xs
xsm
sm
md
lg

“สิริพงศ์”เผยน้ำซึมอุโมงค์รถไฟฟ้าแนวโน้มดีขึ้น อัตราทรุดตัวถนนลดลง จ่อรื้อสะพานลอย เพื่อความปลอดภัย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“สิริพงศ์”ลงพื้นที่”วงเวียนใหญ่”ยันสถานการณ์น้ำรั่วซึมอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ดีขึ้น รอบ 24 ชม.พบผิวถนนทรุดตัวเพิ่มแค่ 8 ซม. เตรียมรื้อสะพานลอยจุดเกิดเหตุ เพื่อสะดวกแก่การซ่อมแซม โดยยึดความปลอดภัยสูงสุด

วันนี้ (10 กรกฎาคม 2569) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการจัดการเหตุการณ์น้ำรั่วซึมเข้าอุโมงค์รถไฟฟ้า บริเวณแยกวงเวียนใหญ่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน - ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) สัญญาที่ 4 ช่วงสะพานพุทธ - ดาวคะนอง

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ กล่าวว่า รฟม. และผู้รับจ้าง ได้รายงานความคืบหน้าการแก้ไขสถานการณ์โดยปัจจุบันสถานการณ์ภาพรวมเป็นไปในทางที่ดีขึ้น ถนนมีอัตราการทรุดตัวลดลง และจากการตรวจวัดการเคลื่อนตัวของอาคารทุกๆ 30 นาที ส่วนผิวถนนจากวานนี้ (9 ก.ค.) มีการทรุดตัวประมาณ 20 เซนติเมตร แต่ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาหรือมีการทรุดตัวต่อเนื่องเฉลี่ยชั่วโมงละ 1-2 เซนติเมตร พบว่าปัจจุบัน การทรุดตัวเกิดขึ้นเป็นช่วง ๆ ขึ้นอยู่กับสภาพหน้างานในแต่ละช่วงเวลา รวมๆทรุดตัวเพิ่มขึ้นเพียง 8 เซนติเมตรเท่านั้น ถือเป็นสัญญาณที่ดี ส่วนอาคารหลังที่มีความเสี่ยงมีการเอียงตัวลดลง โดยผู้รับจ้างได้เพิ่มกำลังคนและเครื่องจักร พร้อมทั้งได้ประสานงานกับ กทม. เพื่อขออนุญาตรื้อย้ายสะพานลอยคนเดินข้ามออก เพื่อเร่งแก้ไขสถานการณ์ ตามหลักทางวิศวกรรม

ทั้งนี้ รฟม.แลผู้รับจ้าง ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญทั้งในประเทศและต่างประเทศร่วมประชุม เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหา โดยเมื่อคืนที่ผ่านมาได้เร่งนำเครื่องจักรเข้าพื้นที่และอัดคอนกรีตลงไปเพื่ออุดโพรงใต้ดินบริเวณโดยรอบจุดเกิดเหตุ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ในการหยุดการรอยรั่วซึมของน้ำใต้ดินโดยวิธี Grouting นอกจากนี้ผู้รับจ้างได้เตรียมแผนสำรองในการหยุดการรั่วซึมของน้ำใต้ดินเข้าอุโมงค์ไว้ด้วยแล้ว


สำหรับการชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ทางผู้รับจ้างมีประกันงานก่อสร้าง (Contractor All Risks - CAR) และจะเป็นผู้รับผิดชอบดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ โดยได้จัดตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนภายในพื้นที่อนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินฯ เพื่อให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน

สำหรับเรื่องเร่งด่วนที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ให้นโยบาย คือให้ดำเนินการโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน และพยายามแก้ไขสถานการณ์ให้เร็วที่สุด ทั้งนี้ ในนามของกระทรวงคมนาคม ต้องกราบขออภัยกับความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ดี กระทรวงคมนาคมได้กำกับดูแล กำชับ ติดตามการแก้ไขปัญหาทุกขั้นตอน

สำหรับมาตรฐานการก่อสร้างของ รฟม. นั้น ทางรฟม. มีมาตรฐานการควบคุมการก่อสร้างโดยที่ปรึกษาในฐานะผู้ควบคุมงานและผู้รับจ้าง ส่วนสาเหตุที่เกิดทำให้เกิดเหตุต้องไปสืบสวนหาสาเหตุตามขั้นตอนต่อไป


ด้านนายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการ รฟม. และนายกิตติ เอกวัลลภ ผู้ช่วยผู้ว่าการ รักษาการรองผู้ว่าการ (การเงิน) ในฐานะผู้อำนวยการโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ฯ รายงานข้อมูลว่า รฟม. และผู้รับจ้าง อยู่ระหว่างการจัดการปัญหาเพื่อหยุดการรั่วซึมของน้ำใต้ดินเข้ามาในอุโมงค์ โดยความคืบหน้าในส่วนของสัญญาที่ 4 เท่ากับ 74.69% งานอุโมงค์ของสัญญาที่ 4 จะแล้วเสร็จ 100% ภายในเดือนกรกฎาคม 2569

ในส่วนของงานอุโมงค์สัญญาที่ 3 (ช่วงผ่านฟ้า - สะพานพุทธ) มีความคืบหน้างานก่อสร้างอุโมงค์โดยหัวเจาะแรกของสัญญาที่ 3 ปัจจุบันก่อสร้างอุโมงค์ถึงบริเวณสถานีสามยอด และหัวเจาะที่สองอยู่บริเวณปล่องระบายอากาศและอพยพหนีภัยฉุกเฉิน จุดที่ 4 (IVS04) โดยงานก่อสร้างยังคงเป็นไปตามแผนงาน

ทั้งนี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาเฉพาะพื้นที่ ซึ่งการก่อสร้าง รฟม. มีที่ปรึกษาทำหน้าที่บริหารงานก่อสร้างและควบคุมงานก่อสร้างให้เป็นไปตามข้อกำหนดตามสัญญาจ้างในทุกขั้นตอน

รายงานล่าสุด พบว่าการทรุดตัวยังคงเกิดขึ้นในอัตราคงที่ประมาณ 4 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง ไม่ได้เพิ่มความรุนแรงขึ้นจากเดิม ขณะที่ ช่วงเช้าวันนี้ รฟม. และผู้รับจ้าง ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญทั้งในประเทศและต่างประเทศร่วมประชุม เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหา โดยเมื่อคืนที่ผ่านมาได้เร่งนำเครื่องจักรเข้าพื้นที่และอัดคอนกรีตลงไปเพื่ออุดโพรงใต้ดินบริเวณโดยรอบจุดเกิดเหตุ


@คาดอีก 1 เดือนมาตรการ"สมุดพก"บังคับใช้

นายสิริพงศ์กล่าวถึง การนำมาตรการ “สมุดพกผู้รับเหมา” มาใช้ว่า ประกาศของกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง อยู่ระหว่างการปรับปรุงรายละเอียดตามความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หลังผ่านการรับฟังความคิดเห็นและเสนอคณะรัฐมนตรีแล้ว คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในประมาณ 1 เดือน

โดยการนำระบบดังกล่าวมาใช้จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะหากนำไปใช้โดยไม่เหมาะสม อาจเข้าข่ายการกลั่นแกล้งผู้รับจ้างได้ แต่หากเป็นกรณีที่เกิดผลกระทบต่อประชาชนหรือเข้าข่ายเป็นเหตุร้ายแรงอย่างชัดเจน ก็สามารถนำมาใช้ประกอบการพิจารณาได้

ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ละกรณีจะต้องพิจารณาว่าเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างหรือไม่ โดยเฉพาะกรณีที่เป็นความเสียหายภายในองค์กร ซึ่งยังอาจมีข้อถกเถียงว่าจะเข้าข่ายหรือไม่ แต่หากเป็นเหตุที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน ผู้โดยสาร หรือ มีลักษณะเป็นภัยพิบัติอย่างชัดเจน ก็ถือว่าเข้าข่ายที่จะนำมาพิจารณาได้

สำหรับการแก้ไขปัญหาหน้างาน นายสิริพงศ์ ยืนยันว่า กระทรวงคมนาคมในฐานะฝ่ายนโยบายจะดำเนินการเฉพาะในส่วนของมาตรการด้านการบริหาร เช่น การสั่งห้ามใช้อาคาร หรือ มาตรการด้านความปลอดภัย