุตสาหกรรมเข้ากับด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้าง เมื่อโครงการทั้งหมดเชื่อมต่อกันอย่างเต็มรูปแบบ จะทำให้พื้นที่ชายแดนสะเดามีโครงข่ายการขนส่งทางถนนที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น สามารถเชื่อม “นิคมอุตสาหกรรม - ด่านศุลกากร - M84 - AH2 - มาเลเซีย” เข้าด้วยกันเป็นระบบเดียว

กระทรวงคมนาคม ให้ความสำคัญกับการเติมเต็มโครงข่ายที่ยังขาดหาย (Missing Links) ระหว่างสองประเทศ เพราะทุกจุดที่เชื่อมต่อกันได้เร็วขึ้น หมายถึงโอกาสของประชาชนและผู้ประกอบการที่เพิ่มขึ้น เราต้องการทำให้ภาคใต้เป็นประตูเชื่อมประเทศไทยกับมาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย และในอีกทิศทางหนึ่ง เชื่อมมาเลเซียขึ้นไปสู่ภูมิภาคอื่นของประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ