Swift ประกาศให้ธนาคาร 17 แห่งทั่ว 6 ทวีปเข้าร่วมนำร่องระบบบัญชีแยกประเภทบนบล็อกเชนสำหรับโอน tokenized deposit ข้ามพรมแดนได้ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน รวมถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ แต่ข้อเท็จจริงที่ซ่อนอยู่ในประกาศคือการชำระเงินจริงขั้นสุดท้ายในสกุล fiat ยังต้องอาศัยระบบดั้งเดิมที่ทำงานเฉพาะช่วงเวลาทำการ บ่งชี้ว่าการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานการเงินโลกยังไม่ถึงจุดเปลี่ยนผ่านอย่างสมบูรณ์
Swift ประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า กลุ่มสถาบันการเงินเตรียมเข้าร่วมนำร่องระบบ blockchain-based ledger สำหรับการโอน tokenized deposit ระหว่างธนาคาร ซึ่งพัฒนาขึ้นใช้งานได้จริงภายในเวลาเพียงเก้าเดือน รายชื่อธนาคารที่เข้าร่วมล้วนเป็นสถาบันการเงินที่ Financial Stability Board จัดประเภทเป็น Global Systemically Important Banks (G-SIBs) ได้แก่ BNP Paribas, BNY, Citi, HSBC, Standard Chartered, UBS และ Wells Fargo
มะเฮช กินี (Mahesh Kini) ผู้บริหารระดับสูงด้านการบริหารเงินสดของ Standard Chartered กล่าวว่า ระบบนี้จะ "นิยามการชำระเงินข้ามพรมแดนใหม่" ด้วยการผนวก tokenized deposit เข้ากับเครือข่ายโลกของ Swift เพื่อส่งเงินได้ทันทีและตลอดเวลา Swift เองย้ำว่าธนาคารจะได้รับประโยชน์ด้านสภาพคล่องระหว่างประเทศที่ดีขึ้น โดยไม่กระทบมาตรฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย เครดิต และการควบคุมความเสี่ยงที่มีอยู่
ขณะที่หัวใจของระบบคือสถาปัตยกรรมที่รองรับ Ethereum Virtual Machine (EVM) ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมซอฟต์แวร์เดียวกับที่ขับเคลื่อนเครือข่ายคริปโตสาธารณะ แต่มีความแตกต่างสำคัญที่ทำให้ระบบนี้ยังห่างไกลจากคำว่า "กระจายศูนย์" กล่าวคือ Swift ควบคุมสภาพแวดล้อมการทำธุรกรรมร่วมกัน ในขณะที่ธนาคารแต่ละแห่งยังคงอำนาจเหนือสินทรัพย์ของตัวเองไว้ กล่าวโดยสรุปคือเป็น "blockchain แบบรวมศูนย์" ที่ยืมสถาปัตยกรรมของคริปโตมา แต่ยังไม่ปล่อยวางโครงสร้างอำนาจแบบเดิม
จุดอ่อนที่ชัดเจนที่สุดของโครงการนี้ถูก Decrypt ตั้งเป็นหัวข้อโดยตรงว่า "true settlement is stuck on old rails" กล่าวคือแม้ tokenized deposit จะโอนได้ตลอดคืนและวันหยุด แต่เมื่อถึงเวลาต้องแลกกลับเป็นเงิน fiat จริง กระบวนการนั้นยังต้องรอระบบ RTGS และระบบชำระดุลของธนาคารกลางที่ทำงานเฉพาะวันและเวลาทำการ ความก้าวหน้าจึงเกิดขึ้นในชั้นการโอน แต่คอขวดยังอยู่ที่ชั้นการชำระ
อย่างไรก็ตาม Swift ไม่ได้เป็นรายเดียวที่แล่นอยู่ในสนามนี้ XRP Ledger ได้รับการออกแบบมาตั้งแต่ต้นเพื่อเป็นทางเลือกที่เร็วและถูกกว่าโครงสร้างของ Swift โดยเฉพาะในปัญหาความล่าช้าของการชำระเงิน ส่วน Canton Network กำลังได้แรงสนับสนุนจากกลุ่มสถาบันการเงินที่ต้องการผสานความสอดคล้องกับกฎหมายและความเป็นส่วนตัวไว้ด้วยกัน ด้าน JPMorgan ที่ทดลองบล็อกเชนมาหลายปีก็เพิ่งรีแบรนด์ระบบ Onyx ของตัวเองเป็น Kinexys ในปี 2567 สะท้อนว่าสนามแข่งขันนี้คึกคักและหลากหลายกว่าที่ Swift จะครองคนเดียวได้ง่าย
สำหรับภาคธนาคารไทยและอาเซียน ความเคลื่อนไหวของ Swift ครั้งนี้มีนัยยะสองชั้น ในระยะสั้น การที่ G-SIBs อย่าง HSBC และ Standard Chartered ซึ่งมีสาขาและการดำเนินงานขนาดใหญ่ในภูมิภาคเข้าร่วมโครงการ อาจเป็นก้าวแรกที่ค่อยๆ ยกระดับประสบการณ์การโอนเงินข้ามพรมแดนในเส้นทางอาเซียน ในระยะยาว คำถามที่ยังไม่มีคำตอบคือเมื่อใดที่การชำระเงิน fiat ขั้นสุดท้ายจะหลุดพ้นจากข้อจำกัดของเวลาทำการ เพราะตราบใดที่คอขวดยังอยู่ตรงนั้น ประโยชน์ที่แท้จริงของ "โอนเงินตลอด 24 ชั่วโมง" ก็ยังเป็นเพียงชัยชนะครึ่งทาง