xs
xsm
sm
md
lg

เครือข่ายภาค ปชช.จี้คลัง ลดภาษีสรรพสามิต กดราคาน้ำมันช่วยลดค่าครองชีพ ตามคำสั่งนายกฯ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เครือข่ายภาคประชาชนฯ เรียกร้องให้คลังดำเนินการปรับลดภาษีสรรพสามิตเพื่อให้ราคาน้ำมันปรับลดอย่างแท้จริงตามคำสั่ง “อนุทิน” ชี้”เอกนัฏ”ขอเวลาในโครงสร้างราคาน้ำมันให้แล้วเสร็จ เป็นการซื้อเวลาให้โรงกลั่นน้ำมันได้กำไรส่วนเกินนาน 1เดือน

น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา โพสต์ผ่านเฟซบุกว่า คณะอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาองค์กรของผู้บริโภค (สภาผู้บริโภค) มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน เครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) และกลุ่มผีเสื้อกระพือปีก ออกแถลงการณ์ร่วม เรียกร้องนายกรัฐมนตรีสั่งการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังปรับลดภาษีน้ำมัน และเรียกร้องต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน อย่าลดราคาน้ำมันแบบหลอกลวงประชาชนเพื่ออุ้มผลประโยชน์โรงกลั่นน้ำมันเหมือนเดิม

​ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ให้นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน หาแนวทางในการลดราคาขายปลีกน้ำมันลงให้ได้ หลังจากราคาน้ำมันตลาดโลกปรับลดลงแล้ว ราคาขายปลีกในประเทศจึงสมควรที่จะลดลง โดยต้องนึกถึงค่าครองชีพ ค่าใช้จ่ายของประชาชน และต้นทุนของผู้ประกอบการ รัฐบาลจึงมีนโยบายที่จะลดค่าน้ำมันลงให้ได้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

ดังนั้นกระทรวงพลังงาน เรียกประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) และคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เป็นการเร่งด่วนในช่วงเย็นวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 เพื่อพิจารณาแนวทางปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันให้เกิดผลโดยเร็ว และคณะกรรมการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีมติให้ปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันภายในประเทศ กลุ่มน้ำมันดีเซล มีมติปรับลดราคาลง 2.56 บาทต่อลิตร ส่วนกลุ่มน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิด มีมติปรับลดราคาลง 2.51 บาทต่อลิตร มีผลเวลา 05.00 น. ของวันที่ 8 กรกฎาคม 2569

ต่อมาในวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 กบน. ได้ประกาศปรับลดราคา ณ โรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ทั้ง บี 0 บี 7 และ บี 20 ลดลง 1.40 บาทต่อลิตร มีผลตั้งแต่วันที่ 9 – 29 กรกฎาคม 2569 


คณะทำงานร่วมฯ ภาคประชาชน ได้ตรวจสอบเรื่องนี้แล้วพบข้อมูลสำคัญดังนี้ คือ 1. ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน นับเป็นปัจจัยที่สำคัญที่ทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศยังมีระดับราคาที่สูง โดยปัจจุบันเบนซิน 95 ถูกเก็บอยู่ที่ 7.50 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 เก็บที่ 6.75 บาทต่อลิตร ดีเซล บี 7 เก็บที่ 6.92 บาทต่อลิตร บี 20 อยู่ที่ 5.9530 บาทต่อลิตร การที่นายกรัฐมนตรีมีนโยบายที่จะลดค่าน้ำมันลงให้ได้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้โดยต้องนึกถึงค่าครองชีพประชาชน และต้นทุนของผู้ประกอบการ ไม่ได้สั่งการต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังด้วย จึงเป็นการสั่งการที่ไม่ครบถ้วน

2. การปรับลดราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศเพื่อให้มีผลในวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 นั้น กระทรวงพลังงานดำเนินการผ่านการใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ดังนี้

2.1 ในกลุ่มน้ำมันเบนซินแก๊สโซฮอล์ ได้ใช้วิธีลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันในเบนซิน 95 แก๊สโซฮอล์ 95 และแก๊สโซฮอล์ 91 แล้วไปเพิ่มการจ่ายเงินชดเชยให้กับอี 20 และ อี 85 ตัวอย่างเช่น แก๊สโซฮอล์ 95 ในวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ถูกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน 2.49 บาทต่อลิตร ในวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ถูกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน 0.42 บาทต่อลิตร หรือลดลง 2.41 บาทต่อลิตร ขณะที่ อี 20 ในวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 กองทุนน้ำมันจ่ายชดเชยให้ 1.61 บาทต่อลิตร ในวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 กองทุนน้ำมันจ่ายชดเชยให้ 3.71 บาท ต่อลิตร หรือจ่ายชดเชยเพิ่ม 2.10 บาทต่อลิตร

2.2 ในกลุ่มดีเซล ก่อนการประกาศปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันที่จะให้มีผลในเช้าตรู่ของวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ในวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 กองทุนน้ำมันฯ จ่ายเงินชดเชยให้ดีเซล บี 7 อยู่ที่ 0.19 บาทต่อลิตร จ่ายเงินชดเชยให้ดีเซล บี 20 อยู่ที่ 5.79 บาทต่อลิตร ต่อมาในวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 กองทุนน้ำมันฯ ต้องจ่ายเงินชดเชยดีเซล บี 7 อยู่ที่ 2.90 บาทต่อลิตร หรือจ่ายชดเชยเพิ่มขึ้นจากวันที่ 7 กรกฎาคม 2.71 บาทต่อลิตร และจ่ายชดเชยให้ดีเซล บี 20 อยู่ที่ 8.46 บาทต่อลิตร จ่ายชดเชยเพิ่มขึ้นจากวันที่ 7 กรกฎาคม 2.67 บาทต่อลิตร

3. การประกาศปรับลดราคา ณ โรงกลั่น (ราคาค้าส่งให้สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงที่ยังไม่รวมภาษีและเงินกองทุนน้ำมันฯ) สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็วทุกชนิด ลดลง 1.40 บาทต่อลิตร ให้มีผลในวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ไม่ส่งผลกระทบต่อผลกำไรส่วนเกินที่ไม่เป็นธรรมที่โรงกลั่นน้ำมันได้รับ เนื่องจากกองทุนน้ำมันฯ จ่ายเงินชดเชยราคาให้กลุ่มน้ำมันดีเซลล่วงหน้าไปแล้วเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569

4. แม้ว่าการประกาศปรับลดราคา ณ โรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็วทุกชนิด ลดลง 1.40 บาทต่อลิตร จะมีผลตั้งแต่วันที่ 9 – 29 กรกฎาคม 2569 แต่ราคาดีเซล ณ โรงกลั่นน้ำมันทั้งบี 7 และ บี 20 ก็ยังมีทิศทางขยับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องไม่สอดคล้องกับทิศทางราคาน้ำมันตลาดโลก
ดังนั้น การประกาศปรับลดราคาที่หน้าโรงกลั่นในกลุ่มดีเซล 1.40 บาท พบว่า กองทุนน้ำมันฯ ยังต้องจ่ายชดเชยราคาให้น้ำมันกลุ่มดีเซลในทิศทางที่เพิ่มขึ้น คือ ในวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 กองทุนน้ำมันฯ จ่ายชดเชยให้ ดีเซล บี 7 อยู่ที่ 2.04 บาทต่อลิตร จ่ายชดเชยให้ บี 20 ที่ 7.53 บาทต่อลิตร และในวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 กองทุนน้ำมันฯ จ่ายชดเชยให้ ดีเซล บี 7 อยู่ที่ 3.05 บาทต่อลิตร จ่ายชดเชยให้ บี 20 ที่ 8.41 บาทต่อลิตร

5. ค่าการตลาดน้ำมัน กลุ่มเบนซินแก๊สโซฮอล์ ยังคงอยู่ในอัตราที่สูงเกินกว่า 3 บาทต่อลิตร และค่าการตลาดของกลุ่มดีเซลเฉลี่ยอยู่ที่ 2 บาทต่อลิตร ซึ่งถือว่าอยู่ในอัตราที่สูงกว่าเกณฑ์ที่ กบง. เคยประกาศใช้

จากข้อมูลที่กล่าวมา คณะทำงานร่วมฯ ภาคประชาชนจึงมีข้อเรียกร้องต่อท่านนายกรัฐมนตรีได้พิจารณาสั่งการให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้พิจารณาปรับลดการเรียกเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เพื่อมีการดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรีในเรื่องนี้อย่างแท้จริง

มีข้อเรียกร้องต่อรมว.พลังงาน ให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาโครงสร้างราคาพลังงานทุกส่วนตามข้อเสนอของคณะทำงานร่วมฯ ภาคประชาชนโดยเร็ว ยิ่งช้าเท่าไหร่ประชาชนก็เสียประโยชน์ทุกวัน วันละ800-1,000 ล้านบาท จากค่าการกลั่นที่สูงเกินกว่าค่าการกลั่นเฉลี่ยที่ไม่เกิน 7 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือเท่ากับ 1.40 บาทต่อลิตร โดยเอกนัฏจะใช้เวลาอีก 1 เดือนเพื่อพิจารณาการปรับโครงสร้างราคาน้ำมันให้แล้วเสร็จ จึงอาจทำให้ประชาชนเข้าใจได้ว่า เป็นการจงใจถ่วงเวลาให้สถานการณ์คลี่คลายไปเอง หรือซื้อเวลาให้ผู้ประกอบการโรงกลั่นได้กำไรส่วนเกินให้เต็มที่ต่อไปเรื่อย ๆ