xs
xsm
sm
md
lg

Krungthai GLOBAL MARKETเผยเงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 33.38-เผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้นตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้(19ก.ค.69)ที่ระดับ 33.38 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง”
จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 33.43 บาทต่อดอลลาร์ และมองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.25-33.50 บาท/ดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นบ้าง ในลักษณะ Sideways Down (แกว่งตัวในกรอบ 33.36-33.48 บาทต่อดอลลาร์) หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางไม่ได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างที่ตลาดได้กังวลก่อนหน้า (แต่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง) อีกทั้ง ผู้เล่นในตลาดยังคงมีความคาดหวังต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านอีกครั้ง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพลิกกลับมาปรับตัวลงพอควร โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ได้ปรับตัวลงจากโซน 79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สู่โซน 76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท (USDTHB) เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับ การปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED ซึ่งจะขึ้นกับพัฒนาการของรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่าง อัตราเงินเฟ้อ และ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่ ทำให้ ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options ที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากค่าเงินได้เป็นอย่างดีในสภาวะที่ตลาดเผชิญความไม่แน่นอนสูง

เรามองว่า หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางไม่ได้ทวีความรุนแรงขึ้น จนส่งผลให้ ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง และนำมาสู่การปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของบรรดาธนาคารกลาง โดยเฉพาะ FED ซึ่งจะสร้างแรงกดดันต่อทั้งราคาทองคำ และหุ้นธีม AI/Semiconductor (รวมถึงบรรยากาศในตลาดการเงินโดยรวม) เงินบาทมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ Sideways โดยยังมีโซนแนวต้าน 33.50 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนโซนแนวรับจะอยู่ในช่วง 33.20-33.30 บาทต่อดอลลาร์ เนื่องจากผู้เล่นในตลาดต่างรอลุ้น รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า ก่อนที่จะปรับสถานะถือครอง อย่าง สถานะ Long USD อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ บรรยากาศเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินอาจพอช่วยหนุนเงินบาทได้บ้าง ผ่านแรงซื้อสินทรัพย์ไทย โดยบรรดานักลงทุนต่างชาติอาจยังคงทยอยเข้าซื้อหุ้นไทย รวมถึงบอนด์ไทยเพิ่มเติมได้ แต่ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง จะเป็นปัจจัยที่จำกัดการแข็งค่าขึ้นของเงินบาทไว้เหนือโซนแนวรับดังกล่าว

ในทางกลับกัน สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น จนเร่งให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นมากและมีโอกาสเห็นราคาน้ำมันดิบกลับสู่โซน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือมากกว่าได้ จะทำให้ ผู้เล่นในตลาดยิ่งมั่นใจต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED จนหนุนให้ เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นต่อพอสมควร พร้อมทั้งกดดันราคาทองคำและเงินบาท โดยในกรณีนี้ เรามองว่า เงินบาทเสี่ยงอ่อนค่าลงทะลุโซนแนวต้านสำคัญ และเปิดโอกาสอ่อนค่าลงต่อเนื่องทดสอบโซน 34.00 บาทต่อดอลลาร์

เราคงประเมินว่า เงินบาทจะยังคงเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่า ตามโมเมนตัมการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ที่ยังมีอยู่ จนกว่าผู้เล่นในตลาดจะปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED ซึ่งอาจต้องอาศัยทั้ง รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ โดยเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวกับเงินเฟ้อ และพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ควรมีทิศทางดีขึ้น