SET ปิดที่ 1,621.55 จุด เพิ่มขึ้น 13.25 จุด (+0.82%) มูลค่าซื้อขาย 77,145.34 ล้านบาท นักวิเคราะห์ เผยตลาดหุ้นไทยวันนี้ดีดขึ้นตามตลาดเอเชียหลังคลายกังวลสถานการณ์ตะวันออกกลาง ขณะเดียวกัน หุ้นเทคฯ สหรัฐก็ฟื้นตัว-บอนด์ยีลด์ย่อ Fund Flow ยังไหลเข้าต่อเนื่อง โดยมีแรงซื้อกลุ่มแบงก์-พลังงาน-อิเล็กทรอนิกส์ ส่วนหนึ่งรับอานิสงส์ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนลบ.ผ่านฉลุย แนวโน้มสัปดาห์หน้าคาดแกว่งไซด์เวย์ เกาะติดหลายปัจจัยทั้งแนวรบตะวันออกกลาง เงินเฟ้อ สหรัฐ GDP จีน และลุ้นงบไตรมาส 2/69 กลุ่มแบงก์ ให้แนวรับ 1,600 จุด แนวต้าน 1,625 จุด
โดยการซื้อขายวันนี้ดัชนีปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยทำจุดต่ำสุดที่ 1,612.55 จุด และทำจุดสูงสุดที่ 1,621.55 จุด ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 354 หลักทรัพย์ ลดลง 97 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 204 หลักทรัพย์
นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวขึ้นตามตลาดหุ้นเอเชีย เนื่องจากสถานการณ์ตะวันออกกลางไม่ได้ทวีความรุนแรง จำกัดเฉพาะช่องแคบฮอร์มุซ และบริเวณฐานทัพ นอกจากนี้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสหรัฐปรับตัวขึ้น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (บอนด์ยีลด์) ย่อลง
ตลาดบ้านเรามีแรงซื้อเข้ามาในกลุ่มธนาคาร กลุ่มพลังงาน และกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ จากเม็ดเงินต่างชาติ (Fund Flow) ไหลเข้ามา และได้อานิสงส์ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทผ่านการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
แนวโน้มตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้าน่าจะแกว่งไซด์เวย์ เพราะมีหลายปัจจัยให้ติดตาม ได้แก่ สถานการณ์ตะวันออกกลาง ตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) สหรัฐเดือนมิ.ย. , GDP จีนในไตรมาส 2/69 และการประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/69 ของกลุ่มธนาคารเป็นกลุ่มแรก
โดยให้แนวรับ 1,600 จุด แนวต้านต่อไป 1,625 จุด